ว่านอนสอนง่าย
คำพังเพย
หมายถึงอยู่ในโอวาท, เชื่อฟังคำสั่งสอนโดยดี
ประเภทสำนวน
"ว่านอนสอนง่าย" จัดว่าเป็น คำพังเพย เพราะว่า เป็นการเปรียบเปรยถึงพฤติกรรมหรือลักษณะนิสัยของคนที่เชื่อฟัง เข้ากับผู้อื่นได้ง่าย ซึ่งมีความหมายเชิงเปรียบเทียบที่ต้องตีความ ไม่ใช่คำสอนโดยตรงเหมือนสุภาษิต และไม่ใช่คำเฉพาะที่แปลตรงๆ ไม่ได้เหมือนสำนวนไทย
ที่มาและแนวคิดเบื้องหลัง
คำพังเพยนี้ใช้เปรียบเทียบถึงลักษณะนิสัยของคนที่รับฟังคำแนะนำ สั่งสอน หรือชี้แนะได้ง่าย ยอมรับคำตักเตือน ไม่ดื้อรั้น และพร้อมที่จะปรับตัวหรือแก้ไขตามคำแนะนำ เปรียบเหมือนการสอนที่ทำได้ง่าย ราบรื่น เพราะผู้ถูกสอนเปิดใจรับและพร้อมจะปฏิบัติตาม
ตัวอย่างการใช้สำนวน "ว่านอนสอนง่าย" ในประโยค
- เด็กคนนี้ว่านอนสอนง่าย บอกอะไรก็ฟัง ไม่เคยดื้อหรือเถียง
- คนที่ว่านอนสอนง่ายจะพัฒนาตัวเองได้เร็วกว่า เพราะเขาพร้อมจะรับคำแนะนำที่เป็นประโยชน์
- หัวหน้าชอบลูกน้องที่ว่านอนสอนง่าย ไม่คอยแต่จะเถียงหรือแย้งคำสั่งตลอดเวลา
สรุปและทบทวนเรื่อง สำนวน สุภาษิต และคำพังเพย
สุภาษิต และคำพังเพย จัดเป็น "สำนวน" ด้วยกันทั้งคู่ เพราะมีความหมายในเชิงเปรียบเทียบ และเป็นถ้อยคำที่ใช้สืบเนื่องกันมานาน
สุภาษิต เป็นถ้อยคำที่มักใช้คำสั้น ๆ กะทัดรัดแต่มีความหมายลึกซึ้ง มีสัมผัสคล้องจอง ส่วนใหญ่สุภาษิตที่ใช้ในสังคมไทยมักมีที่มาจากคำสอนทางพุทธศาสนา
คำพังเพย เป็นถ้อยคำที่ให้ข้อคิด โดยกล่าวถึงพฤติกรรมหรือธรรมชาติรอบตัว ส่วนมากมักเป็นถ้อยคำที่เป็นข้อสรุปการกระทำหรือพฤติกรรมทั่วไป อาจมีที่มาจากนิทาน ตำนาน วรรณคดี
หมายเหตุ
คำพังเพย หมายถึง ถ้อยคำหรือข้อความที่กล่าวเป็นกลาง ๆ เพื่อให้ตีความเข้ากับเรื่อง มีความหมายแฝงอยู่ อาจเป็นคำที่ใช้สื่อในทางเปรียบเปรย หรือในทำนองเสียดสี เช่น กระต่ายตื่นตูม เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย
สำนวนไทย หมายถึง ถ้อยคำ กลุ่มคำ หรือประโยคที่ไม่ได้แปลความหมายตรง ๆ แต่มีความหมายเชิงเปรียบเทียบแฝงอยู่ เช่น สอนจระเข้ให้ว่ายนํ้า รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง
คำสุภาษิต หรือ สำนวนสุภาษิต คือ คำในภาษาไทยที่ใช้ในการสื่อสารเชิงเปรียบเทียบอุปมาอุปมัย มักมีความหมายในการตักเตือนสั่งสอนในทางบวก มีความหมายที่ดี เช่น รักยาวให้บั่นรักสั้นให้ต่อ น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ