ปอดลอย
สํานวนไทย
หมายถึง ใจไม่สู้ดีชักจะหวาด ๆ, ใช้ว่า ปอด ก็มี.
ประเภทสำนวน
"ปอดลอย" จัดว่าเป็น สำนวนไทย เพราะว่า เป็นคำหรือวลีเฉพาะที่แปลตรงตัวไม่ได้ ต้องตีความเป็นความหมายพิเศษ ไม่มีลักษณะเป็นคำสอนหรือการเปรียบเทียบชัดเจน
ที่มาและแนวคิดเบื้องหลัง
สำนวน 'ปอดลอย' เป็นการใช้ส่วนของร่างกายคือ 'ปอด' มาประกอบกับคำกริยา 'ลอย' ซึ่งเมื่อแปลตรงตัวไม่มีความหมายที่สมเหตุสมผล แต่ในความหมายเชิงสำนวนหมายถึงอาการตกใจอย่างมาก จนรู้สึกเหมือนหัวใจหรือปอดลอยขึ้นมาจนแทบหยุดหายใจ หรือรู้สึกใจหายวาบ
ตัวอย่างการใช้สำนวน "ปอดลอย" ในประโยค
- เมื่อเห็นงูเลื้อยผ่านหน้า ฉันปอดลอยแทบสิ้นสติ
- แม่แอบมายืนข้างหลังตอนฉันกำลังดูหนังผี ทำเอาปอดลอยแทบตาย
- เธอปอดลอยเมื่อได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่นอยู่ใกล้ๆ
สรุปและทบทวนเรื่อง สำนวน สุภาษิต และคำพังเพย
สุภาษิต และคำพังเพย จัดเป็น "สำนวน" ด้วยกันทั้งคู่ เพราะมีความหมายในเชิงเปรียบเทียบ และเป็นถ้อยคำที่ใช้สืบเนื่องกันมานาน
สุภาษิต เป็นถ้อยคำที่มักใช้คำสั้น ๆ กะทัดรัดแต่มีความหมายลึกซึ้ง มีสัมผัสคล้องจอง ส่วนใหญ่สุภาษิตที่ใช้ในสังคมไทยมักมีที่มาจากคำสอนทางพุทธศาสนา
คำพังเพย เป็นถ้อยคำที่ให้ข้อคิด โดยกล่าวถึงพฤติกรรมหรือธรรมชาติรอบตัว ส่วนมากมักเป็นถ้อยคำที่เป็นข้อสรุปการกระทำหรือพฤติกรรมทั่วไป อาจมีที่มาจากนิทาน ตำนาน วรรณคดี
หมายเหตุ
สำนวนไทย หมายถึง ถ้อยคำ กลุ่มคำ หรือประโยคที่ไม่ได้แปลความหมายตรง ๆ แต่มีความหมายเชิงเปรียบเทียบแฝงอยู่ เช่น สอนจระเข้ให้ว่ายนํ้า รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง
คำสุภาษิต หรือ สำนวนสุภาษิต คือ คำในภาษาไทยที่ใช้ในการสื่อสารเชิงเปรียบเทียบอุปมาอุปมัย มักมีความหมายในการตักเตือนสั่งสอนในทางบวก มีความหมายที่ดี เช่น รักยาวให้บั่นรักสั้นให้ต่อ น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ
คำพังเพย หมายถึง ถ้อยคำหรือข้อความที่กล่าวเป็นกลาง ๆ เพื่อให้ตีความเข้ากับเรื่อง มีความหมายแฝงอยู่ อาจเป็นคำที่ใช้สื่อในทางเปรียบเปรย หรือในทำนองเสียดสี เช่น กระต่ายตื่นตูม เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย