นานปีทีหน
สํานวนไทย
ประเภทสำนวน
"นานปีทีหน" จัดว่าเป็น สำนวนไทย เพราะว่า เป็นวลีเฉพาะที่มีความหมายพิเศษ ไม่สามารถแปลตรงตัวได้ ต้องเข้าใจความหมายเฉพาะที่ใช้ในภาษาไทย ซึ่งหมายถึงการทำอะไรนานๆ ครั้ง จึงไม่ใช่คำสอนโดยตรง (สุภาษิต) หรือคำเปรียบเทียบที่มีความหมายแฝง (คำพังเพย)
ที่มาและแนวคิดเบื้องหลัง
คำว่า 'นานปีทีหน' เป็นสำนวนที่ใช้กล่าวถึงการที่บางอย่างเกิดขึ้น นาน ๆ ครั้ง ไม่บ่อย หรือนานจนแทบจะนับเป็นปี ๆ กว่าจะมีโอกาสได้ทำหรือได้พบกันอีกครั้ง คำว่า 'ทีหน' ในที่นี้ หมายถึง หนึ่งครั้งหรือหนหนึ่ง
ตัวอย่างการใช้สำนวน "นานปีทีหน" ในประโยค
- เพื่อนเก่าสมัยประถมมานานปีทีหน จะได้เจอกัน วันนี้นัดกันมาทานข้าวที่ร้านเก่า
- แม่ทำขนมไทยโบราณพวกนี้นานปีทีหน กว่าจะได้ชิมรสมือแม่ที ต้องรอวันสำคัญๆ นี่แหละ
- จะได้กลับบ้านที่ต่างจังหวัดก็นานปีทีหน ไม่ค่อยมีเวลา
สรุปและทบทวนเรื่อง สำนวน สุภาษิต และคำพังเพย
สุภาษิต และคำพังเพย จัดเป็น "สำนวน" ด้วยกันทั้งคู่ เพราะมีความหมายในเชิงเปรียบเทียบ และเป็นถ้อยคำที่ใช้สืบเนื่องกันมานาน
สุภาษิต เป็นถ้อยคำที่มักใช้คำสั้น ๆ กะทัดรัดแต่มีความหมายลึกซึ้ง มีสัมผัสคล้องจอง ส่วนใหญ่สุภาษิตที่ใช้ในสังคมไทยมักมีที่มาจากคำสอนทางพุทธศาสนา
คำพังเพย เป็นถ้อยคำที่ให้ข้อคิด โดยกล่าวถึงพฤติกรรมหรือธรรมชาติรอบตัว ส่วนมากมักเป็นถ้อยคำที่เป็นข้อสรุปการกระทำหรือพฤติกรรมทั่วไป อาจมีที่มาจากนิทาน ตำนาน วรรณคดี
หมายเหตุ
สำนวนไทย หมายถึง ถ้อยคำ กลุ่มคำ หรือประโยคที่ไม่ได้แปลความหมายตรง ๆ แต่มีความหมายเชิงเปรียบเทียบแฝงอยู่ เช่น สอนจระเข้ให้ว่ายนํ้า รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง
คำสุภาษิต หรือ สำนวนสุภาษิต คือ คำในภาษาไทยที่ใช้ในการสื่อสารเชิงเปรียบเทียบอุปมาอุปมัย มักมีความหมายในการตักเตือนสั่งสอนในทางบวก มีความหมายที่ดี เช่น รักยาวให้บั่นรักสั้นให้ต่อ น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ
คำพังเพย หมายถึง ถ้อยคำหรือข้อความที่กล่าวเป็นกลาง ๆ เพื่อให้ตีความเข้ากับเรื่อง มีความหมายแฝงอยู่ อาจเป็นคำที่ใช้สื่อในทางเปรียบเปรย หรือในทำนองเสียดสี เช่น กระต่ายตื่นตูม เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย