Be Able กริยา 3 ช่อง (Was Able, Been Able): ความหมายและตัวอย่าง
ความหมายและการผันกริยา 3 ช่อง Be Able
Be Able ช่อง 3 คือ Been Able และช่อง 2 คือ Was Able. คำกริยา Be Able ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลักว่า "สามารถ, ได้, เป็นความสามารถ" เป็นคำที่ใช้ทั่วไปในชีวิตประจำวัน การทราบกริยา 3 ช่องของ Be Able เป็นสิ่งสำคัญในการสร้างประโยคภาษาอังกฤษให้ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องการพูดถึงเหตุการณ์ในอดีตหรือเหตุการณ์ที่เสร็จสมบูรณ์แล้ว
Be Able เป็นคำกริยาอปกติ (Irregular Verb) ซึ่งหมายความว่ารูปช่องที่ 2 และ 3 ไม่ได้เกิดจากการเติม -ed เหมือนกริยาทั่วไป
ตารางกริยา 3 ช่อง Be Able
ด้านล่างเป็นตารางกริยา 3 ช่องของ Be Able แบบ Irregular Verb (กริยาอปกติ) เพื่อให้จดจำและนำไปใช้ได้ถูกต้อง
| ช่องที่ 1 V1 - Base Form |
ช่องที่ 2 V2 - Past Simple |
ช่องที่ 3 V3 - Past Participle |
ความหมาย |
|---|---|---|---|
| Be Able | Was Able | Been Able | สามารถ, ได้, เป็นความสามารถ |
สรุปกริยา 3 ช่อง Be Able
- แบบ Irregular Verb (ไม่ปกติ):
Be Able → Was Able → Been Able
หลักการใช้กริยา 3 ช่อง Be Able ในประโยค
ทั้งสามคำกริยานี้ล้วนมีความหมายว่า สามารถ, ได้, เป็นความสามารถ แต่มีหลักการใช้ต่างกัน ดังนี้
- กริยา 3 ช่อง ช่อง 1 ใช้กับปัจจุบัน หรือเมื่อตามหลังกริยาช่วย - เอาไว้เล่าเรื่องราวเท็จจริงทั่วไป
- กริยา 3 ช่อง ช่อง 2 ใช้อดีต - เอาไว้เล่าเรื่องราวในอดีต
- กริยา 3 ช่อง ช่อง 3 ใช้กับ Perfect Tense หรือ Passive Voice - เอาไว้เล่าเรื่องราวที่ทำจบไปแล้ว ทั้งในอดีต ปัจจุบัน อนาคต
ตัวอย่างประโยค กริยา 3 ช่อง Be Able
ลองดูวิธีใช้ be able, was able, been able ในประโยคง่าย ๆ:
ตัวอย่าง Be Able (ช่อง 1)
- I am able to solve this math problem. (ฉันสามารถแก้ปัญหาคณิตศาสตร์นี้ได้)
- She is able to speak three languages. (เธอสามารถพูดภาษาได้สามภาษา)
ตัวอย่าง Was Able (ช่อง 2)
- He was able to finish the project on time. (เขาสามารถทำโครงการเสร็จตรงเวลา)
- They were able to climb the mountain together. (พวกเขาสามารถปีนภูเขาด้วยกัน)
ตัวอย่าง Been Able (ช่อง 3)
- I have been able to improve my skills. (ฉันสามารถพัฒนาทักษะของตัวเองได้)
- She has been able to achieve her dreams. (เธอสามารถบรรลุความฝันของเธอได้)
หมายเหตุ
กริยา 3 ช่อง คือ การแบ่งคำกริยาในภาษาอังกฤษออกเป็น 3 ช่อง เพื่อบ่งบอกถึง เหตุการณ์ ในแต่ละช่วงเวลา แยกเป็น กริยาช่องที่ 1 คือ ปัจจุบัน กริยาช่องที่ 2 คือ อดีต และกริยาช่องที่ 3 คือ คำกริยาที่ใช้ใน Perfect Tense ทุกชนิด และ Passive Voice ด้วย