สำนวนไทย สุภาษิต พร้อมความหมาย

สำนวนไทย คืออะไร

สำนวนไทย คือ ถ้อยคำหรือข้อความที่กล่าวสืบต่อกันมาช้านานแล้ว มีความหมายไม่ตรงตามตัวหรือมีความหมายอื่นแฝงอยู่ จะเป็นการพูดเชิงเปรียบเทียบและมักจะไม่แปลความหมายตรง ๆ เช่น กินน้ำใต้ศอก

     สำนวนไทย สุภาษิต และ คำพังเพย นั้น ดูเผิน ๆ จะคล้ายกันมากจนแยกกันแทบไม่ออก แต่สำนวนไทย จะเป็นเชิงอุปมาอุปมัยโดยมีนัยแฝงเร้นซ่อนอยู่อย่างลึกซึ้ง แยบคาย ต้องตีความ ทำความเข้าใจอีกที ซึ่งอาจแตกต่างไปความหมายเดิมหรืออาจคล้ายคลึงกับความหมายเดิมก็ได้

     สำนวน สุภาษิตไทย รวมถึงคำพังเพยนั้น นิยมใช้กันมาอย่างยาวนานและแพร่หลาย นับเป็นอีกหนึ่งในวัฒนธรรมที่น่าภาคภูมิใจของไทยเรา สำนวนไทย สุภาษิตไทยและคำพังเพยนั้น เกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันของผู้คนที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ ขึ้น ทั้งทางดีและทางร้าย จนมีการนำสิ่งที่เกิดขึ้นมาเรียบเรียงถ้อยคำใหม่ในเชิงสั่งสอนหรือเปรียบเทียบ จนเกิดเป็นสํานวนไทย สุภาษิต คำพังเพย และ สุภาษิตสำนวนไทยในที่สุด

เปรียบเทียบ สำนวน สุภาษิต และคำพังเพย

     สำนวน สุภาษิต คำพังเพยนั้น ดูเผินๆจะคล้ายกันมากจนแยกกันแทบไม่ออก ซึ่งในความเป็นจริงแล้วทั้ง 3 คำมีความแตกต่างกันอยู่ โดยที่สํานวนไทยจะเป็นการพูดเชิงเปรียบเทียบและมักจะไม่แปลความหมายตรง ๆ เช่น กินน้ำใต้ศอก ส่วนสุภาษิตจะเป็นเชิงสั่งสอนหรือให้ข้อคิด เช่น หัวล้านได้หวี วานรได้แก้ว และสุดท้ายคำพังเพย จะเป็นลักษณะของการเปรียบเทียบของสองสิ่ง เช่น กว่าถั่วจะสุกงาก็ไหม้ เป็นต้น

สำนวนไทย สุภาษิต พร้อมความหมาย

สำนวนไทย คือ

สุภาษิต คือ ›

สำนวนไทย คือถ้อยคำหรือข้อความที่กล่าวสืบต่อกันมาช้านานแล้ว มีความหมายไม่ตรงตามตัวหรือมีความหมายอื่นแฝงอยู่ สุภาษิต สุภาษิตไทย หรือ คำสุภาษิต คือคำในภาษาไทยที่ใช้ในการสื่อสารเชิงเปรียบเทียบอุปมาอุปมัย และเป็นเชิงสั่งสอนหรือให้ข้อคิด หรือตักเตือนไปในทางบวกคือให้ความหมายในแง่ดีเป็นหลัก โดยสุภาษิตมักจะถูกแต่งให้คล้องจองเรียงร้อยกันฟังแล้วรื่นหู เพื่อให้จดจำได้ง่าย

คำพังเพย คือ ›

คำคม คือ

    คำพังเพย คือ ถ้อยคำอุปมา ที่ว่าด้วยการกล่าวกระทบเสียดสี ซึ่งมาจากเหตุการณ์เรื่องราวหรือความเป็นไปในวิถีชีวิตของคนรุ่นก่อนเป็นสิ่งควรค่าแก่การเรียนรู้ และจดจำเป็นอย่างยิ่ง คำคม คือ ถ้อยคำสำนวนที่ใช้ในปัจจุบันทันด่วน ส่วนมากเป็นถ้อยคำที่หลักแหลม ฟังแล้วต้องยกนิ้วให้ ผู้ที่คิดคำคมต่าง ๆ ออกมามักจะเป็นผู้ที่ฉลาดปราดเปรื่อง นักปราชญ์ เช่นคำคมคนจีน เป็นต้น

การแบ่งประเภท สำนวนไทย


การแบ่งตามมูลเหตุ
หมวดที่เกิดจากธรรมชาติ เช่น ตื่นแต่ไก่โห่ ปลากระดี่ได้น้ำ แมวไม่อยู่หนูร่าเริง ไก่แก่แม่ปลาช่อน
หมวดที่เกิดจากการกระทำ เช่น ไกลปืนเที่ยงสาวไส้ให้กากิน ชักใบให้เรือเสีย ปิดทองหลังพระ สี่เท้ายังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง
หมวดที่เกิดจากสภาพแวดแวดล้อม เช่น ตีวัวกระทบคราด ใกล้เกลือกินด่าง ฆ่าควายอย่าเสียดายพริก
หมวดที่เกิดจากอุบัติเหตุ เช่น ตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ
หมวดที่เกิดจากระเบียบแบบแผนประเพณีความเชื่อ เช่น กงเกวียนกำเกวียน คู่แล้วไม่แคล้วกัน ปลูกเรือนตามใจผู้อยู่
หมวดที่เกิดจากความประพฤติ เช่น หงิมหงิมหยิบชิ้นปลามัน ตักน้ำใส่กะโหลกชะโงกดูเงา คบคนดูหน้าซื้อผ้าดูเนื้อ ขี้เกียจสันหลังยาว

 

มีเสียงสัมผัส
คำสัมผัส เช่น คอขาดบาดตาย มั่งมีศรีสุข ทำมาค้าขาย
6–7 คำสัมผัส เช่น ปากเป็นเอก เลขเป็นโท คดในข้องอในกระดูก แพ้เป็นพระชนะเป็นมาร ขิงก็ราข่าก็แรง
8–9 คำสัมผัส เช่น ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี ตักน้ำใส่กะโหลก ชะโงกดูเงา

 

ไม่มีเสียงสัมผัส
2 คำเรียงกัน เช่น กัดฟัน ของร้อน ก่อหวอด
3 คำเรียงกัน เช่น ไกลปืนเที่ยง ก้างขวางคอ ดาบสองคม พริกกับเกลือ
4 คำเรียงกัน เช่น ใกล้เกลือกินด่าง ผักชีโรยหน้า เข้าด้ายเข้าเข็ม
5 คำเรียงกัน เช่น ชักแม่น้ำทั้งห้า ลางเนื้อชอบลางยา ขว้างงูไม่พ้นคอ
6–7 คำเรียงกัน เช่น ยกภูเขาออกจากอก วันพระไม่มีหนเดียว ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ

ที่มาของสำนวนไทย

สำนวนไทย คือ ถ้อยคำหรือข้อความที่กล่าวสืบต่อกันมาช้านานแล้ว มีความหมายไม่ตรงตามตัวหรือมีความหมายอื่นแฝงอยู่หรืออาจกล่าวอีกนัยหนึ่งได้ว่า สำนวน คือถ้อยคำ กลุ่มคำ หรือความที่เรียบเรียงขึ้นในเชิงอุปมาอุปมัยโดยมีนัยแฝงเร้นซ่อนอยู่อย่างลึกซึ้ง แยบคาย เพื่อให้ผู้รับได้ไปตีความ ทำความเข้าใจด้วยตนเองอีกชั้นหนึ่ง ซึ่งอาจแตกต่างไปความหมายเดิมหรืออาจคล้ายคลึงกับความหมายเดิมก็ได้ สันนิษฐานว่าสำนวนนั้นมีอยู่ในภาษาพูดก่อนที่จะมีภาษาเขียนเกิดขึ้นในสมัยสุโขทัย โดยเมื่อพิจารณาจากข้อความในศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหงแล้ว ก็พบว่ามีสำนวนไทยปรากฏเป็นหลักฐานอยู่ เช่น ไพร่ฟ้าหน้าใส หมายถึง ประชาชนอยู่เย็นเป็นสุข

สำนวนไทย พร้อมความหมาย เรียงตามหมวด ก-ฮ

สำนวนไทย มีดังนี้

สำนวนไทย หมวด ก ได้แก่

# สำนวนไทย หมายถึง
1 กบเลือกนาย ผู้ที่ต้องการเปลี่ยนผู้บังคับบัญชาอยู่เรื่อย ๆ
2 กบในกะลาครอบ ผู้มีความรู้และประสบการณ์น้อยแต่สำคัญตนว่ามีความรู้มาก
3 กรวดน้ำคว่ำกะลา ตัดขาดไม่ขอเกี่ยวข้องด้วย
4 กรวดน้ำคว่ำขัน การตัดขาดไม่ขอเกี่ยวข้องด้วย เลิกไม่คบหาสมาคมกันต่อไป
5 กระจอกงอกง่อย ยากจนเข็ญใจ
6 กระชังหน้าใหญ่ จัดจ้าน, ออกหน้ารับเสียเอง เช่น แม่กระชังหน้าใหญ่
7 กระดังงาลนไฟ หญิงที่เคยแต่งงานหรือผ่านผู้ชายมาแล้ว ย่อมรู้จักชั้นเชิงทางปรนนิบัติและเอาอกเอาใจผู้ชายได้ดีกว่าหญิงที่ยังไม่ได้แต่งงาน
8 กระดี่ได้น้ำ ใช้เปรียบเทียบคนที่แสดงอาการดีอกดีใจตื่นเต้นจนตัวสั่น
9 กระดูกสันหลังของชาติ คำนี้คือคำเปรียบความสำคัญของชาวนาคือกระดูกสันหลังของชาติ ผู้ผลิตอาหาร ปัจจัยหลักของประเทศและของโลกใบนี้
10 กระดูกแข็ง ไม่ตายง่าย ๆ
11 กระต่ายขาเดียว การยืนกรานไม่ยอมรับผิด ปากแข็งยืนยันคำพูดเดิม
12 กระต่ายสามขา ยืนกรานไม่ยอมรับ
13 กระต่ายหมายจันทร์ การที่ผู้ชายฐานะยากจนกว่าฝ่ายหญิงแต่ไปหลงรักหมายปองชอบผู้หญิงที่มีฐานะดีกว่า โอกาสที่จะสมหวังได้นั้นคงค่อนข้างยากเพราะพ่อแม่ของฝ่ายหญิงคงไม่ชอบและคงต้องคอยกีดกัน เปรียบเทียบผู้ชายเป็นเหมือนกระต่ายที่เฝ้ามองดวงจันทร์ที่ลอยสูงเด่นอยู่เหนือท้องฟ้าในยามค่ำคืน ทำอย่างไรก็ไม่มีทางและโอกาสที่จะไปสัมผัสกับดวงจันทร์ได้
14 กระต่ายแหย่เสือ การไปล้อเล่น ท้าทายกับผู้ที่มีอำนาจ บารมีมากกว่า ซึ่งอาจทำให้เกิดอันตรายได้
15 กระสือตอมห่า ใช้เรียกคนหรือกลุ่มคนที่รุมมาหาผลประโยชน์อะไรซักอย่าง
16 กระเชอก้นรั่ว สุรุ่ยสุร่าย ไม่รู้จักเก็บหอมรอมริบ ขาดการประหยัด
17 กระแตวับ หน้าเป็น เช่น แต่ล้วนตัวตอแหลกระแตวับ
18 กระโถนท้องพระโรง กระโถนใหญ่ที่ตั้งไว้ที่ท้องพระโรงในศาลาลูกขุนใน สำหรับที่ใคร ๆ บ้วนน้ำหมากหรือทิ้งชานหมากได้
19 กลมเป็นลูกมะนาว ลักษณะของคนที่หลบหลีกไปได้คล่องจนจับไม่ติด (มักใช้ในทางไม่ดี) ความหายเดียวกับ กลมเป็นลูกบิลเลียด
20 กลับหน้ามือเป็นหลังมือ เปลี่ยนแปลงหรือทำให้ผิดไปจากเดิมอย่างตรงกันข้าม
ดู สำนวนไทย หมวด ก ทั้งหมด ›

สำนวนไทย หมวด ข ได้แก่

# สำนวนไทย หมายถึง
21 ขนทรายเข้าวัด ทําบุญกุศลโดยวิธีนําหรือขนทรายไปก่อพระเจดีย์ทรายเป็นต้นที่วัด (สำ) หาประโยชน์ให้ส่วนรวม
22 ขนมพอสมกับน้ำยา ใช้ในการเปรียบเทียบของทั้งสองสิ่งนั้นมีมูลค่า, ความดีความร้าย, ความสามารถ นั้นพอ ๆ กัน ไม่ด้อยไปกว่ากัน
23 ขนหน้าแข้งไม่ร่วง ไม่กระทบกระเทือนถึงเดือดร้อน (ใช้แก่คนมั่งมีที่ต้องจ่ายเงินแม้จะมากแต่ก็ดูเหมือนเป็นจํานวนเล็ก ๆ น้อย ๆ)
24 ขมิ้นกับปูน ชอบวิวาทกันอยู่เสมอเมื่ออยู่ใกล้กัน ไม่ถูกกัน
25 ขี่ช้างจับตั๊กแตน การทำอะไรที่มากเกินตัว
26 เข้าเนื้อ ขาดทุน เสียทรัพย์ไป เสียหาย เสียเปรียบ เช่น พูดให้เข้าเนื้อ
27 ไข่ในหิน ของที่ต้องระมัดระวังทะนุถนอมและหวงอย่างยิ่ง ไม่ยอมให้ไครมาทำอันตรายเด็ดขาดหรือเข้ามาเกี่ยวข้องได้โดยง่าย
ดู สำนวนไทย หมวด ข ทั้งหมด ›

สำนวนไทย หมวด ค ได้แก่

# สำนวนไทย หมายถึง
28 คงเส้นคงวา เสมอต้นเสมอปลาย
29 คนละไม้คนละมือ ต่างคนต่างช่วยกันทำ ทำด้วยความสามัคคีกัน อย่างตั้งใจช่วยเหลือเกื้อกูลกันทำงานเพื่อผลสำเร็จ
30 คมในฝัก มีความรู้ความสามารถแต่เมื่อยังไม่ถึงเวลาก็ไม่แสดง ออกมาให้ปรากฏ
31 คลื่นกระทบฝั่ง เรื่องราวหรือเหตุการณ์สำคัญที่ค่อนข้างใหญ่โตแต่กลับเงียบหายไป
32 คลื่นใต้น้ำ เหตุการณ์ที่กรุ่นอยู่ภายใน แต่ภายนอกดูเหมือนสงบเรียบร้อยหรือพวกคลื่นใต้น้ำชอบก่อหวอดก่อเหตุการณ์วุ่นวาย ภายในคอยแซะอย่างลับหลัง
33 คลุกคลีตีโมง มั่วสุมหรืออยู่ร่วมคลุกคลีพัวพันกันอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา คำนี้โบราณท่านเปรียบไว้ด้วยคำที่มีความหมายบ่งบอกที่ค่อนข้างชัดเจน คือคำว่าคลุกคลีนั่นเอง
34 คลุมถุงชน ลักษณะที่ทั้ง 2 ฝ่ายมาเผชิญกันทั้งที่ไม่เคยเห็นไม่เคยรู้จักกันมาก่อน มักใช้แก่ประเพณีแต่งงานสมัยก่อนที่พ่อแม่เป็นผู้จัดการให้โดยที่เจ้าตัวไม่เคยรู้จักหรือรักกันมาก่อนเหมือนแกมบังคับให้โดนจับคู่กัน
35 ควันหลง เรื่องราวตามมาหรือเบื้องลึกเบื้องหลังที่มีหลุดออกออกมา หรือสิ่งที่ตามมาเป็นกระแสยังไม่จบซะทีเดียว จากเรื่องที่พึ่งเกิดยังไม่หมดสิ้นกลับปรากฏขึ้นอีก หรือผลพวงที่ตามมาจากเรื่องเหล่านั้น
36 คว่ำบาตร ไม่ยอมคบค้าสมาคมด้วย
37 คว้าน้ำเหลว การที่ลงมือทำอะไรแล้วไม่ประสบความสำเร็จ ไม่ได้ผลตามที่ต้องการ
38 คอขาดบาดตาย ร้ายแรงถึงอาจต้องสูญเสียชีวิตได้ เกิดเหตุร้ายแรงถึงขั้นอันตรายอาจถึงกับเสียชีวิตหรือเป็นเรื่องใหญ่มาก
39 คอทองแดง ดื่มเหล้าเก่ง ไม่เมาง่าย ๆ
40 คับที่อยู่ได้ คับใจอยู่ยาก ที่อยู่แม้จะคับแคบก็อยู่ได้ถ้าสบายใจ แต่ถ้าอึดอัดใจ ที่อยู่จะกว้างขวางใหญ่โตอย่างไรก็อยู่ไม่ได้
41 คางคกขึ้นวอ คนที่มีฐานะต่ำต้อย พอได้ดิบได้ดี ลืมตัวลืมกำพืด ลืมชาติกำเนิดตัวเอง ดูถูกเหยียดหยามสิ่งที่ตัวเองเคยเป็น
42 คาบเส้นยาแดง ทำงานเสร็จทันเวลาแต่ด้วยความกระทันหัน เฉียดฉิวเกือบจะไม่ทันรอดตัวได้หวุดหวิด
43 เค็มเป็นเกลือ ขี้งก ตระหนี่ ขี้เหนียวสุด ๆ เหมือนเกลือที่เค็มสุด ๆ
44 โคแก่กินหญ้าอ่อน ชายอายุเยอะ ที่มีภรรยามีอายุอ่อนคราวลูกคราวหลาน
ดู สำนวนไทย หมวด ค ทั้งหมด ›

สำนวนไทย หมวด ฆ ได้แก่

# สำนวนไทย หมายถึง
45 ฆ่าควายอย่าเสียดายพริก การทำงานใหญ่ อย่าตระหนี่ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นต้องจ่าย ไม่เช่นนั้นอาจเสียการใหญ่ได้
46 ฆ่าไม่ตายขายไม่ขาด ตัดเยื่อใยไม่ขาด (มักใช้แก่พ่อแม่ที่รักลูกมากถึงจะโกรธจะเกลียดอย่างไรก็ตัดไม่ขาด)
47 ฆ้องดีถ้าไม่ตีก็ไม่ดัง ผู้ที่มีคุณความดีในตัวนั้นถ้าไม่มีใครยกย่องชมเชยก็จะไม่มีใครเห็นความดีนั้น เปรียบดังฆ้องคุณภาพดี แต่ก็ต้องมีคนดีถึงจะมีเสียงดังขึ้นมา
48 ฆ้องปากแตก คนที่เก็บความลับไม่อยู่ ชอบนำความลับหรือเรื่องไม่ดีของผู้อื่นไปโพนทะนา ทำให้ผู้อื่นได้รับความเดือดร้อน

สำนวนไทย หมวด ง ได้แก่

# สำนวนไทย หมายถึง
49 งงเป็นไก่ตาแตก งงมากจนทำอะไรไม่ถูก ไม่รู้จะทำยังไง
50 งอมพระราม มีความทุกข์ยากลำบากเต็มที่ ถูกกระทำอย่างหนักหน่วง เช่น เจ้าของโครงการคอนโดนี้วางแผนสร้างคอนโดที่ทันสมัยที่สุด หรูที่สุด ซึ่งใช้เงินลงทุนเป็นจำนวนมากทำให้หมุนเงินไม่ทันสุดท้ายผู้รับเหมาแต่ละรายก็เลยงอมพระรามไปตาม ๆ กัน
51 งูกินหาง พัวพันเกี่ยวโยงกันไปเป็นทอด ๆ จนหาที่สิ้นสุดไม่ได้
52 งูจงอางหวงไข่ รักหวง ปกป้องลูกของตัวเองถึงที่สุด ไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายได้ง่าย ๆ
53 งูถูกตีขนดหาง ถูกทำในจุดสำคัญทำให้รู้สึกเจ็บปวด และแค้นเคืองมาก
54 เงยหน้าอ้าปาก การมีฐานะที่ดีขึ้นกว่าเดิม ดูแลตัวเองได้ไม่เดือดร้อน มีฐานะที่พอทัดเทียมกับเพื่อนได้

สำนวนไทย หมวด จ ได้แก่

# สำนวนไทย หมายถึง
55 จมูกมด รู้ทันเหตุการณ์ผู้หญิงคนนั้นเป็นคนจมูกมด มักจะรู้เรื่องราวทุกอย่างในหมู่บ้านตลอดเวลา รู้อะไรไปหมด รู้ก่อนคนอื่นตลอด
56 จมไม่ลง บุคคลที่เคยมีฐานะร่ำรวยหรือมีชื่อเสียงมาก่อน แต่ปัจจุบันยากจนหรือไม่มีชื่อเสียงอีกแล้ว แต่ยังประพฤติตนเหมือนกับตอนที่ยังมีฐานะหรือชื่อเสียงดีเหมือนแต่ก่อน
57 จระเข้ขวางคลอง คนที่ชอบอะไรขัดขวางผู้อื่น คอยกีดกันไม่ให้ผู้อื่นกระทำการได้อย่างสะดวก
58 จองหองพองขน เย่อหยิ่ง อวดดี ทะนงตน หรือไม่รู้จักบุญคุณด้วยการแสดงอาการลบหลู่ผู้มีพระคุณ
59 จับปลาสองมือ การที่คน ๆ หนึ่งทำสิ่งใดที่ยากพร้อม ๆ กันทำให้ล้มเหลวทั้งสองสิ่งนั้น
60 จับปูใส่กระด้ง การที่คน ๆ หนึ่งพยายามดูแลเด็กเล็ก ๆ โดยพยายามให้อยู่นิ่ง ๆ หรือเป็นระเบียบ แต่เด็กก็ซุกซนไม่อยู่นิ่ง
61 จับแพะชนแกะ การทำการแก้ปัญหาเรื่องราวหนึ่งโดยเร่งด่วนเพื่อให้เหตุการณ์นั้นสามารถผ่านไปได้ก่อน โดยการแก้ปัญหานั้นจะเป็นลักษณะแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อนไม่มีความสมบูรณ์นัก
62 จับให้มั่นคั้นให้ตาย การจะจับผิดหรือเอาผิดกับใครต้องมีหลักฐานแน่ชัด
63 จืดเหมือนไชยเชษฐ์ ได้ยินได้ฟังมาบ่อย ๆ
64 เจ้าชู้ประตูดิน ผู้ชายที่เที่ยวจีบผู้หญิงไม่เลือกหน้า
65 แจงสี่เบี้ย การพูดชี้แจงหรืออธิบายอย่างละเอียดถี่ถ้วน
66 ใจดีสู้เสือ การทำใจกล้า ควบคุมจิตใจให้เป็นปกติ ไม่หวั่นไหวไปกับเหตุการณ์ตรงหน้า เมื่อต้องเจอกับสิ่งที่น่ากลัวหรือเป็นอันตราย
ดู สำนวนไทย หมวด จ ทั้งหมด ›

สำนวนไทย หมวด ฉ ได้แก่

# สำนวนไทย หมายถึง
67 ฉลาดแกมโกง ฉลาดในทางทุจริต
68 ฉ้อราษฎร์บังหลวง ทุจริตในหน้าที่การงานที่ตนเองรับผิดชอบ

สำนวนไทย หมวด ช ได้แก่

# สำนวนไทย หมายถึง
69 ชนักติดหลัง คนที่เคยทำความชั่วหรือความผิด แล้วสิ่งเหล่านั้นยังคงติดตัวอยู่ เหมือนเป็นตราบาป
70 ชักแม่น้ำทั้งห้า การพูดจาหว่านล้อม หาเหตุผลต่างๆมาอ้างเพื่อให้เกิดความน่าเชื่อถือ และได้ในสิ่งที่ต้องการ
71 ชักใบให้เรือเสีย การพูดหรือการกระทำใด ๆ ที่ทำให้ การสนทนาหรือเหตุการณ์นั้น ๆ ต้องเขว ออกนอกเรื่อง นอกประเด็นไป
72 ชักใย บงการอยู่เบื้องหลัง
73 ชั่วเจ็ดทีดีเจ็ดหน ในช่วงชีวิตของคนเราไม่มีอะไรเป็นที่แน่นอน มีทั้งสุขและทุกข์ มีทั้งดีและร้าย สลับกันไป
74 ชาติเสือจับเนื้อกินเอง คนที่เชื่อมั่นและถือศักดิ์ศรีของตน แม้จะลำบากยากแค้นก็ไม่ยอมรบกวนและเบียดเบียนใคร หรือการทำมาหากินด้วยความอุตสาหะไม่เบียดเบียนผู้อื่น
75 ชาติเสือไม่ทิ้งลาย เป็นผู้ชายต้องมีความเก่งกล้าสามารถ มีความองอาจแข็งแรง ไม่อ่อนแอเหมือนผู้หญิง
76 ชายหาบหญิงคอน สามีภรรยาต่างช่วยกันทำมาหากิน
77 ชี้โพรงให้กระรอก ผู้ที่ชอบทำอะไรก็ตามเป็นนิสัยเดิมอยู่แล้ว เมื่อมีคนมาบอกกล่าวก็จะลงมือทำทันที เช่น เป็นคนชอบเที่ยวถ้ามีผู้บอกว่าที่นั่นที่นี่น่าเที่ยวก็จะไป หรือผู้มีนิสัยเป็นคนขี้ลักขี้ขโมยถ้ามีผู้บอกว่า บ้านนั้นบ้านนี้มีทรัพย์สินเงินทองมาก ก็จะหาทางเข้าไปขโมยหรือลักทรัพย์ในบ้านนั้น เช่นนี้ เรียกว่า ชี้โพรงให้
78 ชุบมือเปิบ ฉวยโอกาส เอาสิ่งของคนอื่นทำจนสำเร็จแล้วมาเป็นประโยชน์ของตน โดยที่ไม่ได้มีส่วนร่วมเกี่ยวข้องอะไรมาก่อนเลย
79 ช้างสาร งูเห่า ข้าเก่า เมียรัก สิ่งที่ไม่น่าไว้วางใจ เพราะรู้ตื้นหนาบางของเราเป็นอย่างดี
80 ช้างสารชนกัน หญ้าแพรกก็แหลกลาญ คนใหญ่คนโตขัดแย้งมีปัญหากัน หรือผู้นำของแต่ละฝ่ายนั้นมีปัญหาทะเลาะกัน แต่ส่งผลให้ผู้น้อยหรือประชาชน ลูกน้องนั้นได้รับผลกระทบไปตาม ๆ กัน
81 ช้างเท้าหลัง ภรรยา (อาจจะเป็นผู้ชายก็ได้ในปัจจุบัน) ผู้ตาม ผู้คอยหนุนหลัง สนับสนุนผู้นำของตัวเอง หรือสามี
82 ช้างเผือกเกิดในป่า คนที่มีปัญญา เป็นคนดี มีความสามารถนั้นหาได้ยาก เหมือนกับช้างเผือกที่เกิดในป่านาน ๆ ครั้งถึงจะได้พบเจอ
83 เชือดไก่ให้ลิงดู ทำโทษเพื่อไม่ให้ผู้อื่นเอาเป็นเยี่ยงอย่าง
84 ใช้แมวเฝ้าปลาย่าง ฝากของไว้กับผู้ที่อยากได้ ของนั้นย่อมสูญหาย

สำนวนไทย หมวด ซ ได้แก่

# สำนวนไทย หมายถึง
85 ซื่อกินไม่หมด คดกินไม่นาน ความซื่อสัตย์ทำให้คนเชื่อใจ มีคนนับถือ ไม่มีวันอดตาย มีคนคอยช่วยเหลือ แต่หากมีนิสัยคดโกง เมื่อถูกจับได้ย่อมไม่มีใครอยากช่วยเหลือหรือเกี่ยวข้องด้วย
86 ซื่อเหมือนแมวนอนหวด เชื่อง ไม่มีพิษมีภัย แต่ความจริงแล้วกลับซ่อนความร้ายกาจ ความเจ้าเล่ห์ เอาไว้ภายใน โดยโบราณท่านเปรียบไว้เหมือนแมวเชื่องๆตัวหนึ่ง แต่ถึงเวลาที่ตื่นตัวกลับปราดเปรียวและมีพิษสงร้ายกาจ

สำนวนไทย หมวด ฒ ได้แก่

# สำนวนไทย หมายถึง
87 เฒ่ามะละกอ ยิ่งแก่ยิ่งไร้แก่นสาร เหมือนผลมะละกอที่ทั้งเละทั้งกลวง ลำต้นไม่มั่นคงโค่นล้มได้ง่าย เปรียบกับคนที่ไร้สาระ ไม่มีเป้าหมายไม่มั่นคง
88 เฒ่าหัวงู คนแก่หรือคนมีอายุมากที่มีนิสัยเจ้าชู้ มีเล่ห์เหลี่ยม ชอบใช้กลอุบาย หลอกล่อเด็กสาวไปบำเรอความสุข ในทางกามารมณ์

 

สำนวนไทย หมวด ด ได้แก่

# สำนวนไทย หมายถึง
89 ดอกทอง หญิงใจง่ายในทางประเวณี (ใช้เป็นคำด่า)
90 ดอกพิกุลร่วง อาการนิ่งไม่พูด กลัวดอกพิกุลร่วง
91 ดอกไม้ริมทาง ผู้หญิงใจง่ายที่ผู้ชายสามารถเกี้ยวพาราสีเอามาเชยชมได้ง่ายๆ ทำให้ไม่มีความสำคัญ
92 ดาบสองคม การกระทำที่อาจเกิดผลดีและผลร้ายได้พอๆกัน เปรียบได้กับดาบ ถ้าดาบนั้นมีคมทั้งสองข้าง มันก็ดีใช้ฟันได้สะดวก ขึ้น แต่ในทางกลับกัน ถ้าดาบมีคมทั้งสองข้าง เมื่อเราใช้ดาบฟันไปข้างหนึ่ง คมอีกข้างหนึ่ง ก็อาจทำร้ายถูกตัวเราได้
93 ดาวล้อมเดือน คนที่มีบริวารอยู่รายล้อมเป็นจำนวนมาก เหมือนดวงดาวที่อยู่ล้อมดวงจันทร์
94 ดินพอกหางหมู นิสัยที่ชอบปล่อยให้การงานคั่งค้างสะสม ผัดวันประกันพรุ่ง เกียจคร้าน ไม่ยอมทำให้สิ่งนั้นสำเร็จเสร็จสิ้นโดยเร็ว จนในที่สุดการงานต่างก็สะสมพอกพูนขึ้นจนยากที่จะสะสางให้เสร็จได้โดยง่าย
95 เด็กอมมือ คนที่ไม่รู้ประสีประสา ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร ไม่มีประสบการณ์
96 เด็ดดอกฟ้า ผู้ชายที่หมายปองหญิงสาวที่สูงศักดิ์ มีฐานะดีกว่าตนเองมาก
97 โดดร่ม หลบเลี่ยงงานหรือการเรียน
98 ได้น้ำได้เนื้อ ได้อะไรที่เป็นประโยชน์ ได้อะไรที่ดี ๆ มีสาระ ครบถ้วน ใช้บอกในหลายเหตุการณ์ เช่น การฟัง การพูด การทำงาน ค้าขาย กำไร เป็นต้น

สำนวนไทย หมวด ต ได้แก่

# สำนวนไทย หมายถึง
99 ตกถังข้าวสาร ชายที่ได้เมียรวย
100 ตกน้ำไม่ว่าย ไม่ช่วยตัวเอง ประมาณว่าขนาดตกน้ำ แล้วยังไม่ดิ้นรนว่ายน้ำช่วยตัวเอง
101 ตดไม่ทันหายเหม็น เร็วมาก
102 ตบตา หลอกหรือลวงให้เข้าใจผิด ทำการหลอกล่อให้เข้าใจผิด
103 ตบมือข้างเดียวไม่ดัง ทำอะไรฝ่ายเดียวไม่เกิดผล เหมือนตบมือข้างเดียว ตบอย่างไรก็ไม่ดัง
104 ตบหัวลูบหลัง ทำหรือพูดให้กระทบกระเทือนใจในตอนแรก แล้วกลับทำหรือพูดเป็นการปลอบใจในตอนหลัง
105 ตาร้อน เป็นอาการของคนที่มีความรู้สึกอิจฉาผู้อื่นในเรื่องต่าง ๆ ที่เหนือกว่าตน หรือเห็นคนอื่นได้ดี ใช้ในทางไม่ดีก็ได้แต่บางบริบทนั้นก็นิยมเอามาพูดเล่น ๆ แซวกัน ขำขำ ในวงคนรู้จักกันก็มีให้เห็นโดยทั่วไป
106 ตาสีตาสา คนบ้านนอกไม่ค่อยรู้ไม่ค่อยทันเล่ห์เหลี่ยมคนในเมือง
107 ตาเป็นนกแขวก สอดส่อง สายตา มองไปมองมา ดูซ้ายดูขวา ดูไปทั่ว
108 ติเรือทั้งโกลน ตำหนิงานหรือของที่ทำ ทั้ง ๆ ที่งานนั้นเพิ่งเริ่มไปได้ไม่นานหรือทำไปได้เพียงเล็กน้อย
109 ตีนเท่าฝาหอย เด็กทารก เด็กเล็ก หรือแรกเกิด
110 ตีปลาหน้าไซ พูดหรือทำให้งานของผู้อื่นที่กำลังไปได้ดีกลับเสียไป
111 ตีหัวหมา ด่าแม่เจ็ก ทำเก่ง, รังแกคนที่ไม่มีทางสู้, รังแกคนที่อ่อนแอกว่า, ทำร้ายคนที่ด้อยกว่า, ถูกรังแกเอาเปรียบจากคนที่เหนือกว่า
112 ตื่นแต่ดึก สึกแต่หนุ่ม การจะทำอะไรให้รีบทำในช่วงจังหวะที่ยังเหมาะสมแก่วัยและเวลา
113 ต่อความยาว สาวความยืด มากเรื่องมากราวโต้กันไปโต้กันมา ไม่รู้จักจบจักสิ้นพูดกันไปพูดกันมาจนไม่จบไม่สิ้นเสียที สนทนาเถียงกัน จนเรื่องราวไม่ได้จบลงเสียที
114 ต้นคดปลายตรง คนชั่วที่กลับตัวเป็นคนดี
115 ต้มยำ ทำแกง หลอกลวง โกหก ทำร้ายโดยไม่นึกถึงจิตใจใครคนอื่นเลยทำกันแบบไม่คิดถึงอกเขาอกเรา
ดู สำนวนไทย หมวด ต ทั้งหมด ›

สำนวนไทย หมวด ถ ได้แก่

# สำนวนไทย หมายถึง
116 ถวายหัว ยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อชาติ, เอาชีวิตเป็นประกัน ทำจนสุดความสามารถ, ยอมสู้ตายสู้ตายถวายชีวิตให้ มอบชีวิตมอบความภักดีให้อย่างซื่อสัตย์
117 ถอนขนห่าน การที่รัฐเรียกเก็บภาษีจากประชาชนในอัตราสูง ขูดรีดประชาชน รีดงบเก็บภาษี
118 ถ่านไฟเก่า ชายหญิงที่เคยรักใคร่หรือเคยได้เสียกันมาก่อนแม้เลิกร้างกันไป เมื่อมาพบกันใหม่ย่อมรักใคร่หรือปลงใจกันได้ง่ายขึ้น
119 เถียงคำไม่ตกฟาก เถียงได้ไม่หยุดปาก มักจะใช้กับเด็กที่เถียงผู้ใหญ่อยู่เสมอ

สำนวนไทย หมวด ท ได้แก่

# สำนวนไทย หมายถึง
120 ทองไม่รู้ร้อน การกระทำที่เฉยเมย ไม่กระตือรือร้น ไม่สนใจว่าผู้อื่นจะเดือดร้อนหรือรู้สึกอย่างไร
121 ทำได้อย่างเป็ด ทำได้ทุกอย่าง แต่ไม่เป็นเลิศสักอย่าง
122 ทิ้งทวน ทําอย่างไว้ฝีมือ, ทําจนสุดความสามารถ, ไม่ทําอีกต่อไป; ปล่อยฝีมือฝีปากเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะเลิกไป; ฉวยโอกาสทําเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะหมดอํานาจ.
123 ทีใครทีมัน โอกาสของใครก็เป็นของคนนั้น.
124 แทงใจดำ พูดตรงกับความในใจของผู้ฟัง
ดู สำนวนไทย หมวด ท ทั้งหมด ›

สำนวนไทย หมวด ธ ได้แก่

# สำนวนไทย หมายถึง
125 ธุระไม่ใช่ ไม่ใช่เรื่องของตัวเอง ไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องคนอื่นที่ไม่ได้มีผลอะไรกับตัวเลยไม่ไปวุ่นวายกับกิจการงานของคนอื่นโดยที่ตัวเองไม่เกี่ยวข้อง

สำนวนไทย หมวด น ได้แก่

# สำนวนไทย หมายถึง
126 นกกระจอกไม่ทันกินน้ำ อาการที่สำเร็จอย่างรวดเร็วอย่างคาดไม่ถึง
127 นกสองหัว คนที่ทําตัวฝักใฝ่เข้าด้วยทั้ง ๒ ฝ่ายที่ไม่เป็นมิตรกันโดยหวังประโยชน์เพื่อตน
128 นอนหลับทับสิทธิ์ ไม่ใช้สิทธิ์ที่ตนมีอยู่เมื่อถึงคราวจะใช้, ทับสิทธิ์ ก็ว่า.
129 นายว่าขี้ข้าพลอย พลอยพูดผสมโรงติเตียนผู้อื่นตามนายไปด้วย.
130 นิ่งเป็นสิงโตหิน นิ่งเฉยไม่มีท่าทีใด ๆ
131 น้ำขึ้นให้รีบตัก เมื่อที่มีโอกาสก็รีบขว้าเอาไว้ก่อนที่จะไม่มีโอกาส
132 น้ำตาเป็นเผาเต่า ร้องไห้น้ำตาไหลพราก
133 น้ำท่วมปาก การรู้อะไรแล้วพูดไม่ได้ พูดไม่ออกไม่สามารถพูดออกมาได้ เพราะมีความจำเป็นบางอย่างหรือเพราะเกรงจะมีภัยมาถึงตนเองแก่ตนหรือผู้อื่นที่เกี่ยวข้องด้วย
134 น้ำผึ้งหยดเดียว เหตุที่เกิดเพียงเล็กน้อย
135 น้ำผึ้งเดือนห้า คนที่มีเสียงหวานไพเราะ
136 น้ำไหลไฟดับ เร็วและคล่อง (ใช้แก่กริยาพูด).
ดู สำนวนไทย หมวด น ทั้งหมด ›

สำนวนไทย หมวด ป ได้แก่

# สำนวนไทย หมายถึง
137 ปลากระดี่ได้น้ำ แสดงท่าทางดีใจจนเกินงาม
138 ปอกกล้วยเข้าปาก ง่าย, สะดวก.
139 ปั้นน้ำเป็นตัว สร้างเรื่องเท็จให้เห็นเป็นจริงเป็นจังขึ้นมา.
140 ปากตลาด ถ้อยคำที่โจษหรือเล่าลือกัน เช่น ปากตลาดเขาว่ากันมาอย่างนี้. ปากจัด.
141 ปากตำแย อาการที่ปากอยู่ไม่สุข ชอบพูด ชอบฟ้อง, ปากคัน หรือ ปากบอน ก็ว่า.
142 ปากปราศัยน้ำใจเชือดคอ พูดดีแต่คิดร้าย
143 ปากหอยปากปู ชอบนินทาเล็กนินทาน้อย; ไม่กล้าพูด, พูดไม่ขึ้นหรือพูดไม่มีใครสนใจฟัง (ใช้แก่ผู้น้อย).
144 ปากเปียกปากแฉะ ว่ากล่าวตักเตือนตลอดเวลาไม่หยุดหย่อน
145 ปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม ยังเป็นเหมือนเด็กไม่มีความคิด เป็นการว่ากล่าวตำหนิคนที่ชอบอวดดี คิดว่าตนเองเก่งกว่าผู้อื่น
146 ปีกกล้าขาแข็ง พึ่งตัวเองได้, เป็นคำที่ผู้ใหญ่มักใช้กล่าวเชิงตําหนิติเตียนผู้น้อย.
147 เป็นกอบเป็นกำ เป็นผลดี, เป็นชิ้นเป็นอัน เช่น ทำให้เป็นกอบเป็นกำ, เป็นก้อนใหญ่ ทําประโยชน์ต่อไปได้ดี เช่น ได้เงินมาเป็นกอบเป็นกำ.
ดู สำนวนไทย หมวด ป ทั้งหมด ›

สำนวนไทย หมวด ผ ได้แก่

# สำนวนไทย หมายถึง
148 ผักชีโรยหน้า การทำความดีหรือกระทำการใดๆเพียงเพื่อให้ผู้อื่นเห็นว่างานเสร็จแล้ว เรียบร้อย สวยงาม แต่ในความเป็นจริงแล้ว สิ่งนั้นยังไม่สำเร็จเรียบร้อย
149 ผู้หญิงยิงเรือ ผู้หญิงทั่วไป เช่น ของพม่าเป็นเรื่องของพระอินทร์ ดูสนิทกว่าที่จะให้ผู้หญิงยิงเรือ, ผู้หญิงริงเรือ ก็ว่า เช่น เห็นผู้หญิงริงเรือที่เนื้อเหลือง. (อภัย).
150 ผ้าขี้ริ้วห่อทอง ผู้ที่มีฐานะร่ำรวย แต่ทำตัวสมถะหรือแต่งตัวซ่อมซ่อ
ดู สำนวนไทย หมวด ผ ทั้งหมด ›

สำนวนไทย หมวด ฝ ได้แก่

# สำนวนไทย หมายถึง
151 ฝนสั่งฟ้า ปลาสั่งหนอง สั่งเสียเป็นครั้งสุดท้าย, ทําการอันใดที่เป็นสิ่งสําคัญเพื่อไว้อาลัยก่อนจากไป, นํ้าสั่งฟ้า ปลาสั่งฝน ก็ว่า.

สำนวนไทย หมวด ฟ ได้แก่

# สำนวนไทย หมายถึง
152 ฟังความข้างเดียว เชื่อถือแต่ฝ่ายเดียวโดยไม่ฟังความอีกฝ่ายหนึ่ง.
153 ฟังหูไว้หู การรับฟังเรื่องราวต่าง ๆ แต่ไม่เชื่อทั้งหมดในทันที แต่รับฟังไว้ก่อนแล้วจึงพิจารณาในภายหลังว่าสิ่งนั้นเชื่อถือได้หรือไม่
154 ไฟไหม้ฟาง อารมณ์ที่เกิดขึ้นอย่างวู่วาม สักพักก็หาย

สำนวนไทย หมวด ภ ได้แก่

# สำนวนไทย หมายถึง
155 ภูเขาเลากา มากมายก่ายกอง

สำนวนไทย หมวด ม ได้แก่

# สำนวนไทย หมายถึง
156 มะนาวไม่มีน้ำ พูดห้วน ๆ.
157 มือซุกหีบ เข้าไปยุ่งเกี่ยว รับภาระหรือยุ่งเรื่องอื่นที่ไม่ใช่ภาระของตนเอง
158 มือที่สาม บุคคลฝ่ายที่ ๓ ซึ่งมิใช่คู่กรณี แต่สอดเข้ามาเกี่ยวข้องในกิจกรรมหรือชีวิตของผู้อื่น มักจะเข้ามายุแหย่ให้เกิดความแตกแยกหรือบ่อนทำลาย.
159 มือสะอาด มีความประพฤติดี, มีความซื่อสัตย์สุจริตไม่คดโกงหรือฉ้อราษฎร์บังหลวง.
160 มือใครยาวสาวได้สาวเอา แข่งกันในการเอาผลประโยชน์
161 ม้วนเสื่อ เสียการพนันจนหมดตัว; เลิกกิจการเพราะขาดทุนจนไม่สามารถดําเนินกิจการนั้นต่อไปได้.
162 ไม่ตายก็คางเหลือง ป่วยหรือบาดเจ็บมากจนแทบเสียชีวิต, มักใช้ว่า ไม่ตายก็คางเหลือง.
163 ไม้งามกระรอกเจาะ หญิงสวยที่ไม่บริสุทธิ์.
164 ไม้หลักปักเลน โลเล, ไม่แน่นอน, เช่น เหมือนไม้หลักปักเลนเอนไปมา. (สังข์ทอง).
ดู สำนวนไทย หมวด ม ทั้งหมด ›

สำนวนไทย หมวด ย ได้แก่

# สำนวนไทย หมายถึง
165 ยกภูเขาออกจากอก โล่งอก, หมดวิตกกังวล, ปลดเปลื้องภาระที่หนักอกหนักใจให้หมดไป.
166 ยกเค้า เอาต้นทุนหรือกองทุนไปหมด (ใช้แก่การพนัน) เช่น แทงยกเค้า; ขโมยทรัพย์สินไปหมด เช่น เขาถูกยกเค้า.
167 ยกเมฆ เพ่งดูเมฆเมื่อเห็นเป็นรูปอะไรแล้ว ก็ถือเป็นนิมิตเพื่อทำนายว่าดีหรือร้าย เช่นในเวลาจะยกทัพ ถ้าเห็นเมฆเป็นรูปพระนารายณ์ ก็ถือว่าเป็นนิมิตที่ดี ควรยกทัพได้ เช่น ตรงเข้าไปในป่าแล้วปลุกตัว เป่าทั่วด้วยคาถาประกาศิต ขยับยืนยกเมฆดูนิมิต เห็นรูปนารายณ์เรืองฤทธิ์ติดอัมพร. (ขุนช้างขุนแผน), ถ้าเห็นเมฆเป็นรูปคนหัวขาดหรือแขนขาดขาขาด เป็นนิมิตไม่ดี ไม่ควรยกทัพ แม้ผู้ทรงวิทยาคุณอาจบริกรรมต่อหัวหรือแขนขาให้สมบูรณ์ได้ ถึงกระนั้นก็ไม่ถือว่าเป็นนิมิตที่ดี ไม่ควรยกทัพ เช่น กอดอกยกเมฆดูนิมิต ก็วิปริตเป็นรูปคนหัวหา...
168 ยืนกระต่ายขาเดียว พูดยืนยันอยู่คำเดียว โดยไม่เปลี่ยนความคิดเดิม, มักพูดว่า ยืนกระต่ายขาเดียว.
169 ยืมจมูกคนอื่นหายใจ อาศัยผู้อื่นทำงานให้มักไม่สะดวกเหมือนทำด้วยตนเอง, พึ่งจมูกคนอื่นหายใจ หรือ เอาจมูกผู้อื่นมาหายใจ ก็ว่า.
170 ยื่นหมูยื่นแมว แลกกันโดยต่างฝ่ายต่างให้และรับในเวลาเดียวกัน.
171 แย้มปากเห็นไรฟัน เพียงแต่พูดก็รู้ความหมาย

สำนวนไทย หมวด ร ได้แก่

# สำนวนไทย หมายถึง
172 รักวัวให้ผูกรักลูกให้ตี หากลูกทำผิดก็ควรอบรมสั่งสอน ดุด่าว่ากล่าว และลงโทษเมื่อกระทำความผิดตามสมควร
173 รัดเข็มขัด ประหยัด เช่น ในภาวะที่เศรษฐกิจไม่ดี ประชาชนต้องรัดเข็มขัด.
174 รีดเลือดกับปู การบังคับขู่เข็ญเพื่อเอาผลประโยชน์กับผู้ที่ไม่มีความสามารถที่จะให้สิ่งที่ต้องการได้ เช่น การรีดไถเงินจากคนที่มีความยากจน
175 รู้ไว้ใช่ว่าใส่บ่าแบกหาม เรียนรู้ไว้ไม่หนักเรี่ยวหนักแรงหรือเสียหายอะไร
176 ร่มโพธิ์ร่มไทร ที่พึ่ง, ผู้ที่ให้ความคุ้มครองและความอบอุ่นใจ, เช่น พ่อแม่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของลูก.
177 ร้อนตัว กลัวว่าโทษหรือความเดือดร้อนจะมาถึงตัว.
ดู สำนวนไทย หมวด ร ทั้งหมด ›

สำนวนไทย หมวด ล ได้แก่

# สำนวนไทย หมายถึง
178 ลางเนื้อชอบลางยา ของสิ่งเดียวกัน แต่คนหลาย ๆ คนจะชอบของชิ้นนี้มากน้อยไม่เท่ากัน เพราะรสนิยมของแต่ละคนไม่เหมือนกัน
179 ลูกศิษย์มีครู คนมีครูย่อมมีเกียรติ
180 เลือดข้นกว่าน้ำ ญาติพี่น้องย่อมดีกว่าคนอื่น.
181 เล็กพริกขี้หนู เล็กแต่เก่งกล้าสามารถมาก, เล็กแต่มีพิษสง.
ดู สำนวนไทย หมวด ล ทั้งหมด ›

สำนวนไทย หมวด ว ได้แก่

# สำนวนไทย หมายถึง
182 ว่าวติดลม ว่าวที่ลอยกินลมอยู่ในอากาศ. ว. เพลินจนลืมตัว.
183 ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง การต่อว่าผู้อื่นว่าทำในสิ่งผิด แต่ตนเองกับประพฤติผิดแบบนั้นซะเอง

สำนวนไทย หมวด ศ ได้แก่

# สำนวนไทย หมายถึง
184 ศิษย์มีครู คนเก่งที่มีครูเก่ง.

สำนวนไทย หมวด ส ได้แก่

# สำนวนไทย หมายถึง
185 สมน้ำสมเนื้อ พอเหมาะพอดีกัน เช่น ขิงก็ราข่าก็แรง สมน้ำสมเนื้อกันดีแล้ว.
186 สวมหัวโขน เอาหัวโขนสวมศีรษะ, โดยปริยายหมายความว่า ดำรงตำแหน่งหน้าที่ใหญ่โตหรือมียศถาบรรดาศักดิ์แล้วมักลืมตัวชอบแสดงอำนาจ.
187 สวมเขา ทำความอัปยศให้แก่สามีด้วยการมีชู้โดยที่สามีไม่รู้ระแคะระคาย
188 สองหัวดีกว่าหัวเดียว ร่วมกันคิด ร่วมกันปรึกษา
189 สอดรู้สอดเห็น เที่ยวเข้าไปรู้ในเรื่องของคนอื่น (มักใช้ในทางไม่ดี) เช่น ใครเขาจะทำอะไรกันที่ไหน ก็เที่ยวไปสอดรู้เขาหมด เขาเป็นคนช่างสอดรู้สอดเห็น มีเรื่องของชาวบ้านมาเล่าเสมอ.
190 สันหลังยาว เรียกคนเกียจคร้านเอาแต่นอนว่า ขี้เกียจสันหลังยาว หรือใช้สั้น ๆ ว่า สันหลังยาว ก็มี, ขี้เกียจหลังยาว ก็ว่า.
191 สาวไส้ให้กากิน การนำความลับหรือเรื่องเลวร้ายไปบอกให้คนอื่นรู้ ซึ่งไม่ก่อประโยชน์ให้กับใคร แต่ผู้ที่ได้รับฟังกลับได้ล่วงรู้ความลับต่างๆ สำนวนนี้มักจะใช้สื่อถึงการบอกเล่าเรื่องราวที่ไม่ดี และมักจะมีคู่กรณีที่ต่างคนต่างแฉกันและกัน
192 สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น การบอกเล่าบอกต่อผ่านคนมามากๆ ก็ไม่เท่ากับเราได้เห็นด้วยตาตนเอง อย่าเพิ่งไปเชื่อสิ่งที่คนบอกต่อ ๆ กันมา จะจริงหรือไม่ต้องไปสัมผัสไปเห็นด้วยตัวเอง
193 สิ้นเนื้อประดาตัว ไม่มีทรัพย์สมบัติเหลือติดตัว เช่น เขากลายเป็นคนสิ้นเนื้อประดาตัวเพราะหมกมุ่นในการพนัน กิจการค้าของเขาล้มเหลวจนสิ้นเนื้อประดาตัว.
194 สุกเอาเผากิน อาการที่ทำลวก ๆ, อาการที่ทำพอเสร็จไปคราวหนึ่ง ๆ เช่น เขาทำงานสุกเอาเผากิน พอให้พ้นตัวไป.
195 สู้ยิบตา สู้จนถึงที่สุด, สู้ไม่ถอย, เช่น เขาสู้ยิบตาแม้ว่าจะสะบักสะบอมเพียงใดก็ไม่ยอมแพ้. (กร่อนมาจากสำนวนเกี่ยวกับการตีไก่ซึ่งถูกตีจนต้องเย็บตาว่า สู้จนเย็บตา).
196 เสือกระดาษ ประเทศ องค์การ หรือผู้ที่ทําท่าทีประหนึ่งมีอํานาจมากแต่ความจริงไม่มี.
197 เสือซ่อนเล็บ ดูไม่มีอะไรน่ากลัวหรือมีอะไรโดดเด่น แต่แท้จริงแล้วอาจแอบซ่อนความสามารถ ที่ไม่ยอมแสดงออกมาให้ไครรู้
198 ใส่หน้ากาก แสดงทีท่าหรือกิริยาอาการที่มิได้เกิดจากนิสัยใจจริง, แสดงกิริยาท่าทีลวงให้เข้าใจผิด, เช่น ต่างคนต่างใส่หน้ากากเข้าหากัน, สวมหน้ากาก ก็ว่า.
ดู สำนวนไทย หมวด ส ทั้งหมด ›

สำนวนไทย หมวด ห ได้แก่

# สำนวนไทย หมายถึง
199 หนอนบ่อนไส้ ฝ่ายตรงข้ามที่เข้ามาทำทีเป็นพวกเพื่อบ่อนทำลาย.
200 หนอนหนังสือ คนที่ชอบหมกมุ่นอยู่กับการอ่านหนังสือ.
201 หนักเอาเบาสู้ ขยันขันแข็งไม่เกี่ยงงาน
202 หนังหน้าไฟ ผู้ได้รับความเดือดร้อนก่อนผู้อื่น เช่น ลูกทำความผิดมา พ่อแม่ก็ต้องเป็นหนังหน้าไฟ.
203 หนีเสือปะจระเข้ หนีภัยอันตรายอย่างหนึ่งแล้วต้องพบภัยอันตรายอีกอย่างหนึ่ง
204 หนูตกถังข้าวสาร ชายที่ฐานะไม่ค่อยดี ยากจน แต่งงานกับหญิงที่ร่ำรวยและมั่งคั่งกว่าตัว
205 หนูติดจั่น จนปัญญา, หาทางออกไม่ได้.
206 หน้าต่างมีหู ประตูมีช่อง ความลับรักษาได้ยาก
207 หน้าเป็นม้าหมากรุก หน้างอแสดงความโกรธ
208 หน้าเลือด ชอบแสวงหาประโยชน์โดยวิธีบังคับให้จำยอมเพราะเห็นแก่ตัว เช่น เขาเป็นเจ้าหนี้หน้าเลือด, หน้าโลหิต ก็ว่า.
209 หมองูตายเพราะงู ผู้ที่ชำนาญในการเอางูเห่ามาเลี้ยงเป็นอาชีพก็อาจถูกงูเห่ากัดตายเพราะความประมาทได้, โดยปริยายหมายถึงผู้ที่มีความรู้อาจตายหรือพลาดท่าเสียทีเพราะความรู้ของตนก็ได้.
210 หมาจนตรอก คนที่ฮึดสู้อย่างสุดชีวิตเพราะไม่มีทางเลือก ในสำนวนว่า สู้เหมือนหมาจนตรอก.
211 หมาหยอกไก่ เรียกอาการที่ชายหยอกล้อหญิงในทำนองชู้สาวเป็นทีเล่นทีจริง.
212 หมาหัวเน่า ไม่มีไครเอาไม่มีไครต้อการ โดนรังเกียจ ไม่มีไครอยากคบด้วย
213 หมาเห่าใบตองแห้ง คนที่ทำตัวเองเหมือนมีความเก่งกล้าสามารถ แต่จริงแล้วเป็นคนที่ขี้ขลาดไม่กล้าจริงอย่างที่พูด
214 หวังน้ำบ่อหน้า ของที่ได้แน่นอนแล้วไม่เอา กลับไปคาดหวังกับสิ่งที่ยังมาไม่ถึง
215 หอกข้างแคร่ การมีศัตรูอยู่ใกล้ตัวเช่นคนใกล้ชิดที่อาจคิดร้ายขึ้นมาเมื่อไรก็ได้
216 หัวหกก้นขวิด อาการที่ทำอะไรตามความพอใจอย่างเต็มที่
217 หัวหมอ เจ้าเล่ห์อ้างนู่อ้างนี่ไปเรื่อย ฉลาดแกมโกง
218 หัวหลักหัวตอ มองข้ามในบางเรื่องว่าไม่สำคัญ แต่จริง ๆ แล้วเป็นเรื่องที่สำคัญมาก
ดู สำนวนไทย หมวด ห ทั้งหมด ›

สำนวนไทย หมวด อ ได้แก่

# สำนวนไทย หมายถึง
219 อ้าปากเห็นลิ้นไก่ คือรู้ทันกันรู้ทันสิ่งที่จะทำ