วัวลืมตีน
คำพังเพย
หมายถึงคนที่ได้ดีแล้วลืมฐานะเดิมของตน
ประเภทสำนวน
"วัวลืมตีน" จัดว่าเป็น คำพังเพย เพราะว่า เป็นถ้อยคำเปรียบเปรยพฤติกรรมมนุษย์เมื่อมีสถานภาพหรือฐานะดีขึ้นแล้วลืมตัว ต้องตีความจากการเปรียบกับพฤติกรรมของวัว ไม่ใช่คำสอนโดยตรงเหมือนสุภาษิต และไม่ใช่วลีที่แปลตรงตัวไม่ได้เหมือนสำนวนไทย
ที่มาและแนวคิดเบื้องหลัง
สำนวนนี้มาจากลักษณะของวัวที่ลืมตัวเมื่อได้ดี โดยเฉพาะเมื่อเปรียบกับเท้า (ตีน) ของตัวเองที่เคยเป็นเท้าเล็กๆ ตอนเป็นลูกวัว ซึ่งเทียบเคียงกับคนที่ลืมตัวลืมฐานะเดิมของตน เมื่อมีความเจริญก้าวหน้าหรือมีอำนาจยศถาบรรดาศักดิ์แล้ว ไม่ระลึกถึงตัวตนหรือภูมิหลังเดิมของตน
ตัวอย่างการใช้สำนวน "วัวลืมตีน" ในประโยค
- มานะเป็นคนวัวลืมตีนชัดๆ เมื่อก่อนยากจนแสนเข็ญ พอได้ตำแหน่งใหญ่โตก็ทำเป็นไม่รู้จักเพื่อนเก่า
- หลายคนที่แต่งงานเข้าตระกูลรวยแล้วเกิดอาการวัวลืมตีน ลืมรากเหง้าและเพื่อนฝูงที่เคยช่วยเหลือยามลำบาก
- คนเราเมื่อมีฐานะดีขึ้น อย่าวัวลืมตีน ควรระลึกถึงตอนที่เราเคยลำบากและคนที่เคยช่วยเหลือเรา
สรุปและทบทวนเรื่อง สำนวน สุภาษิต และคำพังเพย
สุภาษิต และคำพังเพย จัดเป็น "สำนวน" ด้วยกันทั้งคู่ เพราะมีความหมายในเชิงเปรียบเทียบ และเป็นถ้อยคำที่ใช้สืบเนื่องกันมานาน
สุภาษิต เป็นถ้อยคำที่มักใช้คำสั้น ๆ กะทัดรัดแต่มีความหมายลึกซึ้ง มีสัมผัสคล้องจอง ส่วนใหญ่สุภาษิตที่ใช้ในสังคมไทยมักมีที่มาจากคำสอนทางพุทธศาสนา
คำพังเพย เป็นถ้อยคำที่ให้ข้อคิด โดยกล่าวถึงพฤติกรรมหรือธรรมชาติรอบตัว ส่วนมากมักเป็นถ้อยคำที่เป็นข้อสรุปการกระทำหรือพฤติกรรมทั่วไป อาจมีที่มาจากนิทาน ตำนาน วรรณคดี
หมายเหตุ
คำพังเพย หมายถึง ถ้อยคำหรือข้อความที่กล่าวเป็นกลาง ๆ เพื่อให้ตีความเข้ากับเรื่อง มีความหมายแฝงอยู่ อาจเป็นคำที่ใช้สื่อในทางเปรียบเปรย หรือในทำนองเสียดสี เช่น กระต่ายตื่นตูม เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย
สำนวนไทย หมายถึง ถ้อยคำ กลุ่มคำ หรือประโยคที่ไม่ได้แปลความหมายตรง ๆ แต่มีความหมายเชิงเปรียบเทียบแฝงอยู่ เช่น สอนจระเข้ให้ว่ายนํ้า รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง
คำสุภาษิต หรือ สำนวนสุภาษิต คือ คำในภาษาไทยที่ใช้ในการสื่อสารเชิงเปรียบเทียบอุปมาอุปมัย มักมีความหมายในการตักเตือนสั่งสอนในทางบวก มีความหมายที่ดี เช่น รักยาวให้บั่นรักสั้นให้ต่อ น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ