ตัวกรองผลการค้นหา
คลิกที่แต่ละคำเพื่อดูรายละเอียด
งานตกแต่งแบบหนึ่งสมัยรอคโคโคมักทำเ)นรูปโบว์พันกิ่งไม้ หรือทำเป็นดอกกุหลาบผูกด้วยริบบิ้นประดับตามขอบโต๊ะ
(สถาปัตย) แบบสถาปัตยกรรม สมัยต้นคริสตกาล ซึ่งมีลักษณะของอาคารจะมีซุ้มประตูหรือหน้าต่าง เป็นยอดแหลม; (การพิมพ์) ตัวพิมพ์กอธอิค ซึ่งเป็นตัวพิมพ์แบบกนกเยอรมัน
ชื่อเรียกผ้าชนิดหนึ่งจากดามัสกัสในซีเรีย ในศตวรรษที่ 12 พวกสมัยกลางใช้ทำม่าน มีลวดลายหลายแบบ ถึงปลายศตวรรษที่ 17 ทำขึ้นในอิตาลี ฝรั่งเศสและอังกฤษ
เครื่องดินเผาเคลือบลงสีต่างๆ ใช้ทำเครื่องประดับชั้นสูง, หินเคลือบด้วยวิธีป่นผสมกับทราย กรรมวิธีผสมเหมือนทำแก้วใช้ในสมัยอียิปต์
แบบสถาปัตยกรรมและเครื่องเรือนสมัยโกธิคยุคหลังสุด เริ่มในศตวรรษที่ 14 มีรูปลักษณะเป็นส่วนดค้งแหลม เชน ที่หน้าต่าง และมีลวดลายลักษณะคล้ายเปลวไฟตกแต่งส่วนยอด เช่น นาฬิกาตั้งสูงที่มีเครื่องตกแต่งส่วนยอดสุด
เครื่องตกแต่งซึ่งมีรากฐานมาจากงานคลาสสิค ประกอบด้วยรูปวงกลมหรือรูปไข่ ใช้กันมากในสมัยนีโอคลาสสิค ทำด้วยการแกะสลัก ฝังลวดลาย หรือทาสี
เตียงนอนเล่นมีพนักพิงเอนข้างหนึ่ง มีขาอย่างน้อย 6 ขา โครงไม้ยึดขา มักกลึงและแกะสลัก ตัวพื้นเตียงอาจเป็นหวายถักหรือบุนวม นิยมกันมากในสมัยวิลเลียมและแมรี
ที่นั่งของพวกชาวนา เริ่มใช้กันในสมัยกลาง ลักษณะเป็นหีบยาวมีฝาปิดฝาแล้วใช้เป็นที่นั่ง ครั้งแรกเคลื่อนย้ายไม่ได้ ต่อมาทำให้ยกย้ายได้ แบบนี้นำมาใช้ในโรงพยาบาลและนั่งพักในสนามบิน เป็นต้นกำเนิดของยาวในปัจจุบัน
แบบตกแต่งชนิดหนึ่งบนคานเหนือเสาหรือแผ่นฝาผนัง หรือที่ตัวเสาโปนออกมาจากผนัง มีลวดลายหลากชนิด เช่น ไม้เลื้อยเป็นเถา ใบปาล์ม กาน้ำ แจกันรูปสัตว์พิสดาร รูปแบบเหล่านี้มีแหล่งมาจากงานคลาสสิค และได้ทำเลียนแบบ และมีการพัฒนาขึ้นในสมัยเรเนซองส์
เก้าอี้ยาวนั่งได้เฉาะ 2 คน เป็นเครื่องเรือนสมัยคาร์โรลีน (1660-1685) ถ้าทำเป็นรูปตัว S นั่งตะแคงเข้าหากันเรียกว่า S chair เป็นอนุสรณ์ของฝาแฝดอินจัน หรือคำฝรั่งเศษเรียกว่า tete-a-tete หมายถึงการสนทนาแบบตัวต่อตัว หรือบางทีเรียก vis-avis หมายถึง นั่งตรงข้าม ทั้งหมดมีความหมายว่านั่งสนทนาทั้งสิ้น
ชื่อเรียกกระเบื้องเคลือบของจีนแรกทำในสมัยราชวงศ์ถัง ( AD 618 - 960 )มีสีตั้งแต่สีดคลนไปจนถึงสีเขียวหยก คำว่า celadon มาจากคำ saladin สุลต่านชาติอาหรับส่งบรรณาการไปยังสุลต่านแห่งดามัสกัสในปี 1171 นอกจากมีในจีนแล้วยังมีที่ญี่ปุ่น เกาหลี แม้แต่ในฝรั่งเศษ ก็มีในศตวรรษที่ 17 เชื่อกันว่าวัสดุที่คล้ายหยกนี้สามารถขจัดพิษในอาหารได้
ขาโต๊ะ ขาเก้าอี้ ที่ทำให้มีลักษณะโค้งงอไปมา เลียนแบบขาสัตว์ ใช้กันในสมัยกรีกตอนต้น และได้นำมาใช้ตอนปลายศตวรรษที่ 17 จนแพร่หลายไปอีกครึ่งศตวรรษแล้วหมดความนิยมไป ลักษณะเด่นคือช่วงขาส่วนบนโค้งออก ช่วงขา ส่วนล่างเว้าเข้า พอถึงตีนขาก็งอออก แล้วมักทำเป็นรูปตีนสัตว์ต่างๆ เช่น เป็นกีบ เป็นกรงเล็บจับลูกบอล ฯลฯ