กระสือตอมห่า
สํานวนไทย
หมายถึง ใช้เรียกคนหรือกลุ่มคนที่รุมมาหาผลประโยชน์อะไรซักอย่าง
ประเภทสำนวน
"กระสือตอมห่า" จัดว่าเป็น สำนวนไทย เพราะว่า เป็นคำหรือวลีเฉพาะที่ไม่สามารถแปลความหมายตรงตัวได้ ต้องตีความเป็นความหมายเฉพาะ เพราะไม่มีทั้งกระสือหรือห่าจริงในบริบทการใช้
ที่มาและแนวคิดเบื้องหลัง
สำนวนนี้มีที่มาจากความเชื่อเรื่องผีกระสือและโรคห่า (อหิวาตกโรค) ที่เป็นโรคระบาดร้ายแรงในอดีต กระสือในความเชื่อไทยคือผีที่ชอบกินของสกปรกและตามหลอกหลอน เมื่อกระสือมาหาซากศพคนที่ตายด้วยโรคห่า จึงเปรียบเหมือนคนที่ชอบไปหาเรื่องเดือดร้อนใส่ตัว หรือซ้ำเติมสถานการณ์ที่แย่อยู่แล้วให้แย่ลงไปอีก
ตัวอย่างการใช้สำนวน "กระสือตอมห่า" ในประโยค
- เขาเป็นคนกระสือตอมห่า ชอบไปยุ่งกับเรื่องวุ่นวายของคนอื่น จนเดือดร้อนตัวเอง
- อย่าไปกระสือตอมห่ากับเรื่องทะเลาะของเขาเลย เดี๋ยวจะโดนลูกหลงเอา
สรุปและทบทวนเรื่อง สำนวน สุภาษิต และคำพังเพย
สุภาษิต และคำพังเพย จัดเป็น "สำนวน" ด้วยกันทั้งคู่ เพราะมีความหมายในเชิงเปรียบเทียบ และเป็นถ้อยคำที่ใช้สืบเนื่องกันมานาน
สุภาษิต เป็นถ้อยคำที่มักใช้คำสั้น ๆ กะทัดรัดแต่มีความหมายลึกซึ้ง มีสัมผัสคล้องจอง ส่วนใหญ่สุภาษิตที่ใช้ในสังคมไทยมักมีที่มาจากคำสอนทางพุทธศาสนา
คำพังเพย เป็นถ้อยคำที่ให้ข้อคิด โดยกล่าวถึงพฤติกรรมหรือธรรมชาติรอบตัว ส่วนมากมักเป็นถ้อยคำที่เป็นข้อสรุปการกระทำหรือพฤติกรรมทั่วไป อาจมีที่มาจากนิทาน ตำนาน วรรณคดี
หมายเหตุ
สำนวนไทย หมายถึง ถ้อยคำ กลุ่มคำ หรือประโยคที่ไม่ได้แปลความหมายตรง ๆ แต่มีความหมายเชิงเปรียบเทียบแฝงอยู่ เช่น สอนจระเข้ให้ว่ายนํ้า รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง
คำสุภาษิต หรือ สำนวนสุภาษิต คือ คำในภาษาไทยที่ใช้ในการสื่อสารเชิงเปรียบเทียบอุปมาอุปมัย มักมีความหมายในการตักเตือนสั่งสอนในทางบวก มีความหมายที่ดี เช่น รักยาวให้บั่นรักสั้นให้ต่อ น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ
คำพังเพย หมายถึง ถ้อยคำหรือข้อความที่กล่าวเป็นกลาง ๆ เพื่อให้ตีความเข้ากับเรื่อง มีความหมายแฝงอยู่ อาจเป็นคำที่ใช้สื่อในทางเปรียบเปรย หรือในทำนองเสียดสี เช่น กระต่ายตื่นตูม เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย