หุงข้าวประชดหมา
คำพังเพย
หมายถึงทําประชดหรือแดกดัน ซึ่งรังแต่จะเสียประโยชน์
หมายเหตุ มักพูดเข้าคู่กับ ปิ้งปลาประชดแมว
ประเภทสำนวน
"หุงข้าวประชดหมา" จัดว่าเป็น คำพังเพย เพราะว่า เป็นคำเปรียบเทียบที่แสดงถึงการกระทำที่ไร้ประโยชน์ มีความหมายแฝงที่ต้องตีความเพิ่มเติม ซึ่งเปรียบเปรยถึงการกระทำที่ทำให้ตนเองเดือดร้อนโดยหวังจะแก้แค้นผู้อื่น
ที่มาและแนวคิดเบื้องหลัง
สำนวนนี้เปรียบเทียบถึงการกระทำที่เกิดจากความโกรธ แค้น หรือความไม่พอใจ จนทำเรื่องที่สร้างความเดือดร้อนให้แก่ตนเอง โดยหวังว่าจะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกแย่หรือสำนึกผิด แต่จริงๆ แล้วคนที่เดือดร้อนคือตัวเอง เสมือนการหุงข้าวแล้วทิ้งให้หมากิน เพื่อประชดว่าจะไม่กินเอง ซึ่งเป็นการกระทำที่ไร้เหตุผลและเกิดผลเสียกับตนเอง
ตัวอย่างการใช้สำนวน "หุงข้าวประชดหมา" ในประโยค
- เขาโกรธที่แฟนไม่สนใจ เลยไปดื่มเหล้าเมาหัวราน้ำ แบบนี้เรียกว่าหุงข้าวประชดหมา เพราะสุดท้ายคนเจ็บตัวก็คือตัวเอง
- การที่นักศึกษาไม่เข้าเรียนเพราะโกรธอาจารย์ แล้วสอบตก ก็เหมือนกับหุงข้าวประชดหมา คนเสียประโยชน์คือตัวเอง
สรุปและทบทวนเรื่อง สำนวน สุภาษิต และคำพังเพย
สุภาษิต และคำพังเพย จัดเป็น "สำนวน" ด้วยกันทั้งคู่ เพราะมีความหมายในเชิงเปรียบเทียบ และเป็นถ้อยคำที่ใช้สืบเนื่องกันมานาน
สุภาษิต เป็นถ้อยคำที่มักใช้คำสั้น ๆ กะทัดรัดแต่มีความหมายลึกซึ้ง มีสัมผัสคล้องจอง ส่วนใหญ่สุภาษิตที่ใช้ในสังคมไทยมักมีที่มาจากคำสอนทางพุทธศาสนา
คำพังเพย เป็นถ้อยคำที่ให้ข้อคิด โดยกล่าวถึงพฤติกรรมหรือธรรมชาติรอบตัว ส่วนมากมักเป็นถ้อยคำที่เป็นข้อสรุปการกระทำหรือพฤติกรรมทั่วไป อาจมีที่มาจากนิทาน ตำนาน วรรณคดี
หมายเหตุ
คำพังเพย หมายถึง ถ้อยคำหรือข้อความที่กล่าวเป็นกลาง ๆ เพื่อให้ตีความเข้ากับเรื่อง มีความหมายแฝงอยู่ อาจเป็นคำที่ใช้สื่อในทางเปรียบเปรย หรือในทำนองเสียดสี เช่น กระต่ายตื่นตูม เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย
สำนวนไทย หมายถึง ถ้อยคำ กลุ่มคำ หรือประโยคที่ไม่ได้แปลความหมายตรง ๆ แต่มีความหมายเชิงเปรียบเทียบแฝงอยู่ เช่น สอนจระเข้ให้ว่ายนํ้า รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง
คำสุภาษิต หรือ สำนวนสุภาษิต คือ คำในภาษาไทยที่ใช้ในการสื่อสารเชิงเปรียบเทียบอุปมาอุปมัย มักมีความหมายในการตักเตือนสั่งสอนในทางบวก มีความหมายที่ดี เช่น รักยาวให้บั่นรักสั้นให้ต่อ น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ