หมดพก
สํานวนไทย
ประเภทสำนวน
"หมดพก" จัดว่าเป็น สำนวนไทย เพราะว่า เป็นวลีสั้นๆ ที่มีความหมายเฉพาะ ไม่สามารถแปลความหมายตรงตัวได้ 'หมดพก' ต้องตีความว่าหมายถึงอะไร ซึ่งเกี่ยวกับการไม่มีเงินติดตัว ไม่ใช่การสอนโดยตรงหรือการเปรียบเทียบที่ต้องตีความ
ที่มาและแนวคิดเบื้องหลัง
สำนวนนี้มาจากคำว่า 'พก' ซึ่งหมายถึงกระเป๋าเสื้อหรือกระเป๋ากางเกงที่ใช้เก็บของมีค่า โดยเฉพาะเงิน เมื่อ 'หมดพก' จึงหมายถึงไม่มีเงินติดตัวหรือหมดเงินแล้ว บางครั้งอาจใช้ในบริบทของการเล่นการพนันแล้วเสียหมด หรือการใช้จ่ายจนหมดตัว
ตัวอย่างการใช้สำนวน "หมดพก" ในประโยค
- หลังจากไปเดินห้างสรรพสินค้าทั้งวัน ตอนนี้ฉันหมดพกแล้ว ต้องรอเงินเดือนออกก่อนถึงจะไปเที่ยวได้อีกครั้ง
- เขาถูกเพื่อนชวนไปเล่นไพ่และหมดพกกลับบ้าน ไม่มีแม้แต่ค่ารถเมล์
สรุปและทบทวนเรื่อง สำนวน สุภาษิต และคำพังเพย
สุภาษิต และคำพังเพย จัดเป็น "สำนวน" ด้วยกันทั้งคู่ เพราะมีความหมายในเชิงเปรียบเทียบ และเป็นถ้อยคำที่ใช้สืบเนื่องกันมานาน
สุภาษิต เป็นถ้อยคำที่มักใช้คำสั้น ๆ กะทัดรัดแต่มีความหมายลึกซึ้ง มีสัมผัสคล้องจอง ส่วนใหญ่สุภาษิตที่ใช้ในสังคมไทยมักมีที่มาจากคำสอนทางพุทธศาสนา
คำพังเพย เป็นถ้อยคำที่ให้ข้อคิด โดยกล่าวถึงพฤติกรรมหรือธรรมชาติรอบตัว ส่วนมากมักเป็นถ้อยคำที่เป็นข้อสรุปการกระทำหรือพฤติกรรมทั่วไป อาจมีที่มาจากนิทาน ตำนาน วรรณคดี
หมายเหตุ
สำนวนไทย หมายถึง ถ้อยคำ กลุ่มคำ หรือประโยคที่ไม่ได้แปลความหมายตรง ๆ แต่มีความหมายเชิงเปรียบเทียบแฝงอยู่ เช่น สอนจระเข้ให้ว่ายนํ้า รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง
คำสุภาษิต หรือ สำนวนสุภาษิต คือ คำในภาษาไทยที่ใช้ในการสื่อสารเชิงเปรียบเทียบอุปมาอุปมัย มักมีความหมายในการตักเตือนสั่งสอนในทางบวก มีความหมายที่ดี เช่น รักยาวให้บั่นรักสั้นให้ต่อ น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ
คำพังเพย หมายถึง ถ้อยคำหรือข้อความที่กล่าวเป็นกลาง ๆ เพื่อให้ตีความเข้ากับเรื่อง มีความหมายแฝงอยู่ อาจเป็นคำที่ใช้สื่อในทางเปรียบเปรย หรือในทำนองเสียดสี เช่น กระต่ายตื่นตูม เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย