ซื้อร่มหน้าฝน
สํานวนสุภาษิต
หมายถึง ซื้อของโดยไม่วางแผนล่วงหน้ามัก ได้ราคาแพงเพราะของนั้นเป็นที่จำเป็นต้องใช้ ในตอนนั้น ทำให้มีโอกาศโดนกดราคา ไม่สามารถต่อรองได้มากนัก หรือราคาเกินจริง
ประเภทสำนวน
"ซื้อร่มหน้าฝน" จัดว่าเป็น สุภาษิต เพราะว่า เป็นคำสอนโดยตรงที่มีความหมายชัดเจน สอนให้รู้จักเตรียมตัวล่วงหน้าก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์หรือความจำเป็น ไม่ใช่การเปรียบเปรย
ที่มาและแนวคิดเบื้องหลัง
สำนวนนี้มีที่มาจากการเปรียบเทียบอย่างตรงไปตรงมา เกี่ยวกับการเตรียมตัวให้พร้อม กล่าวคือการซื้อร่มไว้ก่อนที่ฝนจะตก เป็นการเตรียมตัวล่วงหน้า ซึ่งดีกว่าที่จะรอให้ฝนตกแล้วค่อยหาซื้อร่ม เพราะอาจจะเปียกฝนระหว่างหาซื้อ หรืออาจจะหาซื้อไม่ได้เนื่องจากร่มอาจขายหมดในช่วงหน้าฝน
ตัวอย่างการใช้สำนวน "ซื้อร่มหน้าฝน" ในประโยค
- ถ้าคิดจะทำธุรกิจ ก็ควรศึกษาหาความรู้และเตรียมแผนสำรองไว้ นี่แหละคือการซื้อร่มหน้าฝน
- นักเรียนที่อ่านหนังสือเตรียมตัวก่อนสอบล่วงหน้าเสมอ เป็นตัวอย่างของการซื้อร่มหน้าฝน ที่ดี
สรุปและทบทวนเรื่อง สำนวน สุภาษิต และคำพังเพย
สุภาษิต และคำพังเพย จัดเป็น "สำนวน" ด้วยกันทั้งคู่ เพราะมีความหมายในเชิงเปรียบเทียบ และเป็นถ้อยคำที่ใช้สืบเนื่องกันมานาน
สุภาษิต เป็นถ้อยคำที่มักใช้คำสั้น ๆ กะทัดรัดแต่มีความหมายลึกซึ้ง มีสัมผัสคล้องจอง ส่วนใหญ่สุภาษิตที่ใช้ในสังคมไทยมักมีที่มาจากคำสอนทางพุทธศาสนา
คำพังเพย เป็นถ้อยคำที่ให้ข้อคิด โดยกล่าวถึงพฤติกรรมหรือธรรมชาติรอบตัว ส่วนมากมักเป็นถ้อยคำที่เป็นข้อสรุปการกระทำหรือพฤติกรรมทั่วไป อาจมีที่มาจากนิทาน ตำนาน วรรณคดี
หมายเหตุ
คำสุภาษิต หรือ สำนวนสุภาษิต คือ คำในภาษาไทยที่ใช้ในการสื่อสารเชิงเปรียบเทียบอุปมาอุปมัย มักมีความหมายในการตักเตือนสั่งสอนในทางบวก มีความหมายที่ดี เช่น รักยาวให้บั่นรักสั้นให้ต่อ น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ
สำนวนไทย หมายถึง ถ้อยคำ กลุ่มคำ หรือประโยคที่ไม่ได้แปลความหมายตรง ๆ แต่มีความหมายเชิงเปรียบเทียบแฝงอยู่ เช่น สอนจระเข้ให้ว่ายนํ้า รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง
คำพังเพย หมายถึง ถ้อยคำหรือข้อความที่กล่าวเป็นกลาง ๆ เพื่อให้ตีความเข้ากับเรื่อง มีความหมายแฝงอยู่ อาจเป็นคำที่ใช้สื่อในทางเปรียบเปรย หรือในทำนองเสียดสี เช่น กระต่ายตื่นตูม เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย