กระแตวับ
สํานวนไทย
หมายถึง หน้าเป็น เช่น แต่ล้วนตัวตอแหลกระแตวับ
ประเภทสำนวน
"กระแตวับ" จัดว่าเป็น สำนวนไทย เพราะว่า เป็นวลีเฉพาะที่ไม่สามารถเข้าใจความหมายได้จากการแปลตรงตัว ต้องทราบความหมายเฉพาะในภาษาไทย มีลักษณะเป็นคำกระชับที่หากแปลโดยตรงจะไม่เข้าใจความหมายที่แท้จริง
ที่มาและแนวคิดเบื้องหลัง
มาจากพฤติกรรมของกระแต (สัตว์คล้ายกระรอกแต่ตัวเล็กกว่า) ที่เคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็วและว่องไวมาก จนมองเห็นเป็นเพียงเงาวูบวาบ ('วับ') เท่านั้น สำนวนนี้จึงใช้เปรียบเทียบถึงสิ่งที่เกิดขึ้นและหายไปอย่างรวดเร็วจนแทบไม่ทันได้เห็น หรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเวลาอันสั้นมาก
ตัวอย่างการใช้สำนวน "กระแตวับ" ในประโยค
- เธอนั่งคุยกับฉันอยู่ดีๆ แต่พอเห็นแฟนเก่าเดินเข้ามา ก็กระแตวับหายไปเลย
- พอมีสัญญาณว่าตำรวจกำลังจะมา พวกเด็กแว้นก็กระแตวับหายไปทันที ไม่เหลือร่องรอย
- เงินเดือนออกมาได้ไม่กี่วัน กระแตวับหมดเกลี้ยงเพราะต้องจ่ายค่าเช่าและค่าผ่อนรถ
สรุปและทบทวนเรื่อง สำนวน สุภาษิต และคำพังเพย
สุภาษิต และคำพังเพย จัดเป็น "สำนวน" ด้วยกันทั้งคู่ เพราะมีความหมายในเชิงเปรียบเทียบ และเป็นถ้อยคำที่ใช้สืบเนื่องกันมานาน
สุภาษิต เป็นถ้อยคำที่มักใช้คำสั้น ๆ กะทัดรัดแต่มีความหมายลึกซึ้ง มีสัมผัสคล้องจอง ส่วนใหญ่สุภาษิตที่ใช้ในสังคมไทยมักมีที่มาจากคำสอนทางพุทธศาสนา
คำพังเพย เป็นถ้อยคำที่ให้ข้อคิด โดยกล่าวถึงพฤติกรรมหรือธรรมชาติรอบตัว ส่วนมากมักเป็นถ้อยคำที่เป็นข้อสรุปการกระทำหรือพฤติกรรมทั่วไป อาจมีที่มาจากนิทาน ตำนาน วรรณคดี
หมายเหตุ
สำนวนไทย หมายถึง ถ้อยคำ กลุ่มคำ หรือประโยคที่ไม่ได้แปลความหมายตรง ๆ แต่มีความหมายเชิงเปรียบเทียบแฝงอยู่ เช่น สอนจระเข้ให้ว่ายนํ้า รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง
คำสุภาษิต หรือ สำนวนสุภาษิต คือ คำในภาษาไทยที่ใช้ในการสื่อสารเชิงเปรียบเทียบอุปมาอุปมัย มักมีความหมายในการตักเตือนสั่งสอนในทางบวก มีความหมายที่ดี เช่น รักยาวให้บั่นรักสั้นให้ต่อ น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ
คำพังเพย หมายถึง ถ้อยคำหรือข้อความที่กล่าวเป็นกลาง ๆ เพื่อให้ตีความเข้ากับเรื่อง มีความหมายแฝงอยู่ อาจเป็นคำที่ใช้สื่อในทางเปรียบเปรย หรือในทำนองเสียดสี เช่น กระต่ายตื่นตูม เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย