ล้วงตับ
สํานวนไทย
หมายถึง หลอกลวงให้ตายใจเพื่อล้วงเอาความลับเป็นต้น
ประเภทสำนวน
"ล้วงตับ" จัดว่าเป็น สำนวนไทย เพราะว่า เป็นวลีที่มีความหมายเฉพาะที่ไม่สามารถแปลความหมายตรงตัวได้ (ไม่ได้หมายถึงการล้วงเอาตับจริงๆ) ทั้งยังไม่ใช่คำสอนโดยตรงหรือการเปรียบเทียบที่ต้องตีความ แต่เป็นคำที่ใช้เรียกการกระทำลักษณะเฉพาะ
ที่มาและแนวคิดเบื้องหลัง
สำนวนนี้มาจากการเปรียบเทียบกับการล้วงเอาตับซึ่งเป็นอวัยวะสำคัญภายใน หมายถึงการขอร้องหรือพยายามเอาเงินหรือสิ่งมีค่าที่เป็นสมบัติล้ำค่าจากผู้อื่น โดยเฉพาะจากคนใกล้ชิด เป็นการขอในสิ่งที่มีค่ามากจนกระทั่งเจ้าของรู้สึกเจ็บปวด เหมือนถูกล้วงเอาตับออกไป
ตัวอย่างการใช้สำนวน "ล้วงตับ" ในประโยค
- พี่เลี้ยงข้างบ้านชอบมาล้วงตับยืมเงินพ่อแม่ฉันบ่อยๆ ไม่เคยคืนสักที
- ถ้าเพื่อนคนนี้มาหาอีก เธอต้องระวังให้ดี เขามักจะมาล้วงตับขอยืมเงินทุกครั้ง แล้วไม่เคยคืน
สรุปและทบทวนเรื่อง สำนวน สุภาษิต และคำพังเพย
สุภาษิต และคำพังเพย จัดเป็น "สำนวน" ด้วยกันทั้งคู่ เพราะมีความหมายในเชิงเปรียบเทียบ และเป็นถ้อยคำที่ใช้สืบเนื่องกันมานาน
สุภาษิต เป็นถ้อยคำที่มักใช้คำสั้น ๆ กะทัดรัดแต่มีความหมายลึกซึ้ง มีสัมผัสคล้องจอง ส่วนใหญ่สุภาษิตที่ใช้ในสังคมไทยมักมีที่มาจากคำสอนทางพุทธศาสนา
คำพังเพย เป็นถ้อยคำที่ให้ข้อคิด โดยกล่าวถึงพฤติกรรมหรือธรรมชาติรอบตัว ส่วนมากมักเป็นถ้อยคำที่เป็นข้อสรุปการกระทำหรือพฤติกรรมทั่วไป อาจมีที่มาจากนิทาน ตำนาน วรรณคดี
หมายเหตุ
สำนวนไทย หมายถึง ถ้อยคำ กลุ่มคำ หรือประโยคที่ไม่ได้แปลความหมายตรง ๆ แต่มีความหมายเชิงเปรียบเทียบแฝงอยู่ เช่น สอนจระเข้ให้ว่ายนํ้า รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง
คำสุภาษิต หรือ สำนวนสุภาษิต คือ คำในภาษาไทยที่ใช้ในการสื่อสารเชิงเปรียบเทียบอุปมาอุปมัย มักมีความหมายในการตักเตือนสั่งสอนในทางบวก มีความหมายที่ดี เช่น รักยาวให้บั่นรักสั้นให้ต่อ น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ
คำพังเพย หมายถึง ถ้อยคำหรือข้อความที่กล่าวเป็นกลาง ๆ เพื่อให้ตีความเข้ากับเรื่อง มีความหมายแฝงอยู่ อาจเป็นคำที่ใช้สื่อในทางเปรียบเปรย หรือในทำนองเสียดสี เช่น กระต่ายตื่นตูม เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย