ตัวกรองผลการค้นหา
คลิกที่แต่ละคำเพื่อดูรายละเอียด
พื้นที่ดักน้ำ : พื้นที่รับน้ำที่ไหลบ่ามาในขณะฝนตก และยอมให้น้ำไหลลงสู่ชั้นน้ำใต้ดินได้ โดยมีจุดประสงค์เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำใต้ดิน
โลหะผสมใช้ทำลิ้นและเครื่องประกอบอื่น ๆ เป็นโลหะที่มีส่วนประกอบของทองแดงประมาณ 85 เปอรเซนต์ สังกะสี 3 เปอรเซนต์ ตะกั่ว 5 เปอรเซนต์ และดีบุก 5 เปอรเซนต์
ก้านคันเร่งปั๊มตัวใน (ก้านนี้อยู่ต่อกับคันเร่งเปิดลิ้น ของตัวคาบูเรเตอร์ทำหน้าที่ปั๊มเร่งส่งเชื้อเพลิงผสม โดยอาศัยแรงส่งจากก้านคันเร่งต้นทางต่อจากแป้นเหยียบ)
ที่อัดอากาศหรือน้ำมันเชื้อเพลิง ในห้องผสมอากาศกับน้ำมันเชื้อเพลิงคาบูเรเตอร์ (เรียกทั่วๆ ไปว่า โช๊คน้ำมันมีหน้าที่ปิดเปิดลิ้นรับน้ำมัน และอากาศอยู่ในคาบิว)
ที่มีกำลังทำงานสองทาง (เช่น หมายถึงเครื่องยนต์ขนาดใหญ่หรือเครื่องดีเซลที่ไม่ใช้ลิ้น แต่มีท่อไอเสียออกคนละท่อเป็นท่อขนาดใหญ่ หรือหมายถึงมีกำลังดันสองทางของลูกสูบทั้งบนและล่าง)
แรงอ่อนลง, แรงตก (เช่น แรงไฟฟ้ามีการจ่ายกระแสตกลง เนื่องจากการเกิดฟองไฮโดรเจนที่แผ่นทองแดง หรือขั้วทองแดงมากทำให้เกิดมีความต้านทานที่เซลไฟฟ้าอย่างหนัก)
ท่อนมหนูปั๊มเร่ง (เป็นท่อเล็กอยู่ในห้องลูกลอยของคาบูเรเตอร์ มีลิ้นปิดเปิดคันเร่งฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงอยู่ปากท่อ เป็นคาบูเรเตอร์แบบ Carter ของอเมริกัน
บานปิดเปิดทางเดียว : 1. บานหรือลิ้นปิดเปิดติดอยู่ที่ตอนปลายท่อจ่ายน้ำของเครื่องสูบน้ำ เพื่อป้องกันการไหลกลับของน้ำ เมื่อเครื่องสูบน้ำหยุดทำงาน 2. บานหรือลิ้นปิดเปิดควบคุมระดับน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วม มักออกแบบให้เปิดเมื่อระดับน้ำด้าน เหนือน้ำสูงกว่าระดับท้ายน้ำเพื่อระบายน้ำและปิดเมื่อระดับน้ำด้านท้ายน้ำสูงขึ้นเท่ากับหรือ มากกว่าระดับน้ำด้านเหนือน้ำ เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำไหลกลับบางครั้งเรียก flap gate
จังหวะดูดหรือจังหวะที่ลูกสูบเลื่อนลงจากศูนย์ยนของกระบอกสูบลิ้นไอดีจะเปิดให้ไอดีของเชื้อเพลิงไหลเข้าทางช่องทางดูดไอดีเข้าไปในกระบอกสูบ เพื่อรอให้จังหวะอัดและจังหวะจุดระเบิดของลูกสูบทำงานตามลำดับ
หรือ feeler (ธิคเนส เกจ , หรือ ฟีลเลอร์) เครื่องมือวัดความหนา มีลักษณะคล้ายใบมีดพับ มีอยู่ด้วยกันหลายใบซึ่งแต่ละใบมีความหนาต่าง ๆ กัน สำหรับใช้วัดและแต่งความกว้างของช่องแคบ ๆ เช่น วัดร่องปิดเปิดของลิ้นไอดีไอเสีย ในเครื่องยนต์
บาร์ : ความหมายในทางอุตุนิยมวิทยา ใช้เป็นหน่วยวัดความกดอากาศ 1 บาร์มีค่าเท่ากับ 10 ล้านดายน์ (dyne) ต่อ 1 ตารางเซนติเมตร หรือเท่ากับ 1,000 มิลลิบาร์ ซึ่งเท่ากับ 750.076 มม. (29.53 นิ้ว) เมื่ออุณหภูมิ 0 องศาเซลเซียสที่ละติจูด 45 องศา สันดอน:เนินที่เกิดจากกระแสน้ำพัดพาตะกอนมาตกจมจนเกิดเป็นสันในบริเวณปากแม่น้ำหรือชายฝั่งทะเล
ดินตะกอนลุ่มน้ำ : ดินที่เกิดในที่ราบลุ่ม มีตะกอนมาทับถมทุกปี เช่น 1. alluvial cone เนินตะกอนรูปกรวย : เนินที่เกิดจากการสะสมตัวของตะกอนในบริเวณที่มี การเปลี่ยนระดับของทางน้ำจากหุบเขาชันลงสู่ที่ราบและตะกอนสะสมกันพูนเป็นรูปกรวย 2. alluvial fan เนินตะกอนรูปพัด : เนินที่เกิดจากการสะสมตัวของตะกอนในบริเวณที่มีการ เปลี่ยนแปลงระดับของน้ำจากหุบเขาชันลงสู่ที่ราบ ซึ่งจะทำให้ความเร็วของกระแสน้ำลดลงไม่สามารถพาตะกอนบางส่วนไปได้ ตะกอนดังกล่าวจึงตกสะสมในลักษณะแยกกระจายออกไปรอบข้างเป็นรูปพัด 3. alluvial plain ที่ราบตะกอนน้ำพา : ที่ราบหรือค่อนข้างราบขนาดใหญ่สองฝั่งแม่น้ำในฤดูน้ำหลาก น้ำจะไหลล้นสองฝั่งแม่น้ำท่วมบริเวณดังกล่าว และนำตะกอนมาสะสม ถ้าเป็นที่ราบขนาดเล็กเรียกว่า ที่ลุ่มราบตะกอนน้ำพา หรือคำโบราณเรียกว่า ที่น้ำไหลทรายมูล (alluvial flat)