ปรัชญาจากพระคัมภีร์ไบเบิล ที่ใช้บ่อย ที่ค้นหาบ่อย 100 คำ

- มีดังรายการต่อไปนี้

Noปรัชญาจากพระคัมภีร์ไบเบิลความหมายหมายเหตุ
Noปรัชญาจากพระคัมภีร์ไบเบิลความหมายหมายเหตุ
1การคิดเพียงนาทีเดียว มีค่ามากกว่าการพูดยาวถึงหนึ่งชั่วโมง.ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงตั้งยามเฝ้าปากของข้าพระองค์ โปรดรักษาประตูริมฝีปากของข้าพระองค์(สดุดี 141:3)
2การตัดสินใจของท่าน อาจขัดแย้งกับ น้ำพระทัยของพระเป็นเจ้า แต่ตัวท่านเอง จะไม่พ้นเอื้อมพระหัตถ์ของพระองค์ไปได้.แม้เราจะไม่ซื่อสัตย์ แต่พระองค์ก็ยังคงซื่อสัตย์ เหตุว่าพระคริสตเจ้า มิทรงสามารถปฏิเสธพระองค์เองได้(2 ทิโมธี 2:13)
3การเตรียมการเพื่อวันพรุ่ง ก็คือการมุ่งให้วันนี้ถูกต้อง.อย่าไปห่วงใยถึงวันพรุ่งนี้ พรุ่งนี้จะดูแลตัวของมันเอง เฉพาะวันนี้ ท่านก็มีเรื่องจะต้องห่วงใยพออยู่แล้ว(มัทธิว 6:34)
4การแต่งงานอาจจะถูกสร้างขึ้นบนสวรรค์ แต่การบรูณะซ่อมแซมต้องอยู่ในโลกนี้.ดังนั้น สามีจงรักภรรยา เหมือนรักตัวท่านเอง และภรรยาก็จงเคารพสามีของตน(เอเฟซัส 5:33)
5การทำให้เนินเล็กเป็นภูเขาใหญ่นั้นไม่ยากเลย เพียงเติมผงเข้าไปทีละน้อย ทีละน้อยเท่านั้น.การเริ่มทะเลาะก็เหมือนกับน้ำที่รั่ว ดังนั้นจึงหยุดเสีย ก่อนที่จะเกิดเรื่องใหญ่(สุภาษิต 17:14)
6การที่รู้ว่าท่านเป็นคริสตชนก็นับว่าดี แต่การแสดงตนเป็นคริสตชนย่อมดีกว่า.หากท่านรักกันและกัน คนทั้งหลายก็จะรู้ว่าท่านเป็นศิษย์ของเรา(ยอห์น 13:35)
7การพูดเป็นคำสุดท้าย ควรเป็นการกล่าวขออภัยลูกรัก หากลูกตกเป็นเหยื่อของสิ่งที่พูด หรือถูกคำพูดของลูกเป็นกับดัก ก็จงทำดังนี้สิ จงปลดปล่อยตัวของลูกเสีย เมื่อลูกตกเป็นเหยื่อในเงื้อมมือของเพื่อนบ้านแล้ว จงถ่อมตนแล้ววิงวอนเพื่อนบ้านของลูก(สุภาษิต 6:2,3)
8การมีอำนาจ ทำให้บางคนเติบโต แต่ทำให้บางคนเพียง บวมเท่านั้น.แต่ผู้ยิ่งใหญ่ในพวกท่าน ต้องเป็นผู้รับใช้ ผู้ใดยกย่องตัวเองจะถูกดึงให้ต่ำลง และผู้ใดที่ถ่อมตนลงจะได้รับการยกย่อง(มัทธิว 23:11,12)
9การให้อภัยคล้ายกับเป็นการปล่อยนักโทษให้เป็นอิสระ แล้วมาพบว่า นักโทษนั้นก็คือ ตัวคุณเองหากท่านให้อภัยผู้ที่กระทำผิดต่อท่าน พระบิดาเจ้าก็จะทรงให้อภัยท่านด้วย แต่หากท่านไม่ให้อภัยผู้อื่น พระบิดาของท่านก็จะไม่ทรงให้อภัยแก่ท่านเช่นกัน(มัทธิ 6:14,15)
10ก้าวแรกที่นำไปสู่ความฉลาดก็คือ ความเงียบ ก้าวที่สอง คือ การรับฟังทั้งปราชญ์จะได้ยิน และเพิ่มพูนการเรียนรู้ ส่วนคนที่มีความเข้าใจ จะได้มีความช่ำชอง(สุภาษิต 1:5)
11ของขวัญอันล้ำค่า ที่เราสามารถมอบให้ผู้อื่นได้ ก็คือ ตัวอย่างที่ดี.เหตุว่าเราได้มอบแบบอย่างให้แก่ท่านแล้ว ทั้งนี้เพื่อ ให้ท่านทำดังที่เราได้กระทำแก่ท่าน(ยอห์น 13:15)
12คนเขาจะรู้ว่าท่านเป็นใคร มิใช่จากสิ่งที่เขาเห็น แต่จากสิ่งที่เขาได้ยินจากปากของท่าน.ให้ความสว่างของท่าน จงฉายแสงต่อหน้ามนุษย์ เขาจะได้เห็นกิจการที่ดีงามของท่าน เขาจะได้ถวายพระเกียรติ แด่พระบิดาเจ้าของท่าน ผู้ประทับอยู่ในสวรรค์(มัทธิ 5:16)
13คนโง่คิดว่าเขารู้ทุกอย่าง หากท่านไปถกเถียงกับเขา ท่านก็ยิ่งโง่ไปกว่าเขาเสียอีกหากท่านตักเตือนคนที่โอ้อวด ท่านก็จะได้รับแต่เพียงการดูหมิ่น และความเจ็บปวด(สุภาษิต 9:7)
14คนที่กำลังจมน้ำ เขาจะไม่มัวบ่นว่า เครื่องชูชีพมันเล็กเกินไป.จงทำสิ่งสารพัดโดยปราศจากการบ่น และการถกเถียงกัน(ฟีลิปปี 2:14)
15คนเราจะมีชัยมิได้ หากไร้การเริ่มต้น.เมื่อท่านมีใจพร้อมอยู่แล้ว ท่านจะได้ทำให้สำเร็จตามความสามารถของท่าน(2 คร 8:11)
16คนเรามักปรารถนาจะรับใช้พระเป็นเจ้า แต่ในตำแหน่งผู้ถวายคำแนะนำแด่พระองค์.จงถ่อมตนเฉพาะพระพักต์ พระเป็นเจ้าผู้ทรงพระอานุภาพ แล้วพระองค์ก็จะทรงให้เกียรติแก่ท่าน เมื่อถึงเวลา(1เปโต 5:6)
17คนเรามักลืมพระเป็นเจ้าทั้งวัน แต่แล้วก็ขอให้พระองค์ ทรงระลึกถึงเขาทั้งคืน.ข้าพเจ้าจะอธิษฐานภาวนา และร้องหาพระองค์ ทั้งยามเช้า เวลาเที่ยง และยามเย็น แล้วพระองค์จะสดับฟังข้าพเจ้า(สดุดี 55:17)
18ความเกียจคร้านและความยากจน เป็นญาติกันหลับนิด เคลิ้มหน่อย กอดมือพักสักนิด แล้วความจนก็จะมาหาถึงเจ้า แล้วทุกอย่างก็จะสูญหายไป(สุภาษิต 24:33,34)
19ความเชื่อคือการท้าทายให้จิตวิญญาณ มองไปยังที่ซึ่งตามองไม่เห็น.แต่เราดำเนินชีวิตอาศัยความเชื่อ มิได้อาศัยสิ่งที่เรามองเห็น(2 โครินทร์ 5:7)
20ความเชื่อเที่ยงแท้ และความกล้าหาญ เปรียบเสมือนว่าว ยิ่งมีลมต้าน มักยิ่งร่อนสูงขึ้น.ส่วนผู้ที่รอคอยพระเจ้า จะฟื้นฟูพลังของตนเอง เขาจะมีปีกโผบินดังเช่นนกอินทรีย์ เขาจะวิ่งแต่ก็ไม่เหน็ดเหนื่อย เขาจะเดินแต่ก็ไม่เป็นลม(อิสยาห์ 41:31)
21ความโมโหมักทำให้เราตกอยู่ในความลำบาก แต่ความหยิ่งต่างหาก ที่ทำให้เราอยู่ในสภาพนั้นความเย่อหยิ่งมาก่อนการถูกทำลาย จิตใจที่ยโสมักจะมาก่อนการหกล้ม การมีจิตถ่อมตนกับคนยาก ดีกว่า ที่จะได้ส่วนแบ่งจากของที่ริบมาจากคนหยิ่ง(สุภาษิต 16:18,19)
22ความร่ำรวยของคนเรา มิได้อยู่ที่ว่าเรามี ทรัพย์สินเงินทองมากมายเพียงใด แต่ขึ้นอยู่กับว่าเราเป็นคนอย่างไร.บางคนไม่มีอะไรเลย แต่แสร้งทำเป็นคนร่ำรวย แต่บางคนมีทุกสิ่งทุกอย่าง แต่ก็แสร้งทำเป็นคนจน(สุภาษิต 13:7)
23ความล้มเหลวมักจะไม่เกิดขึ้น เพราะเขาขาดพรสวรรค์ แต่เพราะเราขาดความเด็ดเดี่ยว.อย่าเพิ่งเอือมระอาที่จะช่วยเหลือผู้อื่น ท่านจะได้รับรางวัลเอง เมื่อถึงเวลา(กาลาเทีย 6:9)
24ความลับที่มนุษย์รักษาได้ยากที่สุด คือความเห็นเกี่ยวกับตัวเอง.ข้าพเจ้าสำนึกอยู่เสมอว่า พระเป็นเจ้าทรงพระเมตตาต่อข้าพเจ้ามากเพียงใด ดังนั้น ข้าพเจ้าจึงขอบอกพวกท่านว่า อย่าคิดว่าตัวท่านดีกว่าที่เป็นอยู่จริงๆ จงใช้วิจารณญาณ แล้วจงวัดสภาพของตัวท่านเอง โดยสำนึกว่า พระเป็นเจ้าทรงประทานความเชื่อ ให้แก่ท่านมากมายเพียงใด(โรม 12:3)
25ความสามารถ จะช่วยให้คนไปถึงจุดสุดยอด ของชีวิต แต่อุปนิสัยใจคอต่างหาก ที่จะช่วยให้เขาอยู่ต่อไปได้ในจุดนั้น.ความชอบธรรมของคนที่ไร้ตำหนิ ย่อมรักษาทางของเขาให้ตรง แต่คนชั่วร้ายย่อมล้มลง ด้วยความชั่วร้ายของเขาเอง(สุภาษิต 11:5)
26ความอดทนคือ คุณสมบัติที่ท่านชมเชยผู้ขับ รถข้างหลังท่าน แต่เป็นที่น่ารำคาญสำหรับ ผู้ที่ขับรถอยู่ข้างหน้า.เรื่องจบ ดีกว่าเริ่มเรื่อง ความอดทนดีกว่าความหยิ่งยโส อย่าเป็นคนโกรธง่าย เหตุว่าความโกรธมักจะอยู่ในใจของคนโง่(ปัญญาจารย์ 7:8,9)
27ความอิ่มเอิบใจมิได้หมายความว่า เราได้มาซึ่งสิ่งที่เราต้องการ หากแต่เป็นความพอใจในสิ่งที่เรามีอยู่.ข้าพเจ้าไม่ได้บ่นถึงเรื่องความขัดสน ไม่ว่าข้าพเจ้าจะมีฐานะอย่างไรก็ตาม ข้าพเจ้าก็เรียนรู้แล้วที่จะพอใจในสภาพของตน(ฟิลิปปี 4:11)
28คำพูดคือหน้าต่าง ที่เปิดให้เห็นหัวใจของท่าน.เจ้าเป็นคนชั่วแล้วจะพูดความดีได้อย่างไร เหตุว่าปากนั้นพูดจากสิ่งที่มาจากใจ(มัทธิว 12:34ข.)
29คำว่า ไม่ เป็นหนึ่งในจำนวนไม่กี่คำ ที่จะมีคนเข้าใจผิดได้ง่าย.เมื่อท่านจะสัญญาอะไร ก็เพียงแต่บอกว่า ใช่ หรือ ไม่ใช่(มัทธิว 5:37ก.)
30เคล็ดลับของความพอใจ คือการสำนึกว่า ชีวิตคือพระพร มิใช่สิทธิ.ศาสนาทำให้คนมั่งมี หากเขาพอใจในสิ่งที่เขามีอยู่ เรามิได้นำอะไรติดตัวมาในโลก และเมื่อจากไป เราก็ไม่สามารถนำเอาอะไรติดตัวไปได้(1ทิโมธี 6:6,7)
31ใครร่วมวงนินทากับท่าน ผู้นั้นก็จะนำเอาเรื่องของท่านไปนินทาต่อ.บุคคลที่เที่ยวซุบซิบมักเผยความลับ แต่บุคคลที่ไว้วางใจได้ ย่อมสามารถปิดบังทุกสิ่งไว้ได้(สุภาษิต 11:13)
32จงเป็นห่วงว่าพระเป็นเจ้าทรงคิดอย่างไรกับท่าน มากกว่าการเป็นห่วงว่าคนอื่นเขาจะคิดอย่างไร.เปโตรและสาวกอื่นๆ ตอบว่า เรานอบน้อมเชื่อฟังพระเป็นเจ้าดีกว่ามนุษย์(กิจการ 5:29)
33จงรักษาความประพฤติของท่าน แล้วชื่อเสียงของท่าน ก็จะรักษาตัวของมันเอง.การออกกำลังกายนั้น นับว่าดีสำหรับร่างกายของท่าน แต่ศาสนาจะช่วยท่านในทุกด้าน ศาสนาสัญญาว่า ท่านจะได้รับชีวิตในปัจจุบันและตลอดไป(1 ทิโมธี 4:8)
34จงเรียนรู้จากความผิดพลาดของผู้อื่น แทนที่จะทำผิดเสียเองในทุกเรื่อง.ทางของคนโง่นั้นถูกต้องในสายตาของเขาเอง แต่ปราชญ์ย่อมฟังคำแนะนำ(สุภาษิต 12:15)
35จงลืมตัวท่าน เพื่อผู้อื่น แล้วเขาจะไม่ลืมท่าน.ดังนั้นสิ่งใดที่ท่านปรารถนา ให้ผู้อื่นกระทำแก่ท่าน ท่านก็จงกระทำสิ่งนั้นแก่เขา เพราะนี่กฎบัญญัติ และคำสอนของบรรดาประกาศก(มัทธิว 7:12)
36จงหล่อเลี้ยงความเชื่อ แล้วความสงสัยก็จะอดตายไปเอง.ท่านทั้งหลายไม่ใช่คนที่เสื่อมเสีย และถึงซึ่งความพินาศ แต่เป็นคนที่เชื่อมั่น ดังนั้นชีวิตของท่านจึงปลอดภัย(ฮีบรู 10:39)
37ชิวิตคงจะง่ายขึ้นมาก หากคนเรา แสดงความอดทนในครอบครัว ให้เท่ากับเวลาที่เขาไปนั่งตกปลา.ท่านที่เป็นสามี ก็จงอยู่กับภรรยาของท่าน ด้วยความเข้าใจซึ่งกันและกัน(1เปโต 3:7ข.)
38ชื่อเสียงนั้นสร้างขึ้นได้ในพริบตาเดียว แต่อุปนิสัยใจคอนั้น ต้องใช้เวลาสร้างตลอดชีวิต.ข้าพเจ้ายึดมั่น ในความถูกต้องของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะไม่ยอมปล่อยไป จิตใจข้าพเจ้าจะติเตียนข้าพเจ้ามิได้เลย ตราบที่ข้าพเจ้ายังมีชีวิตอยู่(โยบ 27:6)
39โชคดี คือข้อแก้ตัวที่ผู้แพ้มอบให้กับผู้ชนะ.วิญญาณของคนเกียจคร้านมีแต่ความอยาก แต่เขาจะไม่ได้อะไรเลย ฝ่ายวิญญาณของคนขยัน จะอ้วนพี(สุภาษิต 13:4)
40ตายพร้อมกับชื่อเสียงที่ดี ดีกว่ามีชีวิตกับชื่อเสียงที่ใช้ไม่ได้.ชื่อเสียงดี ย่อมมีค่ามากกว่าเครื่องหอมอันมีค่า(ปัญญาจารย์ 7:1)
41แต่ละวันที่ผ่านไป คล้ายกับกระเป๋าที่มีขนาดเท่ากัน คนบางคนสามารถใส่ข้าวของเข้าไป ในกระเป๋านั้นมากกว่าผู้อื่น.ดังนั้นท่านจงระมัดระวัง ในการดำเนินชีวิต อย่าให้เหมือนคนไร้ปัญญา แต่ให้เหมือนผู้มีปัญญา จงฉวยทุกโอกาสที่ผ่านเข้ามา(เอเฟซัส 5:15,16)
42ท่านคลุกคลีกับใคร ก็ย่อมจะบ่งให้เห็นว่า ท่านกำลังจะพบกับความยุ่งยากอย่างไร.อย่าไปผูกมิตรกับคนที่โกรธง่าย ท่านอาจจะเป็นเหมือนเขา และติดอยู่ในกับดัก(สุภาษิต 22:24,25)
43ท่านเพียงตื่นตอนกลางวันก็พอแล้ว.เราต้องกระทำพระราชกิจของพระองค์ ผู้ทรงใช้เรามาเมื่อยังเป็นเวลากลางวันอยู่ เมื่อถึงเวลากลางคืนไม่มีผู้ใดทำงานได้(ยอห์น 9:4)
44ท่านสามารถทำอะไรร่วมกับพระเป็นเจ้า ให้สำเร็จได้ภายในหนึ่งชั่วโมง มากกว่าที่ท่านจะทำได้ตลอดชีวิต โดยปราศจากพระองค์.สำหรับพระเป็นเจ้านั้น ทุกสิ่งย่อมเป็นไปได้(มัทธิว 19:26ข.)
45ทุกคนควรมีหลุมฝังศพตัวเอาไว้ เพื่อใช้ฝังความผิดของเพื่อนๆ และผู้ที่เขารัก.ท่านจงเมตตาต่อกัน มีใจเอ็นดูต่อกัน และอภัยโทษให้กัน เหมือนดังที่พระเจ้า ได้ทรงโปรดอภัยให้แก่ท่านในพระคริสต์(เอเฟซัส 4:32)
46บทเรียนจากการมองดูนาฬิกาก็คือ มันทำให้เวลาผ่านไปก็จริง แต่มันขยันทำงานตลอดเวลา.การเป็นคนเกียจคร้าน ก็ไม่แตกต่างอะไรกับคนที่ชอบทำลาย(สุภาษิต 18:9)
47บนบานประตูแห่งโอกาส ย่อมมีเขียนว่า ผลัก หรือ ดึงวิญญาณของคนเกียจคร้าน มีความอยากได้ แต่ไม่ได้อะไรเลย ฝ่ายวิญญาณของคนขยัน จะอ้วนพี(สุภาษิต13:4)
48บ่อยครั้งมนุษย์คิดว่าจิตใจเขาเปิดกว้างขึ้น อันที่จริงแล้ว มโนธรรมเขาต่างหากที่ยืดออก.สำหรับผู้มีจิตใจบริสุทธิ์ ทุกอย่างก็ย่อมบริสุทธ์ผุดผ่อง แต่สำหรับผู้มีใจชั่วร้ายและไร้ความเชื่อ ไม่มีอะไรเลยที่บริสุทธิ์ ทั้งจิตใจและมโนธรรมของผู้นั้น ถูกทำลายไปหมดแล้ว(ทิตัส 1:15)
49บุคคลที่ยากจนที่สุด ไม่ใช่คนที่ไม่มีเงิน หากแต่เป็นบุคคล ที่ไม่มีความฝัน.มนุษย์จะตกยาก หากไร้วิสัยทัศน์(สุภาษิต 29:18ก.)
50ปัญหาของผู้ที่พูดเร็วเกินไปก็คือ เขามักจะพูดสิ่งที่เขายังคิดไม่ถึง.อย่ารีบพูด อย่าให้ใจท่านด่วนกล่าวสิ่งใดต่อพระพักต์พระเป็นเจ้า เหตุว่าพระเป็นเจ้าประทับในสวรรค์และเจ้าอยู่ในโลก ฉะนั้นขอให้เจ้าจงพูดน้อย(บุตรสิรา 5:2)
51ผู้ที่นำแสงอาทิตย์ เข้ามาในชีวิตของผู้อื่น ย่อมไม่สามารถกั้นแสงนั้น จากชีวิตของตนเองได้.อย่าหลงผิด ไม่มีใครหลอกพระเป็นเจ้าได้ สิ่งใดที่มนุษย์หว่านไว้ เขาก็จะเก็บเกี่ยวสิ่งนั้น(กาลาเทีย 6:7)
52ผู้ที่มีสิทธิ์ในความรักน้อยที่สุด คือผู้ที่ต้องการความรักมากที่สุด.แต่เราสั่งให้ท่านรักศัตรู และอธิฐานภาวนา ให้ผู้ที่กระทำผิดต่อท่าน(มัทธิว 5:44)
53ผู้ที่ไม่ตื่นเต้นกับงานของตน คนเขาเรียกผู้นั้นว่า คนว่างงานไม่ว่าท่านจะทำอะไร ก็จงทำด้วยความตั้งใจ เหมือนกับท่านกำลังรับใช้ พระเป็นเจ้าพระองค์เอง มิใช่เจ้านายฝ่ายโลก(โคโลสี 3:23)
54ผู้ที่ไม่ให้อภัย คือผู้ที่ทำลายสะพานที่เขาเองจะต้องข้าม.หากท่านให้อภัยความผิด ที่ผู้อื่นกระทำต่อท่าน พระบิดาเจ้าของท่านในสวรรค์ ก็จะทรงให้อภัยแก่ท่านด้วย(มัทธิว 6:14)
55พระเจ้าเป็นผู้ทรงสามารถรักษาดวงใจที่สลายได้ แต่พระองค์จำเป็นต้องมีทุกชิ้นส่วนของดวงใจนั้น.ลูกรัก จงมอบดวงใจให้แก่เราเถิด(สุภาษิต 23:26ก.)
56พระเป็นเจ้าบวกกับเรา เท่ากับเสียงส่วนมาก.ถ้าพระเจ้าทรงอยู่ฝ่ายเรา ใครเล่าจะขัดขวางเรา(โรม 8:31ข.)
57พระเยซูเจ้าคือพระสหาย ผู้ทรงทราบถึง ความผิดตกบกพร่อง อันมากมายของท่าน แต่ก็ยังทรงรักท่านอยู่เช่นเดิม.พระเจ้าทรงสำแดงความรัก ของพระองค์แก่เราทั้งหลาย คือขณะที่เรายังเป็นคนบาปอยู่นั้น พระคริสต์ได้ทรงสิ้นพระชนม์เพื่อเรา(โรม 5:8)
58พระเยซูเจ้าคือพระสหาย ผู้ทรงย่างกายเข้ามา เมื่อโลกย้ายออกไป.เราบอกสิ่งเหล่านี้แก่ท่าน เพื่อท่านจะได้มีสันติในจิตใจของท่านเนื่องจากเรา ระหว่างที่ท่านอยู่ในโลก ท่านจะต้องทรมาน แต่จงทำใจดีไว้เถิด(ยอห์น 16:33)
59เพื่อนๆ ของท่านก็คล้ายกับปุ่มของลิฟต์ เขาจะพาท่านให้ขึ้นก็ได้ ลงก็ได้.ผู้ที่ผูกมิตรกับคนฉลาด ก็จะเป็นคนฉลาด หากท่านผูกมิตรกับคนโง่ ตัวท่านเองอาจถูกทำลาย(สุภาษิต 13:30)
60ภาษาคือการสำแดงออกซึ่งความคิด ทุกครั้งที่ท่านพูด จิตใจของท่านก็กำลังเดิน ขบวนพาเหรดให้ชาวบ้านเขาเห็น.คนดี ทำดี เพราะความดีอยู่ในใจเขา คนชั่ว ทำชั่ว ก็เพราะความชั่วที่อยู่ในใจเขา วาจาของท่านย่อมแสดงให้เห็น สิ่งที่อยู่ในใจของท่าน(ลูกา 6:45)
61มโนธรรม คือ เครื่องเตือนภัยซึ่งพระเป็น ทรงติดตั้งให้ไว้กับท่าน จงดีใจเมื่อมันทำให้ ท่านรู้สึกเจ็บ แต่จงระวังเมื่อท่านไม่รู้สึกเจ็บ.ในข้อนี้ ข้าพเจ้าพยายามประพฤติตามมโนธรรม โดยมิให้กระทำผิดต่อพระเป็นเจ้า และต่อเพื่อนมนุษย์(กิจการ 24:16)
62มรดกอันประเสริฐที่บิดามอบให้บุตร ก็คือ ตัวอย่างที่ดี ท่านก็ทราบดีแล้วว่า เราได้กระทำทุกอย่างเพื่อท่าน ดังบิดามารดา พึงกระทำต่อบุตรหลานของตน (1เธสสะโลนิกา 2:11)พระเป็นเจ้าจะทรงเข้ามาสาละวนกับเรื่องของมนุษย์ ก็ต่อเมื่อพระองค์ได้รับเชิญเท่านั้น. ดูเถิด เรายืนอยู่และเคาะที่ประตูของท่าน หากท่านได้ยินเสียงของเราแล้วเปิดประตู เราก็จะเข้ามาร่วมรับประทานอาหารกับท่าน(วิวรณ์ 3:20)
63มีสองสิ่งที่เป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อหัวใจ นั่นคือ การวิ่งขึ้นบันได และการวิ่งทับหัวใจของคนอื่น.จงหยุดพูดจาชั่ว จงกล่าวสิ่งที่ถูกต้องในเวลาอันควร และจงช่วยเหลือผู้อื่น อาศัยสิ่งที่ท่านพูด(เอเฟซัส 4:29)
64เมื่อทุกอย่างมันวุ่นวายไปหมด ก็จงอดใจ อย่าวุ่นวายไปกับมัน.อย่าไปเลียนแบบที่ไม่ดี ของคนชั่วช้าและเลวทราม(สุภาษิต 4:14)
65เมื่อเผชิญกับปัญหาขนาดยักษ์แบบ โกลิอัท ท่านจะตอบว่า มันใหญ่เกินไป สู้ไม่ไหว หรือจะตอบแบบดาวิดว่า ถ้าใหญ่อย่างนี้ย่อมไม่พลาดแน่ ?พระเจ้าทรงช่วยให้ข้าพเจ้า พ้นจากอุ้มเท้าของสิงห์โตและหมีมาแล้ว พระองค์ก็จะทรงช่วยให้ข้าพเจ้า พ้นจากเงื่อมมือของชาวฟิลิสเตียผู้นี้(1ซามูแอล 17:37)
66เมื่อพระเป็นเจ้าทรงวัดมนุษย์ พระองค์ทรงเอาเทป วัดใจแทนที่จะทรงวัดสมอง.พระเป็นเจ้ามิได้ทรงทอดพระเนตร ดังเช่นมนุษย์ มนุษย์มองดูรูปร่างภายนอก แต่พระเป็นเจ้าทรงทอดพระเนตร จิตใจ(1ซามูแอล 16:7ข.)
67แม้หญ้าในสนามของบ้านข้างเคียง จะดูเขียวกว่าบ้านของเรา แต่ก็ยังต้องตัดอยู่นั่นเองจงพอใจในสิ่งที่ท่านมีอยู่(ฮีบรู 13:5)
68รถไฟของความล้มเหลว มักวิ่งอยู่บนรางของความเกียจคร้าน.ความเกียจคร้านมากมาย ทำให้ตึกรามเสื่อมสภาพ บ้านช่องพังลงก็เพราะมือที่เฉื่อยชา(บุตรสิรา 10:18)
69เราจะรู้ซึ้งถึงความเชื่อ ก็ต่อเมื่อ เราเริ่มสั่งสอนลูกหลาน.ฝ่ายท่านผู้เป็นบิดา อย่ายั่วให้บุตรของท่านเกิดโทสะ แต่จงอบรมบุตรด้วยการสั่งสอน และเตือนสติตามหลักธรรมของพระเป็นเจ้า(เอเฟซัส 6:4)
70เราจะรู้อุปนิสัยใจคอที่แท้จริงของคนได้ ก็โดยสังเกตุว่าเขาทำอะไร เมื่อไม่มีใครเห็น.จงทำให้นายพอใจเสมอ มิใช่เวลาที่ท่านคิดว่านายกำลังมองอยู่ ท่าน คือ ทาสของพระคริสตเจ้า ดังนั้นท่านจงกระทำสิ่งที่พระเป็นเจ้า ทรงปรารถนาจากท่าน ด้วยความเต็มใจ(เอเฟซัส 6:6)
71เราดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยสิ่งที่เราได้รับ แต่เรากลับเป็นผู้มอบชีวิต เมื่อเราเป็นผู้ให้ข้าพเจ้าได้ให้ตัวอย่างแก่ท่านแล้วในทุกสิ่ง ให้ท่านเห็นว่าการกระทำดังนี้ ท่านจะสามารถช่วยผู้ที่อ่อนแอ ท่านจงรำลึกถึงพระวาจาของพระเยซูเจ้าที่ตรัสว่า การให้ย่อมได้บุญมากกว่าการรับ(กิจการ 20:35)
72ลองครั้งแรกไม่สำเร็จ ก็ลองอ่านคู่มือดูซิ.จงยึดมั่นในคำสอนของเรา อย่าได้ปล่อยไป จงรักษาไว้ เพราะนั่นคือชีวิตของเจ้า(สุภาษิต 4:13)
73ลูกหลานของเราเปรียบเสมือนกระจกเงา เขาสะท้อนให้เห็นถึงความรู้สึกนึกคิดในชีวิต ของเรานั่นเอง.คนดีเจริญชีวิตด้วยคุณธรรม และพระเป็นเจ้าทรงประธานพระพรแก่ลูกหลาน ที่เจริญชีวิตตามแบบฉบับของเขา(สุภาษิต 20:7)
74ศิลปะของการเป็นแขกที่ดี คือการรู้ว่าเมื่อไรควรจะกล่าวคำอำลาอย่าไปเยี่ยมเพื่อนบ่อยเกินไป เพราะเขาจะรู้สึกเอือมระอา และเริ่มเกลียดชังท่าน(สุภาษิต 25:17)
75สมบัติอันล้ำค่าของท่านก็คือ เวลา 24 ชั่วโมง ที่กำลังรอท่านอยู่.ข้าพเจ้ารำพึงในใจของข้าพเจ้าว่า พระเจ้าจะทรงพิพากษาคนชอบธรรม และคนอธรรม เพราะทุกเรื่องถูกกำหนดไว้ และการงานทุกอย่างก็ถูกกำหนดไว้ด้วย(ปัญญาจารย์ 3:17)
76สะพานเชื่อมที่ดีเลิศระหว่างความหวัง กับ ความหมดหวัง ก็คือ การนอนหลับให้เต็มอิ่ม.ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะตื่นเช้า นอนดึก เพื่อทำมาหาเลี้ยงชีพ พระเป็นเจ้าทรงดูแลผู้ที่พระองค์ทรงรัก แม้ในยามที่เขานอนหลับ(สุดดี 127:2)
77สะพานที่ท่านจุดไฟเผาในวันนี้ อาจจะเป็นสะพานที่ท่านจะต้องใช้ข้าม ในวันข้างหน้า.จงพยายามสุดความสามารถ ที่จะเจริญชีวิตในสันติกับทุกคน(โรม 12:8)
78สิ่งที่สำคัญมิได้อยู่ที่ว่า ท่านอุทิศเวลากี่ชั่วโมง แต่สำคัญอยู่ที่ว่า ท่านใส่อะไรเข้าไปในชั่วโมงเหล่านั้น.เมื่อมีอะไรทำ ก็ขอให้ทำจนสุดความสามารถ(ปัญญาจารย์ 9:10ก.)
79หนทางที่ดีที่สุดที่จะลืมปัญหาของตนเอง ก็คือการช่วยแก้ปัญหาให้ผู้อื่น.มนุษย์ อย่ามองเพียงปัญหาของตนเอง แต่ทุกคนควรมองดูปัญหาของผู้อื่น(ฟิลลิปปี 2:4)
80หนทางสู่ความสำเร็จ คือการนำเอาคำแนะนำ ที่ท่านมอบให้ผู้อื่น มาใช้กับตัวท่านเอง.ท่านที่ไม่สนใจกับกฎวินัย ย่อมดูหมิ่นตนเอง แต่บุคคลที่รับฟังคำตักเตือน ก็จะได้รับความเข้าใจ(สุภาษิต 15:32)
81หัวใจมีความสุขมากที่สุด เมื่อมันเต้นเพื่อคนอื่น.ไม่มีผู้ใดมีความรักเท่ากับ ผู้ที่ยอมสละชีวิตของตนเองเพื่อผู้อื่น(ยอห์น 15:13)
82หากความห่วงใยน้อยนิดเกินกว่าที่จะคิด เอามาสวดภาวนา ก็คงจะเป็นเรื่องเล็กน้อย เกินกว่าที่เอามาใส่บ่าแบกหาม.พระเป็นเจ้าทรงห่วงใยท่าน ดังนั้น ท่านจงมอบความกังวลทั้งสิ้นไปกับพระองค์(1เปโตร 5:7)
83หากท่านทำสิ่งที่ท่านกลัว ความกลัวก็จะหมดฤทธิ์.โมเสสส่งคนเผ่าละพันคนออกไปทำสงคราม ทั้งคนเหล่านั้น กับฟีเนหัสบุตรเอเลซาร์ปุโรหิต พร้อมกับเครื่องใช้ของสถานนมัสการ และมีแตรปลุกอยู่ในมือ(กันดารวิถี 31:6)
84หากท่านไม่ต้องการดอกผลของบาป ก็อย่าเข้าไปในสวนของเจ้าปีศาจ.อย่าเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับความชั่วร้ายเป็นอันขาด(2เธสสะโลนิกา 5:22)
85หากท่านอยากชนะใจเพื่อน จงใช้หูฟังแทนที่จะใช้ปากพูด.จงให้ทุกคนไวในการฟัง แต่ช้าในการพูด และช้าในการโกรธ(ยากอบ 1:19ข.)
86อย่าปล่อยให้โอกาสของท่านที่จะหุบปาก ผ่านไปได้เป็นอันขาด.แม้คนโง่ ก็ถือว่าเป็นคนฉลาด เมื่อเขารู้จักสงบปากสงบคำ ผู้ที่รู้จักปิดปากตัวเอง เขาก็ถือว่าเป็นผู้มีความเข้าใจที่ดี(สุภาษิต 17:28)
87อารมณ์ร้ายของท่านเปรียบเสมือนไฟใหม้ หากควบคุมไม่ได้ ก็อาจเกิดความเสียหายมากมาย.ผู้ที่ควบคุมตัวเองไม่ได้ ก็เหมือนกับเมืองที่ไม่มีกำแพง(สุภาษิต 25:28)
88อุปนิสัยของคนนั้นมิได้อยู่ที่ว่า บรรพบุรุษได้ทิ้ง มรดกอะไรไว้ให้เขาบ้าง แต่ขึ้นอยู่กับว่าตัวเขาเอง ได้ทิ้งมรดกอะไรไว้ให้ลูกหลานของเขา.คนดีจะทิ้งมรดกให้ลูกหลาน แต่ทรัพย์สมบัติของคนบาปนั้น สะสมไว้สำหรับผู้ชอบธรรม(สุภาษิต 13:22)
พูดคุย

พูดคุย

ร่วมให้กำลังใจหรือติชม


หมวดหมู่ตามตัวอักษร

หมวดหมู่ตามตัวอักษร

แยกคำศัพท์ เรียงตามตัวอักษรให้หาง่ายๆ