รักดีหามจั่วรักชั่วหามเสา
สํานวนสุภาษิต
หมายถึง ใฝ่ดีจะมีความสุขความเจริญ ใฝ่ชั่วจะได้รับความลําบาก
ประเภทสำนวน
"รักดีหามจั่วรักชั่วหามเสา" จัดว่าเป็น สุภาษิต เพราะว่า จัดเป็นสุภาษิตเพราะมีลักษณะเป็นคำสอนโดยตรง ให้ข้อคิดที่ชัดเจนเกี่ยวกับผลของการทำความดีและความชั่ว เป็นประโยคที่เข้าใจได้ทันทีโดยไม่ต้องตีความเพิ่มเติมมาก
ที่มาและแนวคิดเบื้องหลัง
สุภาษิตนี้สอนเรื่องผลของการกระทำที่แตกต่างกัน โดยเปรียบเทียบการหามจั่วซึ่งเบากว่ากับการหามเสาซึ่งหนักกว่า ความหมายคือ คนที่ทำความดีย่อมพบเจอความยากลำบากน้อยกว่า (หามจั่ว ซึ่งอยู่บนยอดหลังคา มีน้ำหนักเบา) ส่วนคนที่ทำชั่วย่อมพบเจอความยากลำบากมากกว่า (หามเสา ซึ่งเป็นโครงสร้างหลัก มีน้ำหนักมาก)
ตัวอย่างการใช้สำนวน "รักดีหามจั่วรักชั่วหามเสา" ในประโยค
- พ่อแม่มักสอนลูกเสมอว่า รักดีหามจั่ว รักชั่วหามเสา อยากใช้ชีวิตสบายก็ต้องเลือกทำแต่สิ่งที่ดีงาม
- ดูอย่างนักโทษในเรือนจำสิ นี่แหละคือตัวอย่างของรักดีหามจั่ว รักชั่วหามเสา เลือกทางผิดแล้วต้องรับโทษหนัก
สรุปและทบทวนเรื่อง สำนวน สุภาษิต และคำพังเพย
สุภาษิต และคำพังเพย จัดเป็น "สำนวน" ด้วยกันทั้งคู่ เพราะมีความหมายในเชิงเปรียบเทียบ และเป็นถ้อยคำที่ใช้สืบเนื่องกันมานาน
สุภาษิต เป็นถ้อยคำที่มักใช้คำสั้น ๆ กะทัดรัดแต่มีความหมายลึกซึ้ง มีสัมผัสคล้องจอง ส่วนใหญ่สุภาษิตที่ใช้ในสังคมไทยมักมีที่มาจากคำสอนทางพุทธศาสนา
คำพังเพย เป็นถ้อยคำที่ให้ข้อคิด โดยกล่าวถึงพฤติกรรมหรือธรรมชาติรอบตัว ส่วนมากมักเป็นถ้อยคำที่เป็นข้อสรุปการกระทำหรือพฤติกรรมทั่วไป อาจมีที่มาจากนิทาน ตำนาน วรรณคดี
หมายเหตุ
คำสุภาษิต หรือ สำนวนสุภาษิต คือ คำในภาษาไทยที่ใช้ในการสื่อสารเชิงเปรียบเทียบอุปมาอุปมัย มักมีความหมายในการตักเตือนสั่งสอนในทางบวก มีความหมายที่ดี เช่น รักยาวให้บั่นรักสั้นให้ต่อ น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ
สำนวนไทย หมายถึง ถ้อยคำ กลุ่มคำ หรือประโยคที่ไม่ได้แปลความหมายตรง ๆ แต่มีความหมายเชิงเปรียบเทียบแฝงอยู่ เช่น สอนจระเข้ให้ว่ายนํ้า รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง
คำพังเพย หมายถึง ถ้อยคำหรือข้อความที่กล่าวเป็นกลาง ๆ เพื่อให้ตีความเข้ากับเรื่อง มีความหมายแฝงอยู่ อาจเป็นคำที่ใช้สื่อในทางเปรียบเปรย หรือในทำนองเสียดสี เช่น กระต่ายตื่นตูม เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย