วัวแก่อยากกินหญ้าอ่อน
คำพังเพย
หมายถึงชายแก่ที่มีเมียสาวคราวลูกหลานมักใช้เป็นคำเปรียบเปรยเมื่อเห็นคนที่มีอายุมากไปจีบเด็กรุ่นลูกหลานหวังจะได้มาเป็นเมีย
ประเภทสำนวน
"วัวแก่อยากกินหญ้าอ่อน" จัดว่าเป็น คำพังเพย เพราะว่า เป็นข้อความเปรียบเทียบแฝงเนื้อหาเชิงตำหนิ ใช้พฤติกรรมของวัวแก่มาเปรียบเทียบกับพฤติกรรมมนุษย์ ต้องตีความเพิ่มเติมจึงจะเข้าใจความหมายที่แท้จริง
ที่มาและแนวคิดเบื้องหลัง
สำนวนนี้เปรียบเทียบจากธรรมชาติของวัวที่แก่แล้วแต่ยังอยากกินหญ้าอ่อนซึ่งนุ่มและอร่อยกว่าหญ้าแก่ นำมาเปรียบกับผู้ชายที่มีอายุมากแล้วแต่ยังชอบหรือหลงรักผู้หญิงที่อายุน้อยกว่ามาก ใช้ในความหมายเชิงตำหนิว่าไม่เหมาะสมตามวัย
ตัวอย่างการใช้สำนวน "วัวแก่อยากกินหญ้าอ่อน" ในประโยค
- ดูนายกมล อายุห้าสิบกว่าแล้วยังไปจีบสาวอายุยี่สิบ ทำตัววัวแก่อยากกินหญ้าอ่อน
- คุณลุงคนนั้นอายุหกสิบแล้วยังแต่งงานกับสาวอายุสามสิบ คนในหมู่บ้านต่างพากันนินทาว่าเป็นวัวแก่อยากกินหญ้าอ่อน
สรุปและทบทวนเรื่อง สำนวน สุภาษิต และคำพังเพย
สุภาษิต และคำพังเพย จัดเป็น "สำนวน" ด้วยกันทั้งคู่ เพราะมีความหมายในเชิงเปรียบเทียบ และเป็นถ้อยคำที่ใช้สืบเนื่องกันมานาน
สุภาษิต เป็นถ้อยคำที่มักใช้คำสั้น ๆ กะทัดรัดแต่มีความหมายลึกซึ้ง มีสัมผัสคล้องจอง ส่วนใหญ่สุภาษิตที่ใช้ในสังคมไทยมักมีที่มาจากคำสอนทางพุทธศาสนา
คำพังเพย เป็นถ้อยคำที่ให้ข้อคิด โดยกล่าวถึงพฤติกรรมหรือธรรมชาติรอบตัว ส่วนมากมักเป็นถ้อยคำที่เป็นข้อสรุปการกระทำหรือพฤติกรรมทั่วไป อาจมีที่มาจากนิทาน ตำนาน วรรณคดี
หมายเหตุ
คำพังเพย หมายถึง ถ้อยคำหรือข้อความที่กล่าวเป็นกลาง ๆ เพื่อให้ตีความเข้ากับเรื่อง มีความหมายแฝงอยู่ อาจเป็นคำที่ใช้สื่อในทางเปรียบเปรย หรือในทำนองเสียดสี เช่น กระต่ายตื่นตูม เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย
สำนวนไทย หมายถึง ถ้อยคำ กลุ่มคำ หรือประโยคที่ไม่ได้แปลความหมายตรง ๆ แต่มีความหมายเชิงเปรียบเทียบแฝงอยู่ เช่น สอนจระเข้ให้ว่ายนํ้า รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง
คำสุภาษิต หรือ สำนวนสุภาษิต คือ คำในภาษาไทยที่ใช้ในการสื่อสารเชิงเปรียบเทียบอุปมาอุปมัย มักมีความหมายในการตักเตือนสั่งสอนในทางบวก มีความหมายที่ดี เช่น รักยาวให้บั่นรักสั้นให้ต่อ น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ