เห็นช้างเท่าหมู
คำพังเพย
หมายถึงไม่กลัวฝ่ายตรงข้ามแม้จะตัวใหญ่กว่า หรือมีอำนาจกว่า เพราะกำลังโกรธจัดจนลืมตัว
ประเภทสำนวน
"เห็นช้างเท่าหมู" จัดว่าเป็น คำพังเพย เพราะว่า เป็นข้อความเปรียบเปรยที่ต้องตีความเพิ่มเติม ไม่ใช่คำสอนโดยตรงแบบสุภาษิต และไม่ใช่วลีเฉพาะที่แปลตรงตัวไม่ได้แบบสำนวนไทย แต่เป็นการเปรียบเทียบเพื่อสื่อถึงพฤติกรรมหรือลักษณะบางอย่าง
ที่มาและแนวคิดเบื้องหลัง
เป็นคำพังเพยที่เปรียบเทียบระหว่างช้างซึ่งเป็นสัตว์ตัวใหญ่ กับหมูซึ่งเป็นสัตว์ที่มีขนาดเล็กกว่ามาก ใช้เปรียบเปรยถึงคนที่ประมาณค่าของสิ่งที่มีค่ามากให้ต่ำลงมา หรือมองไม่เห็นคุณค่าที่แท้จริงของสิ่งสำคัญ เพราะไม่มีวิจารณญาณหรือวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลพอ
ตัวอย่างการใช้สำนวน "เห็นช้างเท่าหมู" ในประโยค
- พนักงานใหม่คนนั้นปฏิเสธข้อเสนอโปรเจกต์ใหญ่ไป น่าเสียดายที่เขาเห็นช้างเท่าหมู ไม่รู้ว่านี่เป็นโอกาสก้าวหน้าครั้งสำคัญ
- อย่าเห็นช้างเท่าหมูนะลูก เงินทุนการศึกษานี้อาจดูไม่มากในตอนนี้ แต่มันจะมีค่ามหาศาลต่ออนาคตของหนู
สรุปและทบทวนเรื่อง สำนวน สุภาษิต และคำพังเพย
สุภาษิต และคำพังเพย จัดเป็น "สำนวน" ด้วยกันทั้งคู่ เพราะมีความหมายในเชิงเปรียบเทียบ และเป็นถ้อยคำที่ใช้สืบเนื่องกันมานาน
สุภาษิต เป็นถ้อยคำที่มักใช้คำสั้น ๆ กะทัดรัดแต่มีความหมายลึกซึ้ง มีสัมผัสคล้องจอง ส่วนใหญ่สุภาษิตที่ใช้ในสังคมไทยมักมีที่มาจากคำสอนทางพุทธศาสนา
คำพังเพย เป็นถ้อยคำที่ให้ข้อคิด โดยกล่าวถึงพฤติกรรมหรือธรรมชาติรอบตัว ส่วนมากมักเป็นถ้อยคำที่เป็นข้อสรุปการกระทำหรือพฤติกรรมทั่วไป อาจมีที่มาจากนิทาน ตำนาน วรรณคดี
หมายเหตุ
คำพังเพย หมายถึง ถ้อยคำหรือข้อความที่กล่าวเป็นกลาง ๆ เพื่อให้ตีความเข้ากับเรื่อง มีความหมายแฝงอยู่ อาจเป็นคำที่ใช้สื่อในทางเปรียบเปรย หรือในทำนองเสียดสี เช่น กระต่ายตื่นตูม เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย
สำนวนไทย หมายถึง ถ้อยคำ กลุ่มคำ หรือประโยคที่ไม่ได้แปลความหมายตรง ๆ แต่มีความหมายเชิงเปรียบเทียบแฝงอยู่ เช่น สอนจระเข้ให้ว่ายนํ้า รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง
คำสุภาษิต หรือ สำนวนสุภาษิต คือ คำในภาษาไทยที่ใช้ในการสื่อสารเชิงเปรียบเทียบอุปมาอุปมัย มักมีความหมายในการตักเตือนสั่งสอนในทางบวก มีความหมายที่ดี เช่น รักยาวให้บั่นรักสั้นให้ต่อ น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ