มารคอหอย
สํานวนไทย
หมายถึง ผู้ที่ขัดผลประโยชน์ที่ผู้อื่นจะพึงมีพึงได้
ประเภทสำนวน
"มารคอหอย" จัดว่าเป็น สำนวนไทย เพราะว่า เป็นวลีเฉพาะที่มีความหมายพิเศษ ไม่สามารถแปลความหมายตรงตัวได้ ต้องทราบความหมายเฉพาะในภาษาไทย
ที่มาและแนวคิดเบื้องหลัง
มาจากลักษณะทางกายภาพของคอหอย ซึ่งเป็นอวัยวะสำคัญในการหายใจและกลืนอาหาร หากถูกกดหรือรัดจะทำให้หายใจไม่ออกและเป็นอันตรายถึงชีวิต สำนวนนี้จึงใช้เปรียบเทียบกับสถานการณ์ที่คนตกอยู่ในภาวะคับขัน ถูกกดดัน หรือใกล้ถึงจุดวิกฤตที่ทนไม่ไหวแล้ว เหมือนคนที่กำลังถูกรัดคอจนแทบหายใจไม่ออก
ตัวอย่างการใช้สำนวน "มารคอหอย" ในประโยค
- หนี้สินที่สะสมมานานเริ่มมารคอหอยแล้ว ถ้าไม่รีบหาทางแก้ไข คงต้องขายบ้านหนีหนี้แน่ๆ
- พอถึงช่วงปลายเดือน เงินเดือนก็มารคอหอยทุกที เพราะมีภาระค่าใช้จ่ายเยอะเกินไป
สรุปและทบทวนเรื่อง สำนวน สุภาษิต และคำพังเพย
สุภาษิต และคำพังเพย จัดเป็น "สำนวน" ด้วยกันทั้งคู่ เพราะมีความหมายในเชิงเปรียบเทียบ และเป็นถ้อยคำที่ใช้สืบเนื่องกันมานาน
สุภาษิต เป็นถ้อยคำที่มักใช้คำสั้น ๆ กะทัดรัดแต่มีความหมายลึกซึ้ง มีสัมผัสคล้องจอง ส่วนใหญ่สุภาษิตที่ใช้ในสังคมไทยมักมีที่มาจากคำสอนทางพุทธศาสนา
คำพังเพย เป็นถ้อยคำที่ให้ข้อคิด โดยกล่าวถึงพฤติกรรมหรือธรรมชาติรอบตัว ส่วนมากมักเป็นถ้อยคำที่เป็นข้อสรุปการกระทำหรือพฤติกรรมทั่วไป อาจมีที่มาจากนิทาน ตำนาน วรรณคดี
หมายเหตุ
สำนวนไทย หมายถึง ถ้อยคำ กลุ่มคำ หรือประโยคที่ไม่ได้แปลความหมายตรง ๆ แต่มีความหมายเชิงเปรียบเทียบแฝงอยู่ เช่น สอนจระเข้ให้ว่ายนํ้า รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง
คำสุภาษิต หรือ สำนวนสุภาษิต คือ คำในภาษาไทยที่ใช้ในการสื่อสารเชิงเปรียบเทียบอุปมาอุปมัย มักมีความหมายในการตักเตือนสั่งสอนในทางบวก มีความหมายที่ดี เช่น รักยาวให้บั่นรักสั้นให้ต่อ น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ
คำพังเพย หมายถึง ถ้อยคำหรือข้อความที่กล่าวเป็นกลาง ๆ เพื่อให้ตีความเข้ากับเรื่อง มีความหมายแฝงอยู่ อาจเป็นคำที่ใช้สื่อในทางเปรียบเปรย หรือในทำนองเสียดสี เช่น กระต่ายตื่นตูม เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย