พระยาเทครัว
สํานวนไทย
หมายถึง ชายที่ได้หญิงเป็นภรรยาทั้งแม่ทั้งลูกหรือทั้งพี่ทั้งน้อง
ประเภทสำนวน
"พระยาเทครัว" จัดว่าเป็น สำนวนไทย เพราะว่า เป็นวลีเฉพาะที่มีความหมายพิเศษซึ่งไม่สามารถแปลตรงตัวได้ ต้องเข้าใจความหมายเฉพาะที่ใช้ในภาษาไทย มิได้เป็นคำสอนโดยตรงหรือคำเปรียบเทียบ แต่เป็นคำที่ใช้เรียกลักษณะเฉพาะ
ที่มาและแนวคิดเบื้องหลัง
เป็นสำนวนที่ใช้เรียกคนที่หยิบฉวยข้าวของในห้องครัวทุกอย่างมาทำอาหาร โดยไม่เลือก ใช้ทุกอย่างที่เจอจนอาหารขาดความพอดี อาจได้อาหารที่มีรสชาติแปลกประหลาด ไม่น่ารับประทาน เปรียบได้กับคนที่ทำอะไรไม่มีแบบแผน เอาทุกอย่างมารวมกันจนเละเทะ
ตัวอย่างการใช้สำนวน "พระยาเทครัว" ในประโยค
- แม่บ่นว่า 'ใครเป็นพระยาเทครัวเอาทุกอย่างในตู้เย็นมาทำอาหารจนไม่เหลืออะไรให้ทำกับข้าวมื้อเย็น'
- พอลองทำอาหารเป็นครั้งแรก เธอก็เป็นพระยาเทครัวเลย เอาของหลายอย่างมากวนรวมกันจนรสชาติแปลกประหลาด
สรุปและทบทวนเรื่อง สำนวน สุภาษิต และคำพังเพย
สุภาษิต และคำพังเพย จัดเป็น "สำนวน" ด้วยกันทั้งคู่ เพราะมีความหมายในเชิงเปรียบเทียบ และเป็นถ้อยคำที่ใช้สืบเนื่องกันมานาน
สุภาษิต เป็นถ้อยคำที่มักใช้คำสั้น ๆ กะทัดรัดแต่มีความหมายลึกซึ้ง มีสัมผัสคล้องจอง ส่วนใหญ่สุภาษิตที่ใช้ในสังคมไทยมักมีที่มาจากคำสอนทางพุทธศาสนา
คำพังเพย เป็นถ้อยคำที่ให้ข้อคิด โดยกล่าวถึงพฤติกรรมหรือธรรมชาติรอบตัว ส่วนมากมักเป็นถ้อยคำที่เป็นข้อสรุปการกระทำหรือพฤติกรรมทั่วไป อาจมีที่มาจากนิทาน ตำนาน วรรณคดี
หมายเหตุ
สำนวนไทย หมายถึง ถ้อยคำ กลุ่มคำ หรือประโยคที่ไม่ได้แปลความหมายตรง ๆ แต่มีความหมายเชิงเปรียบเทียบแฝงอยู่ เช่น สอนจระเข้ให้ว่ายนํ้า รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง
คำสุภาษิต หรือ สำนวนสุภาษิต คือ คำในภาษาไทยที่ใช้ในการสื่อสารเชิงเปรียบเทียบอุปมาอุปมัย มักมีความหมายในการตักเตือนสั่งสอนในทางบวก มีความหมายที่ดี เช่น รักยาวให้บั่นรักสั้นให้ต่อ น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ
คำพังเพย หมายถึง ถ้อยคำหรือข้อความที่กล่าวเป็นกลาง ๆ เพื่อให้ตีความเข้ากับเรื่อง มีความหมายแฝงอยู่ อาจเป็นคำที่ใช้สื่อในทางเปรียบเปรย หรือในทำนองเสียดสี เช่น กระต่ายตื่นตูม เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย