ปัดสวะ
สํานวนไทย
หมายถึง [-สะหฺวะ] ก. ทําอย่างขอไปที, ผลักให้พ้นหน้าที่ความรับผิดชอบของตนไป.
ประเภทสำนวน
"ปัดสวะ" จัดว่าเป็น สำนวนไทย เพราะว่า เป็นวลีสั้นๆ ที่มีความหมายเฉพาะ ไม่สามารถแปลตรงตัวได้ แต่มีความหมายเฉพาะทางในภาษาไทย
ที่มาและแนวคิดเบื้องหลัง
สำนวนนี้มาจากการปัดสวะหรือขยะที่ลอยอยู่บนผิวน้ำออกไป เพื่อให้น้ำสะอาด ในความหมายเชิงสำนวน หมายถึง การกำจัดหรือกวาดล้างคนไม่ดี คนที่เป็นปัญหา หรือสิ่งที่ไม่ดีออกไปจากองค์กร สังคม หรือกลุ่มคน เปรียบคนไม่ดีเหมือนสวะ (ขยะที่ลอยน้ำ) ที่ต้องกำจัดทิ้งเพื่อความสะอาดหรือความสงบเรียบร้อย
ตัวอย่างการใช้สำนวน "ปัดสวะ" ในประโยค
- รัฐบาลใหม่ประกาศนโยบายปัดสวะข้าราชการที่ทุจริตคอร์รัปชันออกจากระบบราชการ
- ผู้บริหารโรงเรียนตัดสินใจปัดสวะนักเรียนที่มีพฤติกรรมเกเรก่อกวนออกไป เพื่อให้โรงเรียนมีความสงบเรียบร้อย
สรุปและทบทวนเรื่อง สำนวน สุภาษิต และคำพังเพย
สุภาษิต และคำพังเพย จัดเป็น "สำนวน" ด้วยกันทั้งคู่ เพราะมีความหมายในเชิงเปรียบเทียบ และเป็นถ้อยคำที่ใช้สืบเนื่องกันมานาน
สุภาษิต เป็นถ้อยคำที่มักใช้คำสั้น ๆ กะทัดรัดแต่มีความหมายลึกซึ้ง มีสัมผัสคล้องจอง ส่วนใหญ่สุภาษิตที่ใช้ในสังคมไทยมักมีที่มาจากคำสอนทางพุทธศาสนา
คำพังเพย เป็นถ้อยคำที่ให้ข้อคิด โดยกล่าวถึงพฤติกรรมหรือธรรมชาติรอบตัว ส่วนมากมักเป็นถ้อยคำที่เป็นข้อสรุปการกระทำหรือพฤติกรรมทั่วไป อาจมีที่มาจากนิทาน ตำนาน วรรณคดี
หมายเหตุ
สำนวนไทย หมายถึง ถ้อยคำ กลุ่มคำ หรือประโยคที่ไม่ได้แปลความหมายตรง ๆ แต่มีความหมายเชิงเปรียบเทียบแฝงอยู่ เช่น สอนจระเข้ให้ว่ายนํ้า รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง
คำสุภาษิต หรือ สำนวนสุภาษิต คือ คำในภาษาไทยที่ใช้ในการสื่อสารเชิงเปรียบเทียบอุปมาอุปมัย มักมีความหมายในการตักเตือนสั่งสอนในทางบวก มีความหมายที่ดี เช่น รักยาวให้บั่นรักสั้นให้ต่อ น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ
คำพังเพย หมายถึง ถ้อยคำหรือข้อความที่กล่าวเป็นกลาง ๆ เพื่อให้ตีความเข้ากับเรื่อง มีความหมายแฝงอยู่ อาจเป็นคำที่ใช้สื่อในทางเปรียบเปรย หรือในทำนองเสียดสี เช่น กระต่ายตื่นตูม เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย