เอาลูกเขามาเลี้ยงเอาเมี่ยงเขามาอม
สํานวนสุภาษิต
หมายถึง เอาลูกของคนอื่นมาเลี้ยงเป็นลูกเป็นภาระรับผิดชอบที่หวังผลตอบแทนแน่นอนไม่ได้
ประเภทสำนวน
"เอาลูกเขามาเลี้ยงเอาเมี่ยงเขามาอม" จัดว่าเป็น สุภาษิต เพราะว่า เป็นคำสอนโดยตรงที่เตือนเรื่องการรับผิดชอบภาระของผู้อื่น มีลักษณะข้อความสมบูรณ์ในตัวเองและให้คำสอนที่ชัดเจน
ที่มาและแนวคิดเบื้องหลัง
สุภาษิตนี้สอนว่าการรับเอาภาระหรือความรับผิดชอบของผู้อื่นมาเป็นของตนเอง จะทำให้เกิดความยุ่งยากในภายหลัง 'ลูก' หมายถึงเด็กที่ต้องดูแลเลี้ยงดู ส่วน 'เมี่ยง' หมายถึงใบชาหรือใบพลูที่ห่อเครื่องปรุงแล้วอมหรือเคี้ยวเล่น การรับเลี้ยงลูกคนอื่นย่อมต้องดูแลและรับผิดชอบมาก การรับเมี่ยงมาอมก็เป็นการรับเอาสิ่งที่ไม่ใช่ของตนซึ่งอาจไม่ถูกใจหรือไม่สะอาด
ตัวอย่างการใช้สำนวน "เอาลูกเขามาเลี้ยงเอาเมี่ยงเขามาอม" ในประโยค
- บริษัทของเราไม่ควรจะรับงานนี้มาทำ มันเสี่ยงเกินไป แล้วค่าตอบแทนก็น้อย เหมือนเอาลูกเขามาเลี้ยงเอาเมี่ยงเขามาอม
- คุณจะไปรับปากช่วยแก้ปัญหาให้แผนกอื่นทำไม นั่นมันเอาลูกเขามาเลี้ยงเอาเมี่ยงเขามาอม ทำให้งานของเราล่าช้าไปด้วย
สรุปและทบทวนเรื่อง สำนวน สุภาษิต และคำพังเพย
สุภาษิต และคำพังเพย จัดเป็น "สำนวน" ด้วยกันทั้งคู่ เพราะมีความหมายในเชิงเปรียบเทียบ และเป็นถ้อยคำที่ใช้สืบเนื่องกันมานาน
สุภาษิต เป็นถ้อยคำที่มักใช้คำสั้น ๆ กะทัดรัดแต่มีความหมายลึกซึ้ง มีสัมผัสคล้องจอง ส่วนใหญ่สุภาษิตที่ใช้ในสังคมไทยมักมีที่มาจากคำสอนทางพุทธศาสนา
คำพังเพย เป็นถ้อยคำที่ให้ข้อคิด โดยกล่าวถึงพฤติกรรมหรือธรรมชาติรอบตัว ส่วนมากมักเป็นถ้อยคำที่เป็นข้อสรุปการกระทำหรือพฤติกรรมทั่วไป อาจมีที่มาจากนิทาน ตำนาน วรรณคดี
หมายเหตุ
คำสุภาษิต หรือ สำนวนสุภาษิต คือ คำในภาษาไทยที่ใช้ในการสื่อสารเชิงเปรียบเทียบอุปมาอุปมัย มักมีความหมายในการตักเตือนสั่งสอนในทางบวก มีความหมายที่ดี เช่น รักยาวให้บั่นรักสั้นให้ต่อ น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ
สำนวนไทย หมายถึง ถ้อยคำ กลุ่มคำ หรือประโยคที่ไม่ได้แปลความหมายตรง ๆ แต่มีความหมายเชิงเปรียบเทียบแฝงอยู่ เช่น สอนจระเข้ให้ว่ายนํ้า รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง
คำพังเพย หมายถึง ถ้อยคำหรือข้อความที่กล่าวเป็นกลาง ๆ เพื่อให้ตีความเข้ากับเรื่อง มีความหมายแฝงอยู่ อาจเป็นคำที่ใช้สื่อในทางเปรียบเปรย หรือในทำนองเสียดสี เช่น กระต่ายตื่นตูม เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย