หมดกระเป๋า
สํานวนไทย
ประเภทสำนวน
"หมดกระเป๋า" จัดว่าเป็น สำนวนไทย เพราะว่า เป็นวลีที่มีความหมายเฉพาะ ไม่สามารถแปลความหมายตรงตัวได้ทั้งหมด ต้องเข้าใจความหมายเฉพาะที่ใช้กันในภาษาไทย
ที่มาและแนวคิดเบื้องหลัง
สำนวน 'หมดกระเป๋า' หมายถึง การไม่มีเงิน หรือเงินหมด เปรียบเสมือนกระเป๋าสตางค์ที่ว่างเปล่าไม่มีเงินอยู่ข้างใน สะท้อนสภาวะของการขัดสนทางการเงินหรือใช้เงินจนหมด
ตัวอย่างการใช้สำนวน "หมดกระเป๋า" ในประโยค
- เขาเพิ่งซื้อรถคันใหม่เมื่อเดือนก่อน พอมาซื้อบ้านอีกตอนนี้เลยหมดกระเป๋าไปเลย
- ฉันพาครอบครัวไปเที่ยวญี่ปุ่นมาสองอาทิตย์ ตอนนี้หมดกระเป๋าแล้ว ต้องประหยัดกินข้าวที่บ้านไปก่อนสักพัก
สรุปและทบทวนเรื่อง สำนวน สุภาษิต และคำพังเพย
สุภาษิต และคำพังเพย จัดเป็น "สำนวน" ด้วยกันทั้งคู่ เพราะมีความหมายในเชิงเปรียบเทียบ และเป็นถ้อยคำที่ใช้สืบเนื่องกันมานาน
สุภาษิต เป็นถ้อยคำที่มักใช้คำสั้น ๆ กะทัดรัดแต่มีความหมายลึกซึ้ง มีสัมผัสคล้องจอง ส่วนใหญ่สุภาษิตที่ใช้ในสังคมไทยมักมีที่มาจากคำสอนทางพุทธศาสนา
คำพังเพย เป็นถ้อยคำที่ให้ข้อคิด โดยกล่าวถึงพฤติกรรมหรือธรรมชาติรอบตัว ส่วนมากมักเป็นถ้อยคำที่เป็นข้อสรุปการกระทำหรือพฤติกรรมทั่วไป อาจมีที่มาจากนิทาน ตำนาน วรรณคดี
หมายเหตุ
สำนวนไทย หมายถึง ถ้อยคำ กลุ่มคำ หรือประโยคที่ไม่ได้แปลความหมายตรง ๆ แต่มีความหมายเชิงเปรียบเทียบแฝงอยู่ เช่น สอนจระเข้ให้ว่ายนํ้า รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง
คำสุภาษิต หรือ สำนวนสุภาษิต คือ คำในภาษาไทยที่ใช้ในการสื่อสารเชิงเปรียบเทียบอุปมาอุปมัย มักมีความหมายในการตักเตือนสั่งสอนในทางบวก มีความหมายที่ดี เช่น รักยาวให้บั่นรักสั้นให้ต่อ น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ
คำพังเพย หมายถึง ถ้อยคำหรือข้อความที่กล่าวเป็นกลาง ๆ เพื่อให้ตีความเข้ากับเรื่อง มีความหมายแฝงอยู่ อาจเป็นคำที่ใช้สื่อในทางเปรียบเปรย หรือในทำนองเสียดสี เช่น กระต่ายตื่นตูม เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย