เห็นกงจักรเป็นดอกบัว
คำพังเพย
หมายถึงเห็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้อง
ประเภทสำนวน
"เห็นกงจักรเป็นดอกบัว" จัดว่าเป็น คำพังเพย เพราะว่า เป็นคำเปรียบเทียบที่มีความหมายแฝง ต้องตีความเพิ่มเติม ไม่ใช่คำสอนโดยตรงเหมือนสุภาษิต และไม่ใช่วลีสั้นๆ ที่แปลตรงตัวไม่ได้เหมือนสำนวนไทย
ที่มาและแนวคิดเบื้องหลัง
คำพังเพยนี้มีที่มาจากการเปรียบเทียบระหว่างกงจักร (ซึ่งมีลักษณะเป็นของมีคม อันตราย) กับดอกบัว (ซึ่งสวยงาม อ่อนโยน) สื่อถึงการมองสิ่งที่เป็นโทษหรืออันตรายกลับกลายเป็นว่าเป็นสิ่งที่ดีงาม เนื่องจากความหลงผิด หรือการขาดวิจารณญาณที่ดี
ตัวอย่างการใช้สำนวน "เห็นกงจักรเป็นดอกบัว" ในประโยค
- เธอเห็นเขาดีเพราะเห็นกงจักรเป็นดอกบัว ไม่รู้หรอกว่าผู้ชายคนนี้เคยทำผู้หญิงมาแล้วกี่คน
- การที่วัยรุ่นหลงใหลยาเสพติดว่าเป็นสิ่งที่ดี ช่วยให้คลายเครียดได้ ก็เพราะพวกเขาเห็นกงจักรเป็นดอกบัวนั่นเอง
สรุปและทบทวนเรื่อง สำนวน สุภาษิต และคำพังเพย
สุภาษิต และคำพังเพย จัดเป็น "สำนวน" ด้วยกันทั้งคู่ เพราะมีความหมายในเชิงเปรียบเทียบ และเป็นถ้อยคำที่ใช้สืบเนื่องกันมานาน
สุภาษิต เป็นถ้อยคำที่มักใช้คำสั้น ๆ กะทัดรัดแต่มีความหมายลึกซึ้ง มีสัมผัสคล้องจอง ส่วนใหญ่สุภาษิตที่ใช้ในสังคมไทยมักมีที่มาจากคำสอนทางพุทธศาสนา
คำพังเพย เป็นถ้อยคำที่ให้ข้อคิด โดยกล่าวถึงพฤติกรรมหรือธรรมชาติรอบตัว ส่วนมากมักเป็นถ้อยคำที่เป็นข้อสรุปการกระทำหรือพฤติกรรมทั่วไป อาจมีที่มาจากนิทาน ตำนาน วรรณคดี
หมายเหตุ
คำพังเพย หมายถึง ถ้อยคำหรือข้อความที่กล่าวเป็นกลาง ๆ เพื่อให้ตีความเข้ากับเรื่อง มีความหมายแฝงอยู่ อาจเป็นคำที่ใช้สื่อในทางเปรียบเปรย หรือในทำนองเสียดสี เช่น กระต่ายตื่นตูม เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย
สำนวนไทย หมายถึง ถ้อยคำ กลุ่มคำ หรือประโยคที่ไม่ได้แปลความหมายตรง ๆ แต่มีความหมายเชิงเปรียบเทียบแฝงอยู่ เช่น สอนจระเข้ให้ว่ายนํ้า รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง
คำสุภาษิต หรือ สำนวนสุภาษิต คือ คำในภาษาไทยที่ใช้ในการสื่อสารเชิงเปรียบเทียบอุปมาอุปมัย มักมีความหมายในการตักเตือนสั่งสอนในทางบวก มีความหมายที่ดี เช่น รักยาวให้บั่นรักสั้นให้ต่อ น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ