เห็นเงินตาโต
คำพังเพย
หมายถึงพอมองเห็นผลประโยชน์ที่จะได้รับแล้ว เกิดอาการดีใจ
ประเภทสำนวน
"เห็นเงินตาโต" จัดว่าเป็น คำพังเพย เพราะว่า เป็นถ้อยคำเปรียบเปรยพฤติกรรมของคนที่โลภหรือตื่นเต้นเมื่อเห็นเงินทอง ต้องตีความเพิ่มเติม และไม่ใช่คำสอนโดยตรงแบบสุภาษิต หรือมีความหมายพิเศษที่แปลตรงตัวไม่ได้แบบสำนวนไทย
ที่มาและแนวคิดเบื้องหลัง
สำนวนนี้กล่าวถึงอาการของคนที่แสดงความตื่นเต้นหรือโลภอย่างชัดเจนเมื่อเห็นเงินทอง โดยใช้ภาพพจน์ว่าตาโต ซึ่งเป็นปฏิกิริยาทางร่างกายที่แสดงถึงความสนใจเป็นพิเศษ สะท้อนถึงธรรมชาติของมนุษย์ที่มักถูกเงินจูงใจได้ง่าย จนอาจขาดสติหรือยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ได้เงินมา
ตัวอย่างการใช้สำนวน "เห็นเงินตาโต" ในประโยค
- เขาเป็นคนที่เห็นเงินตาโต พอมีใครเสนอเงินก้อนใหญ่ก็ยอมทำทุกอย่างโดยไม่คิดถึงผลเสียที่จะตามมา
- นักการเมืองหลายคนเห็นเงินตาโต จนยอมรับสินบนและทำผิดกฎหมาย
- ระวังเอาไว้นะ อย่าเห็นเงินตาโตจนลืมคุณธรรม เพราะความซื่อสัตย์สำคัญกว่าเงินทอง
สรุปและทบทวนเรื่อง สำนวน สุภาษิต และคำพังเพย
สุภาษิต และคำพังเพย จัดเป็น "สำนวน" ด้วยกันทั้งคู่ เพราะมีความหมายในเชิงเปรียบเทียบ และเป็นถ้อยคำที่ใช้สืบเนื่องกันมานาน
สุภาษิต เป็นถ้อยคำที่มักใช้คำสั้น ๆ กะทัดรัดแต่มีความหมายลึกซึ้ง มีสัมผัสคล้องจอง ส่วนใหญ่สุภาษิตที่ใช้ในสังคมไทยมักมีที่มาจากคำสอนทางพุทธศาสนา
คำพังเพย เป็นถ้อยคำที่ให้ข้อคิด โดยกล่าวถึงพฤติกรรมหรือธรรมชาติรอบตัว ส่วนมากมักเป็นถ้อยคำที่เป็นข้อสรุปการกระทำหรือพฤติกรรมทั่วไป อาจมีที่มาจากนิทาน ตำนาน วรรณคดี
หมายเหตุ
คำพังเพย หมายถึง ถ้อยคำหรือข้อความที่กล่าวเป็นกลาง ๆ เพื่อให้ตีความเข้ากับเรื่อง มีความหมายแฝงอยู่ อาจเป็นคำที่ใช้สื่อในทางเปรียบเปรย หรือในทำนองเสียดสี เช่น กระต่ายตื่นตูม เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย
สำนวนไทย หมายถึง ถ้อยคำ กลุ่มคำ หรือประโยคที่ไม่ได้แปลความหมายตรง ๆ แต่มีความหมายเชิงเปรียบเทียบแฝงอยู่ เช่น สอนจระเข้ให้ว่ายนํ้า รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง
คำสุภาษิต หรือ สำนวนสุภาษิต คือ คำในภาษาไทยที่ใช้ในการสื่อสารเชิงเปรียบเทียบอุปมาอุปมัย มักมีความหมายในการตักเตือนสั่งสอนในทางบวก มีความหมายที่ดี เช่น รักยาวให้บั่นรักสั้นให้ต่อ น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ