ระยำตำบอน
สํานวนไทย
หมายถึง เลวทราม, ชั่วช้า, เหลวไหล
ประเภทสำนวน
"ระยำตำบอน" จัดว่าเป็น สำนวนไทย เพราะว่า เป็นคำหรือวลีเฉพาะที่มีความหมายพิเศษและไม่สามารถแปลตรงตัวได้ ผู้ฟังต้องเข้าใจความหมายเฉพาะในภาษาไทย
ที่มาและแนวคิดเบื้องหลัง
สำนวนนี้มีที่มาจากคำว่า 'ระยำ' ซึ่งหมายถึงคนเลว ชั่วช้า และ 'ตำบอน' หมายถึงผู้ที่เมื่อทำผิดแล้วไม่ยอมรับผิด แต่กลับโทษผู้อื่น มักใช้เรียกคนที่ทำตัวเลวร้าย แถมยังกลับมาโทษคนอื่น หรือผู้ที่ทำให้คนอื่นเดือดร้อนแล้วยังมาหาเรื่องผู้เดือดร้อนอีก
ตัวอย่างการใช้สำนวน "ระยำตำบอน" ในประโยค
- นายแดงขับรถชนรถของลุงสมชาย ไม่พอใจแถมยังลงมาด่าลุงสมชายว่าขับรถไม่ดู นี่มันระยำตำบอนชัดๆ
- เธอนัดฉันแล้วมาสาย พอฉันว่า กลับมาบ่นว่าฉันไม่เข้าใจ นี่มันระยำตำบอนแท้ๆ
สรุปและทบทวนเรื่อง สำนวน สุภาษิต และคำพังเพย
สุภาษิต และคำพังเพย จัดเป็น "สำนวน" ด้วยกันทั้งคู่ เพราะมีความหมายในเชิงเปรียบเทียบ และเป็นถ้อยคำที่ใช้สืบเนื่องกันมานาน
สุภาษิต เป็นถ้อยคำที่มักใช้คำสั้น ๆ กะทัดรัดแต่มีความหมายลึกซึ้ง มีสัมผัสคล้องจอง ส่วนใหญ่สุภาษิตที่ใช้ในสังคมไทยมักมีที่มาจากคำสอนทางพุทธศาสนา
คำพังเพย เป็นถ้อยคำที่ให้ข้อคิด โดยกล่าวถึงพฤติกรรมหรือธรรมชาติรอบตัว ส่วนมากมักเป็นถ้อยคำที่เป็นข้อสรุปการกระทำหรือพฤติกรรมทั่วไป อาจมีที่มาจากนิทาน ตำนาน วรรณคดี
หมายเหตุ
สำนวนไทย หมายถึง ถ้อยคำ กลุ่มคำ หรือประโยคที่ไม่ได้แปลความหมายตรง ๆ แต่มีความหมายเชิงเปรียบเทียบแฝงอยู่ เช่น สอนจระเข้ให้ว่ายนํ้า รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง
คำสุภาษิต หรือ สำนวนสุภาษิต คือ คำในภาษาไทยที่ใช้ในการสื่อสารเชิงเปรียบเทียบอุปมาอุปมัย มักมีความหมายในการตักเตือนสั่งสอนในทางบวก มีความหมายที่ดี เช่น รักยาวให้บั่นรักสั้นให้ต่อ น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ
คำพังเพย หมายถึง ถ้อยคำหรือข้อความที่กล่าวเป็นกลาง ๆ เพื่อให้ตีความเข้ากับเรื่อง มีความหมายแฝงอยู่ อาจเป็นคำที่ใช้สื่อในทางเปรียบเปรย หรือในทำนองเสียดสี เช่น กระต่ายตื่นตูม เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย