เล่นเอาเถิดเจ้าล่อ
สํานวนไทย
หมายถึง อาการหลบไปมาเพื่อไม่ให้พบ
ประเภทสำนวน
"เล่นเอาเถิดเจ้าล่อ" จัดว่าเป็น สำนวนไทย เพราะว่า เป็นวลีที่มีความหมายเฉพาะ ไม่สามารถแปลความหมายตรงตัวได้ ต้องเข้าใจความหมายเฉพาะที่ใช้ในภาษาไทย และใช้เรียกการแสดงอาการหรือพฤติกรรมเฉพาะแบบหนึ่ง
ที่มาและแนวคิดเบื้องหลัง
สำนวนนี้มีที่มาจากการเล่นล่อที่เป็นการละเล่นโบราณของไทย เป็นการละเล่นเพื่อความสนุกสนาน มีการใช้ถ้อยคำหยอกล้อกัน โดยในบทเล่นล่อจะมีคำว่า 'เล่นเอาเถิดเจ้าล่อ' ติดอยู่ด้วย สำนวนนี้ใช้เมื่อต้องการแสดงอาการสนุกสนาน คะนองหรือกระทำการเกินขอบเขตจนเลยเถิด
ตัวอย่างการใช้สำนวน "เล่นเอาเถิดเจ้าล่อ" ในประโยค
- เด็กๆ พากันวิ่งเล่นในสวนสาธารณะ เล่นเอาเถิดเจ้าล่อ จนมืดค่ำก็ยังไม่ยอมกลับบ้าน
- งานเลี้ยงสังสรรค์ปีใหม่ของบริษัทปีนี้ พนักงานต่างพากันสนุกสนาน เล่นเอาเถิดเจ้าล่อ จนเจ้านายต้องเตือนให้รู้จักยับยั้งชั่งใจ
สรุปและทบทวนเรื่อง สำนวน สุภาษิต และคำพังเพย
สุภาษิต และคำพังเพย จัดเป็น "สำนวน" ด้วยกันทั้งคู่ เพราะมีความหมายในเชิงเปรียบเทียบ และเป็นถ้อยคำที่ใช้สืบเนื่องกันมานาน
สุภาษิต เป็นถ้อยคำที่มักใช้คำสั้น ๆ กะทัดรัดแต่มีความหมายลึกซึ้ง มีสัมผัสคล้องจอง ส่วนใหญ่สุภาษิตที่ใช้ในสังคมไทยมักมีที่มาจากคำสอนทางพุทธศาสนา
คำพังเพย เป็นถ้อยคำที่ให้ข้อคิด โดยกล่าวถึงพฤติกรรมหรือธรรมชาติรอบตัว ส่วนมากมักเป็นถ้อยคำที่เป็นข้อสรุปการกระทำหรือพฤติกรรมทั่วไป อาจมีที่มาจากนิทาน ตำนาน วรรณคดี
หมายเหตุ
สำนวนไทย หมายถึง ถ้อยคำ กลุ่มคำ หรือประโยคที่ไม่ได้แปลความหมายตรง ๆ แต่มีความหมายเชิงเปรียบเทียบแฝงอยู่ เช่น สอนจระเข้ให้ว่ายนํ้า รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง
คำสุภาษิต หรือ สำนวนสุภาษิต คือ คำในภาษาไทยที่ใช้ในการสื่อสารเชิงเปรียบเทียบอุปมาอุปมัย มักมีความหมายในการตักเตือนสั่งสอนในทางบวก มีความหมายที่ดี เช่น รักยาวให้บั่นรักสั้นให้ต่อ น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ
คำพังเพย หมายถึง ถ้อยคำหรือข้อความที่กล่าวเป็นกลาง ๆ เพื่อให้ตีความเข้ากับเรื่อง มีความหมายแฝงอยู่ อาจเป็นคำที่ใช้สื่อในทางเปรียบเปรย หรือในทำนองเสียดสี เช่น กระต่ายตื่นตูม เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย