กรวดน้ำคว่ำขัน
สํานวนไทย
หมายถึง ตัดขาดไม่ขอเกี่ยวข้องด้วย
ประเภทสำนวน
"กรวดน้ำคว่ำขัน" จัดว่าเป็น สำนวนไทย เพราะว่า เป็นวลีที่มีความหมายเฉพาะ ไม่สามารถเข้าใจได้จากการแปลตรงตัว ต้องอาศัยการตีความตามความหมายที่ใช้กันในวัฒนธรรมไทย ไม่ใช่คำสอนโดยตรงหรือการเปรียบเทียบให้ข้อคิด
ที่มาและแนวคิดเบื้องหลัง
สำนวนนี้มาจากพิธีกรรมทางศาสนาพุทธที่เมื่อทำบุญอุทิศส่วนกุศลแล้ว จะมีการกรวดน้ำและคว่ำขันน้ำ เป็นสัญลักษณ์ว่าการอุทิศเสร็จสิ้นสมบูรณ์ เมื่อนำมาใช้เป็นสำนวน จึงหมายถึง การตัดขาดความสัมพันธ์อย่างสิ้นเชิง ไม่เกี่ยวข้องกันอีกต่อไป เหมือนการทำพิธีเสร็จสิ้นไปแล้ว
ตัวอย่างการใช้สำนวน "กรวดน้ำคว่ำขัน" ในประโยค
- หลังจากทะเลาะกันครั้งใหญ่ เขากรวดน้ำคว่ำขันไม่ยุ่งเกี่ยวกับครอบครัวฝ่ายภรรยาอีกเลย
- เมื่อเลิกรากับแฟนเก่า เธอกรวดน้ำคว่ำขันลบเบอร์ทิ้ง ตัดเพื่อนทุกโซเชียล ไม่เหลือช่องทางติดต่อใดๆ
สรุปและทบทวนเรื่อง สำนวน สุภาษิต และคำพังเพย
สุภาษิต และคำพังเพย จัดเป็น "สำนวน" ด้วยกันทั้งคู่ เพราะมีความหมายในเชิงเปรียบเทียบ และเป็นถ้อยคำที่ใช้สืบเนื่องกันมานาน
สุภาษิต เป็นถ้อยคำที่มักใช้คำสั้น ๆ กะทัดรัดแต่มีความหมายลึกซึ้ง มีสัมผัสคล้องจอง ส่วนใหญ่สุภาษิตที่ใช้ในสังคมไทยมักมีที่มาจากคำสอนทางพุทธศาสนา
คำพังเพย เป็นถ้อยคำที่ให้ข้อคิด โดยกล่าวถึงพฤติกรรมหรือธรรมชาติรอบตัว ส่วนมากมักเป็นถ้อยคำที่เป็นข้อสรุปการกระทำหรือพฤติกรรมทั่วไป อาจมีที่มาจากนิทาน ตำนาน วรรณคดี
หมายเหตุ
สำนวนไทย หมายถึง ถ้อยคำ กลุ่มคำ หรือประโยคที่ไม่ได้แปลความหมายตรง ๆ แต่มีความหมายเชิงเปรียบเทียบแฝงอยู่ เช่น สอนจระเข้ให้ว่ายนํ้า รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง
คำสุภาษิต หรือ สำนวนสุภาษิต คือ คำในภาษาไทยที่ใช้ในการสื่อสารเชิงเปรียบเทียบอุปมาอุปมัย มักมีความหมายในการตักเตือนสั่งสอนในทางบวก มีความหมายที่ดี เช่น รักยาวให้บั่นรักสั้นให้ต่อ น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ
คำพังเพย หมายถึง ถ้อยคำหรือข้อความที่กล่าวเป็นกลาง ๆ เพื่อให้ตีความเข้ากับเรื่อง มีความหมายแฝงอยู่ อาจเป็นคำที่ใช้สื่อในทางเปรียบเปรย หรือในทำนองเสียดสี เช่น กระต่ายตื่นตูม เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย