ว่าเป็นฉาก
คำพังเพย
หมายถึงพูดเป็นเรื่องเป็นราวติดต่อกันไป
ประเภทสำนวน
"ว่าเป็นฉาก" จัดว่าเป็น คำพังเพย เพราะว่า เป็นข้อความเปรียบเทียบเพื่อเตือนให้ระวังการกระทำหรือคำพูดที่เป็นการแสร้งทำ ต้องตีความเพิ่มเติมและไม่ได้เป็นคำสอนโดยตรง
ที่มาและแนวคิดเบื้องหลัง
สำนวนนี้มาจากการแสดงละครที่มีฉากประกอบเพื่อสร้างภาพลวงตา เปรียบเทียบกับการกระทำหรือคำพูดที่ไม่จริงใจ เป็นเพียงการแสดงออกภายนอกเพื่อให้ดูดี ทั้งที่ความจริงแล้วอาจมีเจตนาซ่อนเร้นหรือไม่ได้ตั้งใจจะทำจริง เป็นเพียงการพูดหรือทำเพื่อให้คนอื่นเห็นว่าดี แต่ไม่มีความจริงใจ
ตัวอย่างการใช้สำนวน "ว่าเป็นฉาก" ในประโยค
- แม่ฉันไม่เชื่อคำพูดของนักการเมืองคนนั้นเลย บอกว่าเป็นฉากทั้งนั้น พอได้ตำแหน่งก็ลืมประชาชนหมด
- เขาพูดว่าเป็นฉากเท่านั้นแหละ ถึงเวลาจริงคงไม่ได้ช่วยเราอย่างที่พูดไว้หรอก
- อย่าไปเชื่อคำสัญญาของเขา ฉันว่าเป็นฉากทั้งนั้น เขาเคยทำแบบนี้มาหลายครั้งแล้ว
สรุปและทบทวนเรื่อง สำนวน สุภาษิต และคำพังเพย
สุภาษิต และคำพังเพย จัดเป็น "สำนวน" ด้วยกันทั้งคู่ เพราะมีความหมายในเชิงเปรียบเทียบ และเป็นถ้อยคำที่ใช้สืบเนื่องกันมานาน
สุภาษิต เป็นถ้อยคำที่มักใช้คำสั้น ๆ กะทัดรัดแต่มีความหมายลึกซึ้ง มีสัมผัสคล้องจอง ส่วนใหญ่สุภาษิตที่ใช้ในสังคมไทยมักมีที่มาจากคำสอนทางพุทธศาสนา
คำพังเพย เป็นถ้อยคำที่ให้ข้อคิด โดยกล่าวถึงพฤติกรรมหรือธรรมชาติรอบตัว ส่วนมากมักเป็นถ้อยคำที่เป็นข้อสรุปการกระทำหรือพฤติกรรมทั่วไป อาจมีที่มาจากนิทาน ตำนาน วรรณคดี
หมายเหตุ
คำพังเพย หมายถึง ถ้อยคำหรือข้อความที่กล่าวเป็นกลาง ๆ เพื่อให้ตีความเข้ากับเรื่อง มีความหมายแฝงอยู่ อาจเป็นคำที่ใช้สื่อในทางเปรียบเปรย หรือในทำนองเสียดสี เช่น กระต่ายตื่นตูม เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย
สำนวนไทย หมายถึง ถ้อยคำ กลุ่มคำ หรือประโยคที่ไม่ได้แปลความหมายตรง ๆ แต่มีความหมายเชิงเปรียบเทียบแฝงอยู่ เช่น สอนจระเข้ให้ว่ายนํ้า รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง
คำสุภาษิต หรือ สำนวนสุภาษิต คือ คำในภาษาไทยที่ใช้ในการสื่อสารเชิงเปรียบเทียบอุปมาอุปมัย มักมีความหมายในการตักเตือนสั่งสอนในทางบวก มีความหมายที่ดี เช่น รักยาวให้บั่นรักสั้นให้ต่อ น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ