หักลำ
สํานวนไทย
หมายถึง ทำให้เสียท่าหรือเสียเหลี่ยม
ประเภทสำนวน
"หักลำ" จัดว่าเป็น สำนวนไทย เพราะว่า เป็นสำนวนที่มีความหมายเฉพาะ ไม่สามารถเข้าใจได้จากการแปลตรงตัว และไม่ได้มีลักษณะเป็นคำสอนโดยตรงหรือคำเปรียบเทียบที่ต้องตีความต่อ
ที่มาและแนวคิดเบื้องหลัง
สำนวน 'หักลำ' มีที่มาจากการเดินเรือโบราณ เมื่อเรือแล่นไปแล้วต้องการเปลี่ยนทิศทางกะทันหัน จะต้องหักพวงมาลัยหรือหางเสือ (ลำ) อย่างแรงและรวดเร็ว การกระทำนี้ทำให้เกิดการเปลี่ยนทิศทางอย่างฉับพลัน จึงนำมาใช้เปรียบเทียบกับการเปลี่ยนการกระทำหรือความตั้งใจโดยฉับพลันทันที
ตัวอย่างการใช้สำนวน "หักลำ" ในประโยค
- เขากำลังจะพูดเรื่องเงินเดือน แต่เมื่อเห็นผู้จัดการเดินเข้ามา ก็หักลำไปพูดเรื่องงานแทน
- เธอเตรียมตัวจะไปเที่ยวต่างประเทศ แต่พอแม่ป่วยกะทันหัน ก็ต้องหักลำยกเลิกทริปทั้งหมด
- รัฐบาลประกาศจะสร้างโรงไฟฟ้า แต่หลังจากชาวบ้านประท้วงอย่างหนัก จึงต้องหักลำเปลี่ยนนโยบายใหม่ทั้งหมด
สรุปและทบทวนเรื่อง สำนวน สุภาษิต และคำพังเพย
สุภาษิต และคำพังเพย จัดเป็น "สำนวน" ด้วยกันทั้งคู่ เพราะมีความหมายในเชิงเปรียบเทียบ และเป็นถ้อยคำที่ใช้สืบเนื่องกันมานาน
สุภาษิต เป็นถ้อยคำที่มักใช้คำสั้น ๆ กะทัดรัดแต่มีความหมายลึกซึ้ง มีสัมผัสคล้องจอง ส่วนใหญ่สุภาษิตที่ใช้ในสังคมไทยมักมีที่มาจากคำสอนทางพุทธศาสนา
คำพังเพย เป็นถ้อยคำที่ให้ข้อคิด โดยกล่าวถึงพฤติกรรมหรือธรรมชาติรอบตัว ส่วนมากมักเป็นถ้อยคำที่เป็นข้อสรุปการกระทำหรือพฤติกรรมทั่วไป อาจมีที่มาจากนิทาน ตำนาน วรรณคดี
หมายเหตุ
สำนวนไทย หมายถึง ถ้อยคำ กลุ่มคำ หรือประโยคที่ไม่ได้แปลความหมายตรง ๆ แต่มีความหมายเชิงเปรียบเทียบแฝงอยู่ เช่น สอนจระเข้ให้ว่ายนํ้า รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง
คำสุภาษิต หรือ สำนวนสุภาษิต คือ คำในภาษาไทยที่ใช้ในการสื่อสารเชิงเปรียบเทียบอุปมาอุปมัย มักมีความหมายในการตักเตือนสั่งสอนในทางบวก มีความหมายที่ดี เช่น รักยาวให้บั่นรักสั้นให้ต่อ น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ
คำพังเพย หมายถึง ถ้อยคำหรือข้อความที่กล่าวเป็นกลาง ๆ เพื่อให้ตีความเข้ากับเรื่อง มีความหมายแฝงอยู่ อาจเป็นคำที่ใช้สื่อในทางเปรียบเปรย หรือในทำนองเสียดสี เช่น กระต่ายตื่นตูม เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย