ดูช้างให้ดูหาง ดูนางให้ดูแม่
สํานวนสุภาษิต
หมายถึง ให้รู้จักพิจารณาลักษณะบุคคลหรือผู้หญิงที่จะเลือกเป็นคู่ครอง
หมายเหตุ ดูวัวให้ดูหาง ดูนางให้ดูแม่ ก็ว่า
ประเภทสำนวน
"ดูช้างให้ดูหาง ดูนางให้ดูแม่" จัดว่าเป็น สุภาษิต เพราะว่า เป็นคำสอนที่ให้ข้อคิดโดยตรงในการพิจารณาสิ่งต่างๆ อย่างรอบคอบ มีความสมบูรณ์ในตัวเอง และให้แนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน ไม่ต้องตีความเพิ่มเติม
ที่มาและแนวคิดเบื้องหลัง
สุภาษิตนี้สอนให้พิจารณาสิ่งต่างๆ อย่างละเอียดรอบคอบ โดยเฉพาะการดูลักษณะหรือที่มาเป็นสำคัญ ส่วนแรกหมายถึงการดูช้างควรดูที่หาง เพราะหางเป็นส่วนที่บ่งบอกว่าช้างนั้นดุร้ายหรือไม่ ส่วนที่สองหมายถึงการเลือกคู่ครอง ควรดูที่มารดาของหญิงนั้นประกอบการตัดสินใจ เพราะลูกมักจะมีนิสัยหรือพฤติกรรมคล้ายแม่
ตัวอย่างการใช้สำนวน "ดูช้างให้ดูหาง ดูนางให้ดูแม่" ในประโยค
- ก่อนจะตัดสินใจแต่งงานกับใคร ควรพิจารณาครอบครัวของเขาให้ดีด้วย เพราะดูช้างให้ดูหาง ดูนางให้ดูแม่
- คุณพ่อมักจะสอนลูกชายเสมอว่า ดูช้างให้ดูหาง ดูนางให้ดูแม่ เพื่อให้พิจารณาสิ่งต่างๆ อย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจ
สรุปและทบทวนเรื่อง สำนวน สุภาษิต และคำพังเพย
สุภาษิต และคำพังเพย จัดเป็น "สำนวน" ด้วยกันทั้งคู่ เพราะมีความหมายในเชิงเปรียบเทียบ และเป็นถ้อยคำที่ใช้สืบเนื่องกันมานาน
สุภาษิต เป็นถ้อยคำที่มักใช้คำสั้น ๆ กะทัดรัดแต่มีความหมายลึกซึ้ง มีสัมผัสคล้องจอง ส่วนใหญ่สุภาษิตที่ใช้ในสังคมไทยมักมีที่มาจากคำสอนทางพุทธศาสนา
คำพังเพย เป็นถ้อยคำที่ให้ข้อคิด โดยกล่าวถึงพฤติกรรมหรือธรรมชาติรอบตัว ส่วนมากมักเป็นถ้อยคำที่เป็นข้อสรุปการกระทำหรือพฤติกรรมทั่วไป อาจมีที่มาจากนิทาน ตำนาน วรรณคดี
หมายเหตุ
คำสุภาษิต หรือ สำนวนสุภาษิต คือ คำในภาษาไทยที่ใช้ในการสื่อสารเชิงเปรียบเทียบอุปมาอุปมัย มักมีความหมายในการตักเตือนสั่งสอนในทางบวก มีความหมายที่ดี เช่น รักยาวให้บั่นรักสั้นให้ต่อ น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ
สำนวนไทย หมายถึง ถ้อยคำ กลุ่มคำ หรือประโยคที่ไม่ได้แปลความหมายตรง ๆ แต่มีความหมายเชิงเปรียบเทียบแฝงอยู่ เช่น สอนจระเข้ให้ว่ายนํ้า รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง
คำพังเพย หมายถึง ถ้อยคำหรือข้อความที่กล่าวเป็นกลาง ๆ เพื่อให้ตีความเข้ากับเรื่อง มีความหมายแฝงอยู่ อาจเป็นคำที่ใช้สื่อในทางเปรียบเปรย หรือในทำนองเสียดสี เช่น กระต่ายตื่นตูม เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย