ค้นหา สำนวนไทย

สำนวนไทย สุภาษิต พร้อมความหมาย

สำนวนไทย คืออะไร

     สำนวนไทย สุภาษิต และ คำพังเพย นั้น ดูเผิน ๆ จะคล้ายกันมากจนแยกกันแทบไม่ออก แต่สำนวนไทย จะเป็นเชิงอุปมาอุปมัยโดยมีนัยแฝงเร้นซ่อนอยู่อย่างลึกซึ้ง แยบคาย ต้องตีความ ทำความเข้าใจอีกที ซึ่งอาจแตกต่างไปความหมายเดิมหรืออาจคล้ายคลึงกับความหมายเดิมก็ได้

     สำนวน สุภาษิตไทย รวมถึงคำพังเพยนั้น นิยมใช้กันมาอย่างยาวนานและแพร่หลาย นับเป็นอีกหนึ่งในวัฒนธรรมที่น่าภาคภูมิใจของไทยเรา สำนวนไทย สุภาษิตไทยและคำพังเพยนั้น เกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันของผู้คนที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ ขึ้น ทั้งทางดีและทางร้าย จนมีการนำสิ่งที่เกิดขึ้นมาเรียบเรียงถ้อยคำใหม่ในเชิงสั่งสอนหรือเปรียบเทียบ จนเกิดเป็นสํานวนไทย สุภาษิต คำพังเพย และ สุภาษิตสำนวนไทยในที่สุด

 

     สำนวน สุภาษิต คำพังเพยนั้น ดูเผินๆจะคล้ายกันมากจนแยกกันแทบไม่ออก ซึ่งในความเป็นจริงแล้วทั้ง 3 คำมีความแตกต่างกันอยู่ โดยที่สํานวนไทยจะเป็นการพูดเชิงเปรียบเทียบและมักจะไม่แปลความหมายตรง ๆ เช่น กินน้ำใต้ศอก ส่วนสุภาษิตจะเป็นเชิงสั่งสอนหรือให้ข้อคิด เช่น หัวล้านได้หวี วานรได้แก้ว และสุดท้ายคำพังเพย จะเป็นลักษณะของการเปรียบเทียบของสองสิ่ง เช่น กว่าถั่วจะสุกงาก็ไหม้ เป็นต้น

สำนวนไทย คือ วลี/ถ้อยคำ/กลุ่มคำภาษาไทย ซึ่งเป็นที่เข้าใจในความหมายเชิงอุปมาอุปมัย มากกว่าที่จะเป็นความหมายตามตัวอักษร

สำนวนไทย คือ

สุภาษิต คือ

สำนวนไทย คือถ้อยคำหรือข้อความที่กล่าวสืบต่อกันมาช้านานแล้ว มีความหมายไม่ตรงตามตัวหรือมีความหมายอื่นแฝงอยู่ สุภาษิต สุภาษิตไทย หรือ คำสุภาษิต คือคำในภาษาไทยที่ใช้ในการสื่อสารเชิงเปรียบเทียบอุปมาอุปมัย และเป็นเชิงสั่งสอนหรือให้ข้อคิด หรือตักเตือนไปในทางบวกคือให้ความหมายในแง่ดีเป็นหลัก โดยสุภาษิตมักจะถูกแต่งให้คล้องจองเรียงร้อยกันฟังแล้วรื่นหู เพื่อให้จดจำได้ง่าย

คำพังเพย คือ

คำคม คือ

    คำพังเพย คือ ถ้อยคำอุปมา ที่ว่าด้วยการกล่าวกระทบเสียดสี ซึ่งมาจากเหตุการณ์เรื่องราวหรือความเป็นไปในวิถีชีวิตของคนรุ่นก่อนเป็นสิ่งควรค่าแก่การเรียนรู้ และจดจำเป็นอย่างยิ่ง คำคม คือ ถ้อยคำสำนวนที่ใช้ในปัจจุบันทันด่วน ส่วนมากเป็นถ้อยคำที่หลักแหลม ฟังแล้วต้องยกนิ้วให้ ผู้ที่คิดคำคมต่าง ๆ ออกมามักจะเป็นผู้ที่ฉลาดปราดเปรื่อง นักปราชญ์ เช่นคำคมคนจีน เป็นต้น

สำนวนไทย พร้อมความหมาย เรียงตามหมวด ก-ฮ

สำนวนไทย มีดังนี้

สำนวนไทย หมวด ก ได้แก่

# สำนวนไทย หมายถึง
1 กบเลือกนาย ผู้ที่ต้องการเปลี่ยนผู้บังคับบัญชาอยู่เรื่อย ๆ
2 กบในกะลาครอบ ผู้มีความรู้และประสบการณ์น้อยแต่สำคัญตนว่ามีความรู้มาก
3 กรวดน้ำคว่ำกะลา ตัดขาดไม่ขอเกี่ยวข้องด้วย
4 กรวดน้ำคว่ำขัน การตัดขาดไม่ขอเกี่ยวข้องด้วย เลิกไม่คบหาสมาคมกันต่อไป
5 กระจอกงอกง่อย ยากจนเข็ญใจ
ดู สำนวนไทย หมวด ก ทั้งหมด ดู สำนวนไทย หมวด ก ทั้งหมด

สำนวนไทย หมวด ข ได้แก่

# สำนวนไทย หมายถึง
6 ขนทรายเข้าวัด ทําบุญกุศลโดยวิธีนําหรือขนทรายไปก่อพระเจดีย์ทรายเป็นต้นที่วัด (สำ) หาประโยชน์ให้ส่วนรวม
7 ขนมพอสมกับน้ำยา ใช้ในการเปรียบเทียบของทั้งสองสิ่งนั้นมีมูลค่า, ความดีความร้าย, ความสามารถ นั้นพอ ๆ กัน ไม่ด้อยไปกว่ากัน
8 ขนหน้าแข้งไม่ร่วง ไม่กระทบกระเทือนถึงเดือดร้อน (ใช้แก่คนมั่งมีที่ต้องจ่ายเงินแม้จะมากแต่ก็ดูเหมือนเป็นจํานวนเล็ก ๆ น้อย ๆ)
9 ขมิ้นกับปูน ชอบวิวาทกันอยู่เสมอเมื่ออยู่ใกล้กัน ไม่ถูกกัน
10 ขมเป็นยา คำติมักเป็นประโยชน์ทำให้ได้คิด มักใช้เข้าคู่กับ หวานเป็นลม ว่า หวานเป็นลม ขมเป็นยา
ดู สำนวนไทย หมวด ข ทั้งหมด ดู สำนวนไทย หมวด ข ทั้งหมด

สำนวนไทย หมวด ค ได้แก่

# สำนวนไทย หมายถึง
11 คงเส้นคงวา เสมอต้นเสมอปลาย
12 คนละไม้คนละมือ ต่างคนต่างช่วยกันทำ ทำด้วยความสามัคคีกัน อย่างตั้งใจช่วยเหลือเกื้อกูลกันทำงานเพื่อผลสำเร็จ
13 คมในฝัก มีความรู้ความสามารถแต่เมื่อยังไม่ถึงเวลาก็ไม่แสดง ออกมาให้ปรากฏ
14 คลื่นกระทบฝั่ง เรื่องราวหรือเหตุการณ์สำคัญที่ค่อนข้างใหญ่โตแต่กลับเงียบหายไป
15 คลื่นใต้น้ำ เหตุการณ์ที่กรุ่นอยู่ภายใน แต่ภายนอกดูเหมือนสงบเรียบร้อยหรือพวกคลื่นใต้น้ำชอบก่อหวอดก่อเหตุการณ์วุ่นวาย ภายในคอยแซะอย่างลับหลัง
ดู สำนวนไทย หมวด ค ทั้งหมด ดู สำนวนไทย หมวด ค ทั้งหมด

สำนวนไทย หมวด ฆ ได้แก่

# สำนวนไทย หมายถึง
16 ฆ่าควายอย่าเสียดายพริก การทำงานใหญ่ อย่าตระหนี่ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นต้องจ่าย ไม่เช่นนั้นอาจเสียการใหญ่ได้
17 ฆ่าไม่ตายขายไม่ขาด ตัดเยื่อใยไม่ขาด (มักใช้แก่พ่อแม่ที่รักลูกมากถึงจะโกรธจะเกลียดอย่างไรก็ตัดไม่ขาด)
18 ฆ้องดีถ้าไม่ตีก็ไม่ดัง ผู้ที่มีคุณความดีในตัวนั้นถ้าไม่มีใครยกย่องชมเชยก็จะไม่มีใครเห็นความดีนั้น เปรียบดังฆ้องคุณภาพดี แต่ก็ต้องมีคนดีถึงจะมีเสียงดังขึ้นมา
19 ฆ้องปากแตก คนที่เก็บความลับไม่อยู่ ชอบนำความลับหรือเรื่องไม่ดีของผู้อื่นไปโพนทะนา ทำให้ผู้อื่นได้รับความเดือดร้อน

สำนวนไทย หมวด ง ได้แก่

# สำนวนไทย หมายถึง
20 งงเป็นไก่ตาแตก งงมากจนทำอะไรไม่ถูก ไม่รู้จะทำยังไง
21 งอมพระราม มีความทุกข์ยากลำบากเต็มที่ ถูกกระทำอย่างหนักหน่วง เช่น เจ้าของโครงการคอนโดนี้วางแผนสร้างคอนโดที่ทันสมัยที่สุด หรูที่สุด ซึ่งใช้เงินลงทุนเป็นจำนวนมากทำให้หมุนเงินไม่ทันสุดท้ายผู้รับเหมาแต่ละรายก็เลยงอมพระรามไปตาม ๆ กัน
22 งอมืองอตีน คนที่เกียจคร้าน วัน ๆ ไม่ทำอะไร ไม่สนใจขวนขวายการทำงาน
23 งูกินหาง พัวพันเกี่ยวโยงกันไปเป็นทอด ๆ จนหาที่สิ้นสุดไม่ได้
24 งูจงอางหวงไข่ รักหวง ปกป้องลูกของตัวเองถึงที่สุด ไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายได้ง่าย ๆ
ดู สำนวนไทย หมวด ง ทั้งหมด ดู สำนวนไทย หมวด ง ทั้งหมด

สำนวนไทย หมวด จ ได้แก่

# สำนวนไทย หมายถึง
25 จมูกมด รู้ทันเหตุการณ์ผู้หญิงคนนั้นเป็นคนจมูกมด มักจะรู้เรื่องราวทุกอย่างในหมู่บ้านตลอดเวลา รู้อะไรไปหมด รู้ก่อนคนอื่นตลอด
26 จมไม่ลง บุคคลที่เคยมีฐานะร่ำรวยหรือมีชื่อเสียงมาก่อน แต่ปัจจุบันยากจนหรือไม่มีชื่อเสียงอีกแล้ว แต่ยังประพฤติตนเหมือนกับตอนที่ยังมีฐานะหรือชื่อเสียงดีเหมือนแต่ก่อน
27 จรกาหน้าหนู คนที่เข้ากับคนอื่นไม่ได้
28 จระเข้ขวางคลอง คนที่ชอบอะไรขัดขวางผู้อื่น คอยกีดกันไม่ให้ผู้อื่นกระทำการได้อย่างสะดวก
29 จองหองพองขน เย่อหยิ่ง อวดดี ทะนงตน หรือไม่รู้จักบุญคุณด้วยการแสดงอาการลบหลู่ผู้มีพระคุณ
ดู สำนวนไทย หมวด จ ทั้งหมด ดู สำนวนไทย หมวด จ ทั้งหมด

สำนวนไทย หมวด ฉ ได้แก่

# สำนวนไทย หมายถึง
30 ฉลาดแกมโกง ฉลาดในทางทุจริต
31 ฉ้อราษฎร์บังหลวง ทุจริตในหน้าที่การงานที่ตนเองรับผิดชอบ

สำนวนไทย หมวด ช ได้แก่

# สำนวนไทย หมายถึง
32 ชนักติดหลัง คนที่เคยทำความชั่วหรือความผิด แล้วสิ่งเหล่านั้นยังคงติดตัวอยู่ เหมือนเป็นตราบาป
33 ชักแม่น้ำทั้งห้า การพูดจาหว่านล้อม หาเหตุผลต่างๆมาอ้างเพื่อให้เกิดความน่าเชื่อถือ และได้ในสิ่งที่ต้องการ
34 ชักใบให้เรือเสีย การพูดหรือการกระทำใด ๆ ที่ทำให้ การสนทนาหรือเหตุการณ์นั้น ๆ ต้องเขว ออกนอกเรื่อง นอกประเด็นไป
35 ชักใย บงการอยู่เบื้องหลัง
36 ชั่วเจ็ดทีดีเจ็ดหน ในช่วงชีวิตของคนเราไม่มีอะไรเป็นที่แน่นอน มีทั้งสุขและทุกข์ มีทั้งดีและร้าย สลับกันไป
ดู สำนวนไทย หมวด ช ทั้งหมด ดู สำนวนไทย หมวด ช ทั้งหมด

สำนวนไทย หมวด ซ ได้แก่

# สำนวนไทย หมายถึง
37 ซื่อกินไม่หมด คดกินไม่นาน ความซื่อสัตย์ทำให้คนเชื่อใจ มีคนนับถือ ไม่มีวันอดตาย มีคนคอยช่วยเหลือ แต่หากมีนิสัยคดโกง เมื่อถูกจับได้ย่อมไม่มีใครอยากช่วยเหลือหรือเกี่ยวข้องด้วย
38 ซื่อเหมือนแมวนอนหวด เชื่อง ไม่มีพิษมีภัย แต่ความจริงแล้วกลับซ่อนความร้ายกาจ ความเจ้าเล่ห์ เอาไว้ภายใน โดยโบราณท่านเปรียบไว้เหมือนแมวเชื่องๆตัวหนึ่ง แต่ถึงเวลาที่ตื่นตัวกลับปราดเปรียวและมีพิษสงร้ายกาจ
39 ซื้อร่มหน้าฝน ซื้อของโดยไม่วางแผนล่วงหน้ามัก ได้ราคาแพงเพราะของนั้นเป็นที่จำเป็นต้องใช้ ในตอนนั้น ทำให้มีโอกาศโดนกดราคา ไม่สามารถต่อรองได้มากนัก หรือราคาเกินจริง
40 ซุ่มซ่ามเหมือนจีนใหม่ ทำอะไรมักผิด ๆ ถูก ๆ เพราะไม่เคยทำมาก่อน ไม่มีประสบการณ์ ท่าทางไม่ทะมัดทแมง กิริยามารยาท ไม่สุภาพเรียบร้อย

สำนวนไทย หมวด ฒ ได้แก่

# สำนวนไทย หมายถึง
41 เฒ่ามะละกอ ยิ่งแก่ยิ่งไร้แก่นสาร เหมือนผลมะละกอที่ทั้งเละทั้งกลวง ลำต้นไม่มั่นคงโค่นล้มได้ง่าย เปรียบกับคนที่ไร้สาระ ไม่มีเป้าหมายไม่มั่นคง
42 เฒ่าหัวงู คนแก่หรือคนมีอายุมากที่มีนิสัยเจ้าชู้ มีเล่ห์เหลี่ยม ชอบใช้กลอุบาย หลอกล่อเด็กสาวไปบำเรอความสุข ในทางกามารมณ์

สำนวนไทย หมวด ด ได้แก่

# สำนวนไทย หมายถึง
43 ดอกทอง หญิงใจง่ายในทางประเวณี (ใช้เป็นคำด่า)
44 ดอกพิกุลร่วง อาการนิ่งไม่พูด กลัวดอกพิกุลร่วง
45 ดอกไม้ริมทาง ผู้หญิงใจง่ายที่ผู้ชายสามารถเกี้ยวพาราสีเอามาเชยชมได้ง่ายๆ ทำให้ไม่มีความสำคัญ
46 ดาบสองคม การกระทำที่อาจเกิดผลดีและผลร้ายได้พอๆกัน เปรียบได้กับดาบ ถ้าดาบนั้นมีคมทั้งสองข้าง มันก็ดีใช้ฟันได้สะดวก ขึ้น แต่ในทางกลับกัน ถ้าดาบมีคมทั้งสองข้าง เมื่อเราใช้ดาบฟันไปข้างหนึ่ง คมอีกข้างหนึ่ง ก็อาจทำร้ายถูกตัวเราได้
47 ดาวล้อมเดือน คนที่มีบริวารอยู่รายล้อมเป็นจำนวนมาก เหมือนดวงดาวที่อยู่ล้อมดวงจันทร์
ดู สำนวนไทย หมวด ด ทั้งหมด ดู สำนวนไทย หมวด ด ทั้งหมด

 

 

สำนวนไทย หมวด ต ได้แก่

# สำนวนไทย หมายถึง
48 ตกถังข้าวสาร ชายที่ได้เมียรวย
49 ตกนรกทั้งเป็น ได้รับความลำบากแสนสาหัส
50 ตกน้ำไม่ว่าย ไม่ช่วยตัวเอง ประมาณว่าขนาดตกน้ำ แล้วยังไม่ดิ้นรนว่ายน้ำช่วยตัวเอง
51 ตกหลุมพราง ถูกลวงด้วยเล่ห์กลหรืออุบาย, เสียรู้, หลงกล กลลวง หลุมพราง
52 ตกเบ็ด ล่อให้หลง
ดู สำนวนไทย หมวด ต ทั้งหมด ดู สำนวนไทย หมวด ต ทั้งหมด

สำนวนไทย หมวด ถ ได้แก่

# สำนวนไทย หมายถึง
53 ถวายหัว ยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อชาติ, เอาชีวิตเป็นประกัน ทำจนสุดความสามารถ, ยอมสู้ตายสู้ตายถวายชีวิตให้ มอบชีวิตมอบความภักดีให้อย่างซื่อสัตย์
54 ถอดเขี้ยวถอดเล็บ ละพยศ, ละความเก่งกาจ, เลิกแสดงฤทธิ์แสดงอำนาจอีกต่อไปลดความอันตรายความทะเยอทะยานลง
55 ถอนขนห่าน การที่รัฐเรียกเก็บภาษีจากประชาชนในอัตราสูง ขูดรีดประชาชน รีดงบเก็บภาษี
56 ถอนหงอก ไม่นับถือความเป็นผู้ใหญ่ พูดว่าให้เสียผู้ใหญ่
57 ถีบหัวส่ง ไล่ไปให้พ้น, ไม่ไยดีอีกต่อไป.
ดู สำนวนไทย หมวด ถ ทั้งหมด ดู สำนวนไทย หมวด ถ ทั้งหมด

สำนวนไทย หมวด ท ได้แก่

# สำนวนไทย หมายถึง
58 ทองไม่รู้ร้อน การกระทำที่เฉยเมย ไม่กระตือรือร้น ไม่สนใจว่าผู้อื่นจะเดือดร้อนหรือรู้สึกอย่างไร
59 ทำได้อย่างเป็ด ทำได้ทุกอย่าง แต่ไม่เป็นเลิศสักอย่าง
60 ทิ้งทวน ทําอย่างไว้ฝีมือ, ทําจนสุดความสามารถ, ไม่ทําอีกต่อไป; ปล่อยฝีมือฝีปากเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะเลิกไป; ฉวยโอกาสทําเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะหมดอํานาจ.
61 ทิ้งไพ่ใบสุดท้าย การทิ้งทวน ใช้ความพยายามอย่างเต็มที่เป็นครั้งสุดท้าย
62 ทีใครทีมัน โอกาสของใครก็เป็นของคนนั้น.
ดู สำนวนไทย หมวด ท ทั้งหมด ดู สำนวนไทย หมวด ท ทั้งหมด

สำนวนไทย หมวด ธ ได้แก่

# สำนวนไทย หมายถึง
63 ธุระไม่ใช่ ไม่ใช่เรื่องของตัวเอง ไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องคนอื่นที่ไม่ได้มีผลอะไรกับตัวเลยไม่ไปวุ่นวายกับกิจการงานของคนอื่นโดยที่ตัวเองไม่เกี่ยวข้อง

สำนวนไทย หมวด น ได้แก่

# สำนวนไทย หมายถึง
64 นกกระจอกไม่ทันกินน้ำ อาการที่สำเร็จอย่างรวดเร็วอย่างคาดไม่ถึง
65 นกกระปูด คนที่ชอบเปิดเผยความลับ
66 นกต่อ คนที่ทําหน้าที่ติดต่อหรือชักจูงหลอกล่อคนอื่นให้หลงเชื่อ (ใช้ในทางไม่ดี).
67 นกรู้ ผู้ที่มีไหวพริบรู้เท่าทันเหตุการณ์หรือภัยที่จะมาถึงตน.
68 นกสองหัว คนที่ทําตัวฝักใฝ่เข้าด้วยทั้ง ๒ ฝ่ายที่ไม่เป็นมิตรกันโดยหวังประโยชน์เพื่อตน
ดู สำนวนไทย หมวด น ทั้งหมด ดู สำนวนไทย หมวด น ทั้งหมด

สำนวนไทย หมวด บ ได้แก่

# สำนวนไทย หมายถึง
69 บนบานศาลกล่าว ขอร้องให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยเหลือ นำของมาบนหรือสัญญาว่าจะทำเพื่อให้สิ่งศักสิทธิ์ช่วยเหลือเกื้อหนุน
70 บอกศาลา ประกาศไม่รับผิดชอบหรือตัดขาดไม่ให้ความอุปการะเลี้ยงดูอีกต่อไป.
71 บุญหนักศักดิ์ใหญ่ มีฐานันดรศักดิ์สูงและอํานาจวาสนายิ่งใหญ่ เช่น น้อยหรือนางบุญหนักศักดิ์ใหญ่. (สังข์ทอง).
72 บ่างช่างยุ คนที่ชอบพูดส่อเสียดยุยงให้เขาแตกกัน.
73 บ้วนน้ำลายแล้วกลืน พูดจากลับกลอก
ดู สำนวนไทย หมวด บ ทั้งหมด ดู สำนวนไทย หมวด บ ทั้งหมด

สำนวนไทย หมวด ป ได้แก่

# สำนวนไทย หมายถึง
74 ปลากระดี่ได้น้ำ แสดงท่าทางดีใจจนเกินงาม
75 ปลาติดร่างแห คนที่พลอยได้รับเคราะห์กรรมร่วมกับผู้อื่น ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้มีส่วนพัวพันด้วย, ปลาติดร่างแห ก็ว่า.
76 ปล่อยนกปล่อยปลา ทําให้หลุดออกมาด้วยคาถาอาคม เช่น สะเดาะโซ่ตรวน สะเดาะกุญแจ; ทำให้หมดสิ้นไปหรือเบาบางลง เช่น ทำบุญสะเดาะเคราะห์ ปล่อยนกปล่อยปลาสะเดาะเคราะห์.
77 ปล่อยไก่ แสดงความโง่ออกมา
78 ปอกกล้วยเข้าปาก ง่าย, สะดวก.
ดู สำนวนไทย หมวด ป ทั้งหมด ดู สำนวนไทย หมวด ป ทั้งหมด

สำนวนไทย หมวด ผ ได้แก่

# สำนวนไทย หมายถึง
79 ผงเข้าตาตัวเอง เมื่อปัญหาหรือความเดือดร้อนเกิดแก่ผู้อื่น ช่วยแก้ไขให้เขาได้ แต่เมื่อเกิดแก่ตน กลับแก้ไขไม่ได้.
80 ผลพลอยได้ สิ่งที่ได้รับนอกเหนือจากผลที่ได้ตามความมุ่งหมาย.
81 ผักชีโรยหน้า การทำความดีหรือกระทำการใดๆเพียงเพื่อให้ผู้อื่นเห็นว่างานเสร็จแล้ว เรียบร้อย สวยงาม แต่ในความเป็นจริงแล้ว สิ่งนั้นยังไม่สำเร็จเรียบร้อย
82 ผิดเป็นครู ผิดแล้วจำไว้จะได้ไม่ทำอีก
83 ผีถึงป่าช้า ต้องยอมทําด้วยความจําใจหรือไม่มีทางเลือก.
ดู สำนวนไทย หมวด ผ ทั้งหมด ดู สำนวนไทย หมวด ผ ทั้งหมด

สำนวนไทย หมวด ฝ ได้แก่

# สำนวนไทย หมายถึง
84 ฝนสั่งฟ้า ปลาสั่งหนอง สั่งเสียเป็นครั้งสุดท้าย, ทําการอันใดที่เป็นสิ่งสําคัญเพื่อไว้อาลัยก่อนจากไป, นํ้าสั่งฟ้า ปลาสั่งฝน ก็ว่า.
85 ฝันกลางวัน นึกฝันถึงสิ่งที่ไม่อาจเป็นจริงได้.
86 ฝากผีฝากไข้ ขอยึดเป็นที่พึ่งจนวันตาย.
ดู สำนวนไทย หมวด ฝ ทั้งหมด ดู สำนวนไทย หมวด ฝ ทั้งหมด

สำนวนไทย หมวด พ ได้แก่

# สำนวนไทย หมายถึง
87 พกนุ่น ใจเบา, ใช้เข้าคู่กับคำ พกหิน ในสำนวนว่า พกหินดีกว่าพกนุ่น.
88 พระยาเทครัว ชายที่ได้หญิงเป็นภรรยาทั้งแม่ทั้งลูกหรือทั้งพี่ทั้งน้อง.
89 พริกกะเกลือ กับข้าวชนิดหนึ่งเอามะพร้าวตําจนมีนํ้ามันออกมา ใส่เกลือกับนํ้าตาล มีรสหวานเค็ม, เครื่องจิ้มผลไม้เปรี้ยวเป็นต้น ทำด้วยพริก เกลือ และน้ำตาล.
90 พร้าขัดหลังเล่มเดียว คนดีถ้าขยันก็ตั้งตัวได้
91 พลิกแผ่นดิน เปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในระบบหรือวิธีการปกครองแผ่นดิน. ว. อาการที่ตามหาเท่าไร ๆ ก็ไม่พบ เช่น หาจนพลิกแผ่นดิน.
ดู สำนวนไทย หมวด พ ทั้งหมด ดู สำนวนไทย หมวด พ ทั้งหมด

สำนวนไทย หมวด ฟ ได้แก่

# สำนวนไทย หมายถึง
92 ฟังความข้างเดียว เชื่อถือแต่ฝ่ายเดียวโดยไม่ฟังความอีกฝ่ายหนึ่ง.
93 ฟังหูไว้หู การรับฟังเรื่องราวต่าง ๆ แต่ไม่เชื่อทั้งหมดในทันที แต่รับฟังไว้ก่อนแล้วจึงพิจารณาในภายหลังว่าสิ่งนั้นเชื่อถือได้หรือไม่
94 ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ รู้ที่ต่ำที่สูง รู้อะไรควรไม่ควร
95 ไฟสุมขอน ไฟที่คุกรุ่นอยู่ในขอนไม้ขนาดใหญ่ ดับยาก, โดยปริยายหมายถึงอารมณ์รัก โกรธ หรือแค้นเป็นต้นที่ร้อนรุ่มอยู่ในใจ.
96 ไฟไหม้ฟาง อารมณ์ที่เกิดขึ้นอย่างวู่วาม สักพักก็หาย
ดู สำนวนไทย หมวด ฟ ทั้งหมด ดู สำนวนไทย หมวด ฟ ทั้งหมด

สำนวนไทย หมวด ภ ได้แก่

# สำนวนไทย หมายถึง
97 ภาวนากันตาย ทําบุญเพื่ออวดผู้อื่น ไม่ใช่ทําด้วยใจบริสุทธิ์, มักพูดเข้าคู่กับ ภาวนากันตาย.
98 ภูเขาเลากา มากมายก่ายกอง

สำนวนไทย หมวด ม ได้แก่

# สำนวนไทย หมายถึง
99 มะนาวไม่มีน้ำ พูดห้วน ๆ.
100 มัดมือชก บังคับหรือใช้วิธีการใด ๆ ให้อีกฝ่ายหนึ่งตกอยู่ในภาวะจำยอมโดยไม่มีทางต่อสู้.
101 มาเหนือเมฆ มีความคิดหรือชั้นเชิงเหนือผู้อื่น; มาหรือปรากฏขึ้นโดยไม่คาดหมาย.
102 มืดแปดด้าน นึกไม่เห็น, คิดไม่ออก, จนปัญญาไม่รู้จะหาทางออกได้อย่างไร, เช่น ตอนนี้รู้สึกมืดแปดด้านไปหมด.
103 มือซุกหีบ เข้าไปยุ่งเกี่ยว รับภาระหรือยุ่งเรื่องอื่นที่ไม่ใช่ภาระของตนเอง
ดู สำนวนไทย หมวด ม ทั้งหมด ดู สำนวนไทย หมวด ม ทั้งหมด

สำนวนไทย หมวด ย ได้แก่

# สำนวนไทย หมายถึง
104 ยกภูเขาออกจากอก โล่งอก, หมดวิตกกังวล, ปลดเปลื้องภาระที่หนักอกหนักใจให้หมดไป.
105 ยกยอปอปั้น ยกให้, มอบให้, เช่น ยกยอปอปั้นลูกสาวให้เขาไป; ยกย่องเกินจริง เช่น ยกยอปอปั้นให้เป็นคุณหญิง.
106 ยกเค้า เอาต้นทุนหรือกองทุนไปหมด (ใช้แก่การพนัน) เช่น แทงยกเค้า; ขโมยทรัพย์สินไปหมด เช่น เขาถูกยกเค้า.
107 ยกเมฆ เพ่งดูเมฆเมื่อเห็นเป็นรูปอะไรแล้ว ก็ถือเป็นนิมิตเพื่อทำนายว่าดีหรือร้าย เช่นในเวลาจะยกทัพ ถ้าเห็นเมฆเป็นรูปพระนารายณ์ ก็ถือว่าเป็นนิมิตที่ดี ควรยกทัพได้ เช่น ตรงเข้าไปในป่าแล้วปลุกตัว เป่าทั่วด้วยคาถาประกาศิต ขยับยืนยกเมฆดูนิมิต เห็นรูปนารายณ์เรืองฤทธิ์ติดอัมพร. (ขุนช้างขุนแผน), ถ้าเห็นเมฆเป็นรูปคนหัวขาดหรือแขนขาดขาขาด เป็นนิมิตไม่ดี ไม่ควรยกทัพ แม้ผู้ทรงวิทยาคุณอาจบริกรรมต่อหัวหรือแขนขาให้สมบูรณ์ได้ ถึงกระนั้นก็ไม่ถือว่าเป็นนิมิตที่ดี ไม่ควรยกทัพ เช่น กอดอกยกเมฆดูนิมิต ก็วิปริตเป็นรูปคนหัวหา...
108 ยืนกระต่ายขาเดียว พูดยืนยันอยู่คำเดียว โดยไม่เปลี่ยนความคิดเดิม, มักพูดว่า ยืนกระต่ายขาเดียว.
ดู สำนวนไทย หมวด ย ทั้งหมด ดู สำนวนไทย หมวด ย ทั้งหมด

สำนวนไทย หมวด ร ได้แก่

# สำนวนไทย หมายถึง
109 รักนักมักหน่าย รักกันสนิทสนมกันมากก็ขาดความเกรงใจกัน
110 รักวัวให้ผูกรักลูกให้ตี หากลูกทำผิดก็ควรอบรมสั่งสอน ดุด่าว่ากล่าว และลงโทษเมื่อกระทำความผิดตามสมควร
111 รัดเข็มขัด ประหยัด เช่น ในภาวะที่เศรษฐกิจไม่ดี ประชาชนต้องรัดเข็มขัด.
112 รีดเลือดกับปู การบังคับขู่เข็ญเพื่อเอาผลประโยชน์กับผู้ที่ไม่มีความสามารถที่จะให้สิ่งที่ต้องการได้ เช่น การรีดไถเงินจากคนที่มีความยากจน
113 รู้เท่าไม่ถึงการณ์ เขลา, คาดไม่ถึงว่าจะเกิดเหตุร้ายขึ้น, เช่น รับฝากของโจรไว้โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ว่าของนั้นเป็นของโจร.
ดู สำนวนไทย หมวด ร ทั้งหมด ดู สำนวนไทย หมวด ร ทั้งหมด

สำนวนไทย หมวด ล ได้แก่

# สำนวนไทย หมายถึง
114 ลงเรือลำเดียวกัน ทำงานร่วมกัน, ร่วมรับผลการกระทำด้วยกัน.
115 ลงแขก ร่วมแรงเพื่อนบ้านมาช่วยกันทำงานเช่นดำนา เกี่ยวข้าว ให้ลุล่วงเร็วขึ้นโดยไม่รับค่าจ้าง และผลัดเปลี่ยนช่วยกันไปตามความจำเป็นของแต่ละบ้าน; รุมกันข่มขืนกระทําชําเราหญิง.
116 ลับลมคมใน ความลับ, สิ่งที่เปิดเผยไม่ได้อยู่ภายใน, สิ่งที่ปกปิดเอาไว้
117 ลางเนื้อชอบลางยา ของสิ่งเดียวกัน แต่คนหลาย ๆ คนจะชอบของชิ้นนี้มากน้อยไม่เท่ากัน เพราะรสนิยมของแต่ละคนไม่เหมือนกัน
118 ลิงหลอกเจ้า ล้อหลอกผู้ใหญ่เวลาผู้ใหญ่เผลอ.
ดู สำนวนไทย หมวด ล ทั้งหมด ดู สำนวนไทย หมวด ล ทั้งหมด

สำนวนไทย หมวด ว ได้แก่

# สำนวนไทย หมายถึง
119 วัดรอยตีน เทียบดูว่าพอสู้ได้หรือไม่ เช่น ลูกศิษย์วัดรอยเท้าครู, คอยเทียบตัวเองกับผู้ที่เหนือกว่าเพื่อชิงดีชิงเด่น เช่น ลูกน้องวัดรอยตีนหัวหน้า.
120 วัวพันหลัก อาการที่วกหรือย้อนกลับไปหาจุดเริ่มต้น เช่น ให้การเป็นวัวพันหลัก, ลักษณะที่วกหรือย้อนกลับไปหาบุคคลที่เป็นต้นตอผู้รับผิดชอบ (มักใช้ในทางชู้สาว) มาจากสำนวนเต็มว่า แม่สื่อแม่ชัก ไม่ได้เจ้าตัว เอาวัวพันหลัก หมายความว่า ชายที่ใช้แม่สื่อไปติดต่อหญิงที่ตนชอบ แล้วไม่ได้ตัวหญิงคนนั้น เลยเอาแม่สื่อนั้นเองเป็นภรรยา หรือผู้หญิงทำทีรับอาสาไปติดต่อหญิงคนใดคนหนึ่งให้แก่ชาย แต่ในที่สุดก็เอาตัวเองเข้าพัวพันจนได้ชายคนนั้นเป็นสามี.
121 วัวแก่กินหญ้าอ่อน ชายแก่ได้หญิงสาวเป็นภรรยา
122 ว่านอนสอนง่าย อยู่ในโอวาท, เชื่อฟังคำสั่งสอนโดยดี.
123 ว่าวติดลม ว่าวที่ลอยกินลมอยู่ในอากาศ. ว. เพลินจนลืมตัว.
ดู สำนวนไทย หมวด ว ทั้งหมด ดู สำนวนไทย หมวด ว ทั้งหมด

สำนวนไทย หมวด ศ ได้แก่

# สำนวนไทย หมายถึง
124 ศรศิลป์ไม่กินกัน (กลอน) ก. ทําอันตรายกันไม่ได้ เช่น ถ้อยทีศรศิลป์ไม่กินกัน. (รามเกียรติ์ ร. ๖); ไม่ถูกกัน, ไม่ลงรอยกัน, ไม่ชอบหน้ากัน, เช่น พี่น้องคู่นี้ศรศิลป์ไม่กินกัน เจอหน้ากันเมื่อใดต้องทะเลาะกันเมื่อนั้น.
125 ศิษย์มีครู คนเก่งที่มีครูเก่ง.

สำนวนไทย หมวด ส ได้แก่

# สำนวนไทย หมายถึง
126 สมน้ำสมเนื้อ พอเหมาะพอดีกัน เช่น ขิงก็ราข่าก็แรง สมน้ำสมเนื้อกันดีแล้ว.
127 สวมหัวโขน เอาหัวโขนสวมศีรษะ, โดยปริยายหมายความว่า ดำรงตำแหน่งหน้าที่ใหญ่โตหรือมียศถาบรรดาศักดิ์แล้วมักลืมตัวชอบแสดงอำนาจ.
128 สวมเขา ทำความอัปยศให้แก่สามีด้วยการมีชู้โดยที่สามีไม่รู้ระแคะระคาย
129 สองหน้า ชื่อกลองชนิดหนึ่ง รูปคล้ายเปิงมางแต่ใหญ่กว่า ใช้ตีทั้ง ๒ ข้าง. ว. ที่ทําตัวให้ทั้ง ๒ ฝ่ายต่างเข้าใจผิดกัน โดยหวังประโยชน์เพื่อตน เช่น เขาเป็นคนสองหน้า อย่าไว้ใจเขานักนะ.
130 สองหัวดีกว่าหัวเดียว ร่วมกันคิด ร่วมกันปรึกษา
ดู สำนวนไทย หมวด ส ทั้งหมด ดู สำนวนไทย หมวด ส ทั้งหมด

สำนวนไทย หมวด ห ได้แก่

# สำนวนไทย หมายถึง
131 หงายเก๋ง แพ้ราบคาบ แบบหมดรูป สู้ไม่ได้
132 หญ้าปากคอก ดู ตีนกา ๓.
133 หนอนบ่อนไส้ ฝ่ายตรงข้ามที่เข้ามาทำทีเป็นพวกเพื่อบ่อนทำลาย.
134 หนอนหนังสือ คนที่ชอบหมกมุ่นอยู่กับการอ่านหนังสือ.
135 หนักเอาเบาสู้ ขยันขันแข็งไม่เกี่ยงงาน
ดู สำนวนไทย หมวด ห ทั้งหมด ดู สำนวนไทย หมวด ห ทั้งหมด

สำนวนไทย หมวด อ ได้แก่

# สำนวนไทย หมายถึง
136 ออกยักษ์ออกโขน กระโดดโลดเต้นอึกทึกครึกโครมอย่างเล่นโขน, ทำท่าและออกเสียงเอะอะด้วยความโกรธ.
137 ออกลาย เริ่มแสดงความไม่ดีให้ปรากฏหลังจากที่แสร้งทําดีมาแล้ว
138 อ้าปากเห็นลิ้นไก่ คือรู้ทันกันรู้ทันสิ่งที่จะทำ
139 เออออห่อหมก เอาใจฟัง, เห็นด้วย, พลอยเห็นไปตามด้วย (เหมือน เออออ)
140 เอาข้างเข้าถู ไม่ใช้เหตุผล ดื้อดันจะเอาชนะให้ได้ เอาสีข้างเข้าถู ก็ว่า
ดู สำนวนไทย หมวด อ ทั้งหมด ดู สำนวนไทย หมวด อ ทั้งหมด

การแบ่งประเภทสำนวนไทย


การแบ่งตามมูลเหตุ
หมวดที่เกิดจากธรรมชาติ เช่น ตื่นแต่ไก่โห่ ปลากระดี่ได้น้ำ แมวไม่อยู่หนูร่าเริง ไก่แก่แม่ปลาช่อน
หมวดที่เกิดจากการกระทำ เช่น ไกลปืนเที่ยงสาวไส้ให้กากิน ชักใบให้เรือเสีย ปิดทองหลังพระ สี่เท้ายังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง
หมวดที่เกิดจากสภาพแวดแวดล้อม เช่น ตีวัวกระทบคราด ใกล้เกลือกินด่าง ฆ่าควายอย่าเสียดายพริก
หมวดที่เกิดจากอุบัติเหตุ เช่น ตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ
หมวดที่เกิดจากระเบียบแบบแผนประเพณีความเชื่อ เช่น กงเกวียนกำเกวียน คู่แล้วไม่แคล้วกัน ปลูกเรือนตามใจผู้อยู่
หมวดที่เกิดจากความประพฤติ เช่น หงิมหงิมหยิบชิ้นปลามัน ตักน้ำใส่กะโหลกชะโงกดูเงา คบคนดูหน้าซื้อผ้าดูเนื้อ ขี้เกียจสันหลังยาว

 

มีเสียงสัมผัส
คำสัมผัส เช่น คอขาดบาดตาย มั่งมีศรีสุข ทำมาค้าขาย
6–7 คำสัมผัส เช่น ปากเป็นเอก เลขเป็นโท คดในข้องอในกระดูก แพ้เป็นพระชนะเป็นมาร ขิงก็ราข่าก็แรง
8–9 คำสัมผัส เช่น ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี ตักน้ำใส่กะโหลก ชะโงกดูเงา

 

ไม่มีเสียงสัมผัส
2 คำเรียงกัน เช่น กัดฟัน ของร้อน ก่อหวอด
3 คำเรียงกัน เช่น ไกลปืนเที่ยง ก้างขวางคอ ดาบสองคม พริกกับเกลือ
4 คำเรียงกัน เช่น ใกล้เกลือกินด่าง ผักชีโรยหน้า เข้าด้ายเข้าเข็ม
5 คำเรียงกัน เช่น ชักแม่น้ำทั้งห้า ลางเนื้อชอบลางยา ขว้างงูไม่พ้นคอ
6–7 คำเรียงกัน เช่น ยกภูเขาออกจากอก วันพระไม่มีหนเดียว ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ

ที่มาของสำนวนไทย

สำนวนไทย คือ ถ้อยคำหรือข้อความที่กล่าวสืบต่อกันมาช้านานแล้ว มีความหมายไม่ตรงตามตัวหรือมีความหมายอื่นแฝงอยู่หรืออาจกล่าวอีกนัยหนึ่งได้ว่า สำนวน คือถ้อยคำ กลุ่มคำ หรือความที่เรียบเรียงขึ้นในเชิงอุปมาอุปมัยโดยมีนัยแฝงเร้นซ่อนอยู่อย่างลึกซึ้ง แยบคาย เพื่อให้ผู้รับได้ไปตีความ ทำความเข้าใจด้วยตนเองอีกชั้นหนึ่ง ซึ่งอาจแตกต่างไปความหมายเดิมหรืออาจคล้ายคลึงกับความหมายเดิมก็ได้ สันนิษฐานว่าสำนวนนั้นมีอยู่ในภาษาพูดก่อนที่จะมีภาษาเขียนเกิดขึ้นในสมัยสุโขทัย โดยเมื่อพิจารณาจากข้อความในศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหงแล้ว ก็พบว่ามีสำนวนไทยปรากฏเป็นหลักฐานอยู่ เช่น ไพร่ฟ้าหน้าใส หมายถึง ประชาชนอยู่เย็นเป็นสุข

ส่วนมากจะเป็นสำนวนไทย แต่บางคำก็ถูกจำแนกเป็น คำสุภาษิต หรือ คำพังเพย

หรือจะทำการ ค้นหาสำนวนไทย ได้ที่ลิงก์