พอแรง
สํานวนไทย
หมายถึง เต็มแรง, มาก, เช่น ถูกด่าเสียพอแรง ว่าเสียพอแรง
ประเภทสำนวน
"พอแรง" จัดว่าเป็น สำนวนไทย เพราะว่า เป็นคำที่มีความหมายเฉพาะ ไม่สามารถแปลตรงตัวได้ ต้องเข้าใจความหมายพิเศษที่ใช้ในภาษาไทย
ที่มาและแนวคิดเบื้องหลัง
สำนวน 'พอแรง' หมายถึง ความพอเหมาะพอดีกับกำลังความสามารถของผู้กระทำ ไม่มากหรือน้อยเกินไป เป็นสำนวนที่มักใช้อธิบายลักษณะของงานหรือสิ่งที่ทำว่าสอดคล้องเหมาะสมกับความสามารถของผู้ทำ
ตัวอย่างการใช้สำนวน "พอแรง" ในประโยค
- งานที่ได้รับมอบหมายนี้พอแรงสำหรับน้องๆ นักศึกษาฝึกงาน ไม่ยากเกินไปและทำให้ได้เรียนรู้
- กระเป๋าใบนี้พอแรงสำหรับคุณยายแล้ว ให้หนักกว่านี้ท่านอาจจะถือไม่ไหว
- ควรเลือกโจทย์การแข่งขันที่พอแรงสำหรับนักเรียนระดับนี้ จะได้ไม่ง่ายเกินไปหรือยากจนเกินไป
สรุปและทบทวนเรื่อง สำนวน สุภาษิต และคำพังเพย
สุภาษิต และคำพังเพย จัดเป็น "สำนวน" ด้วยกันทั้งคู่ เพราะมีความหมายในเชิงเปรียบเทียบ และเป็นถ้อยคำที่ใช้สืบเนื่องกันมานาน
สุภาษิต เป็นถ้อยคำที่มักใช้คำสั้น ๆ กะทัดรัดแต่มีความหมายลึกซึ้ง มีสัมผัสคล้องจอง ส่วนใหญ่สุภาษิตที่ใช้ในสังคมไทยมักมีที่มาจากคำสอนทางพุทธศาสนา
คำพังเพย เป็นถ้อยคำที่ให้ข้อคิด โดยกล่าวถึงพฤติกรรมหรือธรรมชาติรอบตัว ส่วนมากมักเป็นถ้อยคำที่เป็นข้อสรุปการกระทำหรือพฤติกรรมทั่วไป อาจมีที่มาจากนิทาน ตำนาน วรรณคดี
หมายเหตุ
สำนวนไทย หมายถึง ถ้อยคำ กลุ่มคำ หรือประโยคที่ไม่ได้แปลความหมายตรง ๆ แต่มีความหมายเชิงเปรียบเทียบแฝงอยู่ เช่น สอนจระเข้ให้ว่ายนํ้า รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง
คำสุภาษิต หรือ สำนวนสุภาษิต คือ คำในภาษาไทยที่ใช้ในการสื่อสารเชิงเปรียบเทียบอุปมาอุปมัย มักมีความหมายในการตักเตือนสั่งสอนในทางบวก มีความหมายที่ดี เช่น รักยาวให้บั่นรักสั้นให้ต่อ น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ
คำพังเพย หมายถึง ถ้อยคำหรือข้อความที่กล่าวเป็นกลาง ๆ เพื่อให้ตีความเข้ากับเรื่อง มีความหมายแฝงอยู่ อาจเป็นคำที่ใช้สื่อในทางเปรียบเปรย หรือในทำนองเสียดสี เช่น กระต่ายตื่นตูม เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย