รวบหัวรวบหาง
สํานวนไทย
หมายถึง รวบรัดให้สั้น, ทําให้เสร็จโดยเร็ว; ฉวยโอกาสเมื่อมีช่องทาง
ประเภทสำนวน
"รวบหัวรวบหาง" จัดว่าเป็น สำนวนไทย เพราะว่า เป็นคำหรือวลีเฉพาะที่ไม่สามารถแปลตรงตัวได้ ต้องตีความความหมายพิเศษ ไม่ใช่คำสอนโดยตรงหรือการเปรียบเทียบแบบคำพังเพย
ที่มาและแนวคิดเบื้องหลัง
สำนวนนี้มาจากการจับสัตว์มีชีวิต โดยเฉพาะสัตว์เลื้อยคลานหรือสัตว์ที่อาจเป็นอันตราย เช่น งู ที่ต้องจับทั้งส่วนหัวและส่วนหางให้แน่นเพื่อป้องกันไม่ให้ดิ้นหรือทำร้ายได้ เปรียบเสมือนการจัดการกับเรื่องราวหรือปัญหาอย่างรวดเร็ว รอบด้าน และเด็ดขาด ไม่ปล่อยให้มีส่วนใดหลุดรอดไปได้
ตัวอย่างการใช้สำนวน "รวบหัวรวบหาง" ในประโยค
- ผู้จัดการคนใหม่แก้ปัญหาความขัดแย้งในแผนกแบบรวบหัวรวบหาง จัดการทุกประเด็นเสร็จภายในวันเดียว
- เธอตัดสินใจรวบหัวรวบหางยื่นลาออกและย้ายไปต่างประเทศเลย ไม่เปิดโอกาสให้ใครได้ทักท้วงหรือเปลี่ยนใจ
สรุปและทบทวนเรื่อง สำนวน สุภาษิต และคำพังเพย
สุภาษิต และคำพังเพย จัดเป็น "สำนวน" ด้วยกันทั้งคู่ เพราะมีความหมายในเชิงเปรียบเทียบ และเป็นถ้อยคำที่ใช้สืบเนื่องกันมานาน
สุภาษิต เป็นถ้อยคำที่มักใช้คำสั้น ๆ กะทัดรัดแต่มีความหมายลึกซึ้ง มีสัมผัสคล้องจอง ส่วนใหญ่สุภาษิตที่ใช้ในสังคมไทยมักมีที่มาจากคำสอนทางพุทธศาสนา
คำพังเพย เป็นถ้อยคำที่ให้ข้อคิด โดยกล่าวถึงพฤติกรรมหรือธรรมชาติรอบตัว ส่วนมากมักเป็นถ้อยคำที่เป็นข้อสรุปการกระทำหรือพฤติกรรมทั่วไป อาจมีที่มาจากนิทาน ตำนาน วรรณคดี
หมายเหตุ
สำนวนไทย หมายถึง ถ้อยคำ กลุ่มคำ หรือประโยคที่ไม่ได้แปลความหมายตรง ๆ แต่มีความหมายเชิงเปรียบเทียบแฝงอยู่ เช่น สอนจระเข้ให้ว่ายนํ้า รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง
คำสุภาษิต หรือ สำนวนสุภาษิต คือ คำในภาษาไทยที่ใช้ในการสื่อสารเชิงเปรียบเทียบอุปมาอุปมัย มักมีความหมายในการตักเตือนสั่งสอนในทางบวก มีความหมายที่ดี เช่น รักยาวให้บั่นรักสั้นให้ต่อ น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ
คำพังเพย หมายถึง ถ้อยคำหรือข้อความที่กล่าวเป็นกลาง ๆ เพื่อให้ตีความเข้ากับเรื่อง มีความหมายแฝงอยู่ อาจเป็นคำที่ใช้สื่อในทางเปรียบเปรย หรือในทำนองเสียดสี เช่น กระต่ายตื่นตูม เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย