ม้วนเสื่อ
สํานวนไทย
หมายถึง เสียการพนันจนหมดตัว; เลิกกิจการเพราะขาดทุนจนไม่สามารถดําเนินกิจการนั้นต่อไปได้
ประเภทสำนวน
"ม้วนเสื่อ" จัดว่าเป็น สำนวนไทย เพราะว่า เป็นวลีเฉพาะที่มีความหมายพิเศษ ไม่สามารถแปลตรงตัวได้ ต้องเข้าใจความหมายเฉพาะที่ใช้กันในภาษาไทย เมื่อกล่าวว่า 'ม้วนเสื่อ' ไม่ได้หมายถึงการม้วนเสื่อจริงๆ แต่มีความหมายเป็นนัยถึงการยุติหรือเลิกกิจการ
ที่มาและแนวคิดเบื้องหลัง
สำนวนนี้มีที่มาจากวิถีชีวิตไทยในสมัยก่อนที่นิยมนั่งบนเสื่อ เมื่อเสร็จกิจกรรมหรือเลิกงานก็จะม้วนเสื่อเก็บ สำนวนนี้จึงสื่อความหมายถึงการยุติ หรือเลิกทำกิจการใดๆ ไปเลย บางครั้งมีนัยถึงความล้มเหลวหรือไม่ประสบความสำเร็จจนต้องเลิกล้มไป
ตัวอย่างการใช้สำนวน "ม้วนเสื่อ" ในประโยค
- หลังจากขาดทุนติดต่อกันสามปี ร้านอาหารของเขาก็ต้องม้วนเสื่อไปในที่สุด
- พอรัฐบาลออกกฎหมายเข้มงวดเรื่องการพนัน บ่อนการพนันเถื่อนหลายแห่งก็ต้องม้วนเสื่อไปโดยปริยาย
- ถ้าบริษัทยังแก้ปัญหาไม่ได้ภายในสิ้นปีนี้ คงต้องม้วนเสื่อกลับบ้านกันหมด
สรุปและทบทวนเรื่อง สำนวน สุภาษิต และคำพังเพย
สุภาษิต และคำพังเพย จัดเป็น "สำนวน" ด้วยกันทั้งคู่ เพราะมีความหมายในเชิงเปรียบเทียบ และเป็นถ้อยคำที่ใช้สืบเนื่องกันมานาน
สุภาษิต เป็นถ้อยคำที่มักใช้คำสั้น ๆ กะทัดรัดแต่มีความหมายลึกซึ้ง มีสัมผัสคล้องจอง ส่วนใหญ่สุภาษิตที่ใช้ในสังคมไทยมักมีที่มาจากคำสอนทางพุทธศาสนา
คำพังเพย เป็นถ้อยคำที่ให้ข้อคิด โดยกล่าวถึงพฤติกรรมหรือธรรมชาติรอบตัว ส่วนมากมักเป็นถ้อยคำที่เป็นข้อสรุปการกระทำหรือพฤติกรรมทั่วไป อาจมีที่มาจากนิทาน ตำนาน วรรณคดี
หมายเหตุ
สำนวนไทย หมายถึง ถ้อยคำ กลุ่มคำ หรือประโยคที่ไม่ได้แปลความหมายตรง ๆ แต่มีความหมายเชิงเปรียบเทียบแฝงอยู่ เช่น สอนจระเข้ให้ว่ายนํ้า รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง
คำสุภาษิต หรือ สำนวนสุภาษิต คือ คำในภาษาไทยที่ใช้ในการสื่อสารเชิงเปรียบเทียบอุปมาอุปมัย มักมีความหมายในการตักเตือนสั่งสอนในทางบวก มีความหมายที่ดี เช่น รักยาวให้บั่นรักสั้นให้ต่อ น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ
คำพังเพย หมายถึง ถ้อยคำหรือข้อความที่กล่าวเป็นกลาง ๆ เพื่อให้ตีความเข้ากับเรื่อง มีความหมายแฝงอยู่ อาจเป็นคำที่ใช้สื่อในทางเปรียบเปรย หรือในทำนองเสียดสี เช่น กระต่ายตื่นตูม เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย