ภาพหลักหมวดคำไวพจน์ สี-แสง-มืด ฉากเปลี่ยนผ่านจากสว่างสู่มืดในรูปแบบ flat-design
คำไวพจน์หมวด สี-แสง-มืด ครบทุกคำ พร้อมความหมาย

คำไวพจน์หมวด สี-แสง-มืด คือ กลุ่มคำในภาษาไทย ที่มีความหมายเหมือนหรือคล้ายกับ สีหลัก แสงสว่าง และความมืด ได้แก่ สีขาว · สีดำ · สีแดง · แสง · ความสว่าง · มืด · ความมืด กว่า 40 คำ ส่วนใหญ่มาจาก ภาษาบาลี-สันสกฤต ใช้ในกลอน นิราศ และวรรณคดีคลาสสิก เช่น ปัณฑูร · นิลกาฬ · โลหิต · รัศมี · ภาณุ · ทมิฬ

สี-แสง-มืด ในคำไวพจน์ — ภาพรวม

หมวด สี-แสง-มืด ครอบคลุมคำพ้องของ คุณสมบัติทางสายตา ใน 3 มิติ — สีหลัก (ขาว-ดำ-แดง) แสงสว่าง (สว่าง-รุ่งโรจน์) และ ความมืด (มืด-ราตรี) คำในหมวดนี้ส่วนใหญ่มาจาก ภาษาบาลี-สันสกฤต และมีคำเฉพาะที่ใช้ในวรรณคดีเท่านั้น เช่น ปัณฑูร · เศวตร (ขาว) นิลกาฬ · อสิต (ดำ) โลหิต · รุธิระ (แดง)

แผนผังคำไวพจน์หมวดสี แสง และมืด แสดงคำพ้องของ สีขาว สีดำ สีแดง แสงสว่าง และความมืด แยกตามที่มาภาษาบาลี-สันสกฤต และคำเฉพาะตนในวรรณคดี
แผนผังคำไวพจน์หมวด สี-แสง-มืด 7 คำหลัก 40+ คำพ้องความหมาย

คำไวพจน์ของสี (3 สีหลัก)

สีขาว · สีดำ · สีแดง เป็น 3 สีหลักที่วรรณคดีไทย ใช้บรรยายมากที่สุด คำพ้องของแต่ละสีมีรากจาก ภาษาบาลี-สันสกฤต เป็นหลัก และบางคำมาจาก เพชรพลอย (นิล = พลอยดำ) หรือ ปะการัง (ประวาลวรรณ = สีปะการัง)

ตารางคำไวพจน์สี (3 สีหลัก)

คำหลัก คำไวพจน์ การใช้
สีขาว ปัณฑูร · ศุภร · ธวัล · ศุกร · เศวตร ปัณฑูร/เศวตร = สันสกฤต (วรรณคดี); ธวัล = ขาวบริสุทธิ์; ศุกร = ขาวสะอาด
สีดำ นิล · นิลกาฬ · ทมิฬ · กาฬ · อสิต นิล = พลอยดำ/สีดำ; กาฬ = ดำสนิท (สันสกฤต); อสิต = ดำในกลอน
สีแดง โลหิต · รุธิระ · โรหิต · รุเธียร · หง · มณีราค · ประวาลวรรณ · มันปู โลหิต/รุธิระ = แดงเหมือนเลือด; ประวาลวรรณ = แดงปะการัง; หง = แดงอ่อน

คำไวพจน์ของแสงและความสว่าง

แสง และ ความสว่าง เป็นคำที่กวีไทย ใช้บ่อยที่สุดในกลอนพรรณนาธรรมชาติและความงาม คำพ้องส่วนใหญ่ มาจาก ภาษาสันสกฤต ซึ่งมีรากที่หมายถึงการเปล่ง ประกายหรือการแผ่รัศมี

ตารางคำไวพจน์แสงและความสว่าง

คำหลัก คำไวพจน์ การใช้
แสง รัศมี · รุจิรา · ภาณุ · โชติ · ภาสวร · แสงทอง · รุ่งโรจน์ รัศมี = แสงที่แผ่ออกรอบ; ภาณุ = แสงอาทิตย์; โชติ = ประกายไฟ
ความสว่าง กระจ่าง · แจ้ง · สุกใส · เปล่งปลั่ง · จรัสแสง กระจ่าง = ใส-เห็นชัด; เปล่งปลั่ง = ขาวผ่อง; จรัสแสง = ส่องสว่าง

คำไวพจน์ของมืดและความมืด

มืด และ ความมืด เป็นคู่ตรงข้ามของ แสง วรรณคดีไทยใช้คำพ้องของความมืดบ่อยในกลอน พร่ำพ้อหรือนิราศบรรยายราตรี — คำส่วนใหญ่มาจาก ภาษาบาลี-สันสกฤต

ตารางคำไวพจน์มืดและความมืด

คำหลัก คำไวพจน์ การใช้
มืด ทมิฬ · อนธการ · หม่น · นิล · อมาวสี ทมิฬ = มืดสนิท; อนธการ = มืดมน; หม่น = มืดอ่อน; อมาวสี = คืนเดือนดับ
ความมืด รัตติกาล · ราตรี · อสุรา · ยามวิกาล · อาราตรี รัตติกาล/ราตรี = เวลามืด; ยามวิกาล = ดึก; อสุรา = ยามไร้แสง

คำไวพจน์สี-แสง-มืดในวรรณคดีไทย

  1. พระอภัยมณี (สุนทรภู่): "เศวตรฉัตรสามชั้นกั้นเหนือเศียร โลหิตธงพราวระยับวับวาบเวียน"
    — ใช้ เศวตร (ขาว) + โลหิต (แดง) บรรยายธงและฉัตร
  2. นิราศนรินทร์ (นรินทรธิเบศร์): "ราตรีหม่นทมิฬสิ้นแสง อนธการคลุมแคว้นห้วงดิน"
    — ใช้ ราตรี + อนธการ บรรยายราตรีมืดมิด
  3. อิเหนา (พระราชนิพนธ์รัชกาลที่ 2): "รัศมีพระอุทัยทอแสง ภาณุเพ็ญทุกสรรพสิ่ง"
    — ใช้ รัศมี + ภาณุ บรรยายแสงพระอาทิตย์
  4. ลิลิตพระลอ: "นิลกาฬผมประดับอลังการ หน้าธวัลเพียงดวงเดือนเพ็ญ"
    — ใช้ นิลกาฬ (ดำ) + ธวัล (ขาว) บรรยายผมและใบหน้านางเอก
  5. กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน (รัชกาลที่ 2): "หงดอกทับทิมแดงระยับ ปัณฑูรเมล็ดข้าวเปลือกกระจ่าง"
    — ใช้ หง (แดงอ่อน) + ปัณฑูร (ขาว) บรรยายอาหาร

วิธีใช้คำไวพจน์สี-แสง-มืดในกลอน

คำในหมวดนี้สื่อ ภาพและบรรยากาศ ที่เข้มข้นมาก เลือกคำให้ตรงกับ ระดับความเข้มของสี + อารมณ์ของบท

  1. ใช้ตามจำนวนพยางค์ — "แดง" (1) → "หง" (1) → "โลหิต" (2) → "ประวาลวรรณ" (4); "มืด" (1) → "ทมิฬ" (2) → "อนธการ" (3)
  2. ใช้ตามที่มาภาษา — กลอนสันสกฤต = ปัณฑูร · นิลกาฬ · โลหิต · รัศมี · อนธการ; ไทยทั่วไป = ขาว · ดำ · แดง · แสง · มืด; บาลี-วรรณคดี = นิล · กาฬ · โชติ · รัตติกาล
  3. ใช้ตามอารมณ์ — กลอนรัก = หง · ธวัล · รัศมี · ภาณุ (ทางบวก); นิราศ-เศร้า = หม่น · ทมิฬ · อนธการ · ราตรี (ทางลบ)
  4. ใช้เปรียบกับอวัยวะ-วัตถุ — ผมดำเปรียบ นิลกาฬ; ใบหน้าขาวเปรียบ ธวัล/ดวงเดือน; ริมฝีปากแดงเปรียบ หง/ดอกทับทิม
  5. คำราชาศัพท์ — แสงพระมหากษัตริย์ → พระรัศมี; ฉัตรขาว → เศวตรฉัตร; ไม่ใช้สีดำในราชาศัพท์เพราะถือเป็นอัปมงคล

หมวด สี-แสง-มืด แตกต่างจากหมวดอื่นอย่างไร?

หมวดนี้แตกต่างจาก ท้องฟ้า-เทห์ฟากฟ้า (ที่เน้นวัตถุท้องฟ้า) และ ความสวย-ความงาม-กลิ่น (ที่เน้นความรู้สึกความงาม) — หมวดนี้เน้น คุณสมบัติทางสายตา เป็นหลัก

มิติ สี-แสง-มืด ท้องฟ้า-เทห์ฟากฟ้า ความสวย-ความงาม-กลิ่น
เน้น คุณสมบัติทางสายตา วัตถุท้องฟ้า ความรู้สึกความงาม
หัวเรื่อง สีขาว สีดำ สีแดง แสง มืด ฟ้า ดาว เดือน อาทิตย์ สวย งาม หอม กลิ่น
ตัวอย่างคำ ปัณฑูร นิล โลหิต รัศมี ทมิฬ นภา เวหา จันทรา โสภา ลาวัณย์
วรรณคดีที่พบ พระอภัยมณี, นิราศ, อิเหนา, ลิลิตพระลอ ทุกเรื่อง (พรรณนาธรรมชาติ) อิเหนา, ลิลิตพระลอ
การใช้ในกลอน บรรยายสี-แสง-เงา บรรยายเหตุการณ์-เวลา บรรยายตัวละครงาม
คำซ้อน ทมิฬ (สีดำ+มืด); นิล (สีดำ+พลอย) ราตรี (กลางคืน+ความมืด) พักตร์ (หน้า+ความงาม)

หมวดที่เกี่ยวข้อง: ☁️ ท้องฟ้า-เทห์ฟากฟ้า · ✨ ความสวย-ความงาม-กลิ่น · 🌦️ สภาพอากาศ-ฤดูกาล

กลับสู่ภาพรวม: 🏠 Hub คำไวพจน์ · 📑 รายชื่อ ก-ฮ ครบทุกคำ

 คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ถาม: คำไวพจน์ของสีแดงมีอะไรบ้าง?
ตอบ: คำไวพจน์ของ สีแดง มี 8 คำ ได้แก่ โลหิต รุธิระ โรหิต รุเธียร หง มณีราค ประวาลวรรณ และ มันปู โลหิตและรุธิระแปลตรงตัวว่าเลือด เป็นคำสันสกฤตที่นิยมในวรรณคดี ส่วน หง หมายถึงสีแดงอ่อน และประวาลวรรณคือสีแดงเหมือนปะการัง
ถาม: ทมิฬ กับ นิล ต่างกันอย่างไร?
ตอบ: ทั้งสองคำหมายถึงสีดำ/มืด แต่นัยต่างกัน ทมิฬ (Tamisra สันสกฤต) เน้นความมืดสนิทไม่มีแสง ใช้บรรยายราตรีหรือถ้ำ ส่วน นิล (Nīla สันสกฤต) หมายถึงพลอยดำหรือสีดำกึ่งน้ำเงิน เน้นความเงางามแบบโลหะ-อัญมณี เช่น ผมนิลกาฬ
ถาม: ภาณุ กับ รัศมี ใช้กับอะไร?
ตอบ: ทั้งคู่หมายถึงแสง แต่ใช้ต่างกัน ภาณุ (Bhānu สันสกฤต) เน้นแสงพระอาทิตย์โดยเฉพาะ มักใช้ในคำเช่น ภาณุมาศ (พระอาทิตย์เดือน) ส่วน รัศมี (Raśmi) หมายถึงแสงทั่วไปที่แผ่ออกจากแหล่ง ใช้กับแสงจากพระมหากษัตริย์ (พระรัศมี) ดวงดาว หรือดวงไฟ
ถาม: ราตรี หมายถึงอะไร?
ตอบ: ราตรี (Rātri สันสกฤต) หมายถึง กลางคืน เวลามืด ใช้บ่อยในกลอนและวรรณคดีเพื่อบรรยายเวลายามค่ำคืน คำในกลุ่มเดียวกัน ได้แก่ รัตติกาล (ช่วงเวลาราตรี) ยามวิกาล (กลางดึก) และ อสุรา (ยามไร้แสง)
ถาม: โลหิต กับ รุธิระ ต่างกันไหม?
ตอบ: ทั้งคู่หมายถึง สีแดง/เลือด มาจากภาษาบาลี-สันสกฤตเหมือนกัน โลหิต (Lohita) เป็นคำที่นิยมในไทยและพระไตรปิฎก ใช้ทั้งหมายถึง 'เลือด' และ 'สีแดง' ส่วน รุธิระ (Rudhira สันสกฤต) นิยมในกลอน-วรรณคดีคลาสสิก มักใช้เปรียบเทียบสีแดงเข้มของบางสิ่ง
ชอบเนื้อหาชุดนี้ กดให้คะแนน 5 ดาวกับเราได้เลยจ้า