เขียนด้วยมือลบด้วยเท้า
สํานวนสุภาษิต
ประเภทสำนวน
"เขียนด้วยมือลบด้วยเท้า" จัดว่าเป็น สุภาษิต เพราะว่า เป็นคำสอนหรือคำเตือนที่ชัดเจน เกี่ยวกับเรื่องการกระทำและผลที่ตามมา มีความหมายตรงไปตรงมา เป็นคำสอนโดยตรงที่แสดงถึงความไม่สมดุลระหว่างการสร้างกับการทำลาย
ที่มาและแนวคิดเบื้องหลัง
สุภาษิตนี้สอนเรื่องความยากลำบากในการสร้างเปรียบเทียบกับความง่ายในการทำลาย โดยการเขียนเป็นงานที่ต้องใช้ความพยายาม ความประณีต และเวลา (ต้องใช้มือซึ่งเป็นอวัยวะที่มีความละเอียดอ่อน) แต่การลบหรือทำลายนั้นสามารถทำได้ง่ายและรวดเร็วกว่ามาก (ใช้เท้าซึ่งเป็นอวัยวะที่ใหญ่กว่า แต่หยาบกว่า) เปรียบเสมือนการสร้างชื่อเสียงที่ยากแต่การทำลายชื่อเสียงนั้นทำได้ง่าย
ตัวอย่างการใช้สำนวน "เขียนด้วยมือลบด้วยเท้า" ในประโยค
- การสร้างธุรกิจให้มีชื่อเสียงต้องใช้เวลาหลายปี แต่หากผิดพลาดเพียงครั้งเดียวก็อาจทำให้เสียชื่อเสียงได้ นี่คือเขียนด้วยมือลบด้วยเท้า
- พ่อแม่ต้องเลี้ยงดูลูกอย่างทะนุถนอมมาสิบกว่าปี แต่ลูกอาจทำให้พ่อแม่เสียใจด้วยการกระทำเพียงครั้งเดียว เป็นเรื่องของเขียนด้วยมือลบด้วยเท้าจริงๆ
สรุปและทบทวนเรื่อง สำนวน สุภาษิต และคำพังเพย
สุภาษิต และคำพังเพย จัดเป็น "สำนวน" ด้วยกันทั้งคู่ เพราะมีความหมายในเชิงเปรียบเทียบ และเป็นถ้อยคำที่ใช้สืบเนื่องกันมานาน
สุภาษิต เป็นถ้อยคำที่มักใช้คำสั้น ๆ กะทัดรัดแต่มีความหมายลึกซึ้ง มีสัมผัสคล้องจอง ส่วนใหญ่สุภาษิตที่ใช้ในสังคมไทยมักมีที่มาจากคำสอนทางพุทธศาสนา
คำพังเพย เป็นถ้อยคำที่ให้ข้อคิด โดยกล่าวถึงพฤติกรรมหรือธรรมชาติรอบตัว ส่วนมากมักเป็นถ้อยคำที่เป็นข้อสรุปการกระทำหรือพฤติกรรมทั่วไป อาจมีที่มาจากนิทาน ตำนาน วรรณคดี
หมายเหตุ
คำสุภาษิต หรือ สำนวนสุภาษิต คือ คำในภาษาไทยที่ใช้ในการสื่อสารเชิงเปรียบเทียบอุปมาอุปมัย มักมีความหมายในการตักเตือนสั่งสอนในทางบวก มีความหมายที่ดี เช่น รักยาวให้บั่นรักสั้นให้ต่อ น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ
สำนวนไทย หมายถึง ถ้อยคำ กลุ่มคำ หรือประโยคที่ไม่ได้แปลความหมายตรง ๆ แต่มีความหมายเชิงเปรียบเทียบแฝงอยู่ เช่น สอนจระเข้ให้ว่ายนํ้า รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง
คำพังเพย หมายถึง ถ้อยคำหรือข้อความที่กล่าวเป็นกลาง ๆ เพื่อให้ตีความเข้ากับเรื่อง มีความหมายแฝงอยู่ อาจเป็นคำที่ใช้สื่อในทางเปรียบเปรย หรือในทำนองเสียดสี เช่น กระต่ายตื่นตูม เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย