เสียกำได้กอบ
สํานวนสุภาษิต
ประเภทสำนวน
"เสียกำได้กอบ" จัดว่าเป็น สุภาษิต เพราะว่า เป็นคำสอนโดยตรงเกี่ยวกับการยอมเสียสละสิ่งเล็กน้อยเพื่อให้ได้สิ่งที่มีค่ามากกว่า มีข้อคิดชัดเจนและเข้าใจได้ทันที โดยไม่ต้องตีความซับซ้อน
ที่มาและแนวคิดเบื้องหลัง
สำนวนนี้มีที่มาจากการพนันหรือการเล่นเบี้ยในสมัยโบราณ โดยคำว่า 'กำ' หมายถึงเงินจำนวนน้อย และ 'กอบ' หมายถึงเงินจำนวนมาก สอนให้รู้จักเสียสละผลประโยชน์เล็กน้อยเพื่อให้ได้ผลประโยชน์ที่มากกว่าในภายหลัง หรือการยอมขาดทุนเล็กน้อยเพื่อกำไรที่มากกว่า
ตัวอย่างการใช้สำนวน "เสียกำได้กอบ" ในประโยค
- บริษัทยอมเสียกำได้กอบ ด้วยการลดราคาสินค้าลงเล็กน้อย เพื่อดึงดูดลูกค้าให้มาซื้อสินค้าอื่นๆ เพิ่มเติม
- นักธุรกิจที่ฉลาดมักจะรู้จักเสียกำได้กอบ ยอมลงทุนมากหน่อยในตอนแรกเพื่อผลกำไรระยะยาวที่มากกว่า
สรุปและทบทวนเรื่อง สำนวน สุภาษิต และคำพังเพย
สุภาษิต และคำพังเพย จัดเป็น "สำนวน" ด้วยกันทั้งคู่ เพราะมีความหมายในเชิงเปรียบเทียบ และเป็นถ้อยคำที่ใช้สืบเนื่องกันมานาน
สุภาษิต เป็นถ้อยคำที่มักใช้คำสั้น ๆ กะทัดรัดแต่มีความหมายลึกซึ้ง มีสัมผัสคล้องจอง ส่วนใหญ่สุภาษิตที่ใช้ในสังคมไทยมักมีที่มาจากคำสอนทางพุทธศาสนา
คำพังเพย เป็นถ้อยคำที่ให้ข้อคิด โดยกล่าวถึงพฤติกรรมหรือธรรมชาติรอบตัว ส่วนมากมักเป็นถ้อยคำที่เป็นข้อสรุปการกระทำหรือพฤติกรรมทั่วไป อาจมีที่มาจากนิทาน ตำนาน วรรณคดี
หมายเหตุ
คำสุภาษิต หรือ สำนวนสุภาษิต คือ คำในภาษาไทยที่ใช้ในการสื่อสารเชิงเปรียบเทียบอุปมาอุปมัย มักมีความหมายในการตักเตือนสั่งสอนในทางบวก มีความหมายที่ดี เช่น รักยาวให้บั่นรักสั้นให้ต่อ น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ
สำนวนไทย หมายถึง ถ้อยคำ กลุ่มคำ หรือประโยคที่ไม่ได้แปลความหมายตรง ๆ แต่มีความหมายเชิงเปรียบเทียบแฝงอยู่ เช่น สอนจระเข้ให้ว่ายนํ้า รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง
คำพังเพย หมายถึง ถ้อยคำหรือข้อความที่กล่าวเป็นกลาง ๆ เพื่อให้ตีความเข้ากับเรื่อง มีความหมายแฝงอยู่ อาจเป็นคำที่ใช้สื่อในทางเปรียบเปรย หรือในทำนองเสียดสี เช่น กระต่ายตื่นตูม เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย