ภาษาอีสาน ที่ใช้บ่อย ที่ค้นหาบ่อย 100 คำ

- มีดังรายการต่อไปนี้

Noภาษาอีสานแปลว่าคำอ่าน
Noภาษาอีสานแปลว่าคำอ่าน
1กรรม1.)การ, การงาน, การกระทำ, กิจ แยกแยกกรรมออกเป็น ๓ คือ กายกรรมงานมือ วจีกรรมงานพูด มโนกรรม งานคิด อย่างว่า งานคึดงานเว้างานทำคู่อย่าง บูฮาณเฮียกเอิ้นโฮมเว้าว่ากรรม (บ.). 2.)บุญคือการทำความดี บาปคือการทำความชั่ว บุญบาปติดตามผู้ทำให้ได้รับความดีหรือชั่ว เรียก กรรม อย่างว่าบุญมีได้เป็นนายใช้เพิ่น บุญบ่ให้เขาชิใช้ตั้งแต่เฮา (ภาษิต) บุญมีแล้วแนวดีป้องใส่บุญบ่ให้แนวขี้ฮ้ายแล่นโฮม(ภาษิต). 3.)เคราะห์ คือสิ่งที่ไม่สมหวังเรียก กรรม เช่น ชูชกได้เมียสาว ถูกเมียบังคับให้ไปขอกัณหาชาลีมาเป็นทาส เมื่อพระเวสสันดรให้โอรสและธิดาแล้วแนะนำให้ชูชกไปเมืองปู่ เพื่อพระเจ้าปู่จะได้ไถ่ถอนหลาน แต่ชูชกไม่กล้าไปเกรงจะถูกเคราะห์กรรม (เวส-กลอน) 4.)ผลของความดีหรือชั่วที่ตนทำในอดีตตามให้ผลเรียก กรรม อย่างว่า ผู้สาวได้ผัวเถ้ากรรมลาวสร้างแต่เก่า ผู้บ่าวได้แม่ฮ้างกรรมสร้างตั้งแต่หลัง (ภาษิต). กรรมแบ่งบั่นปั่นป่อนมาพบ บารมีภายหลังจิ่งได้เวียนมาพ้อ (บ.). 5.)คนตายเรียก ถึงแก่กรรม อย่างว่า ชื่อว่ากรรมเถิงแล้วจำใจจำจาก บ่มีใผแก่ทื้นคืนได้โลกเฮา (บ.) ชื่อว่าความตายนี้แขวนคอทุกบาดย่าง ใผกะแขวนอ้อนต้อนเสมอด้ามดั่งเดียว (บ.).กรรม
2กระติบข้าวก่องใส่ข้าวเหนียวสุกกระ - ติบ - ข้าว
3กลับเฮียนกลับบ้านกลับ - เฮียน
4กะซาง,กะตามซ่าง,กะส่างก็ช่าง,ไม่ใส่ใจ,ช่างเถอะกะ - ซาง , กะ - ตาม - ซาง , กะ - ส่าง
5กะด้อกะเดี่ยอะไรจะขนาดนั้น,มากมาย , มากเกินไป, ออกหน้าออกตา กะ - ด้อ - กะ - เดี้ย
6กะปอม,ขี่กะปอม,ขี้กะปอมกิ้งก่ากะ - ปอม
7กะโป๋กะลามะพร้าวกะ - โป๋
8กินข้าวงายรับประทานอาหารมื้อเช้ากิน - ข้าว - งาย
9กินข้าวแลงรับประทานอาหารมื้อเย็น หรือมื้อค่ำกิน - ข้าว - แลง
10กินข้าวสวยรับประทานอาหารมื้อกลางวัน มื้อเที่ยงกิน - ข้าว - สวย
11กึ่มเป็นคำด่า เสียดสี ประมาณว่าโง่ ไม่เอาไหนกึ่ม
12ขนคิงลุกอาการกลัว,ขนลุกชันขน - คิง - ลุก
13ขอบคุณหลายๆเด้อขอบคุณมากๆนะขอบ -คุณ - หลาย- หลาย - เด้อ
14ขาเลาะคนที่ชอบเที่ยวเตร่ไปเรื่อย ส่วนมากจะใช้กับวัยรุ่นหนุ่มสาวที่ชอบเตร็ดเตร่ เที่ยวเล่นสนุกสนานขา-เลาะ
15ข้าวต้มแดกเป็นขนมหวาน คล้ายกับข้าวต้มมัด แต่ต่างกันตรงที่ข้าวต้มแดกจะใช้ข้าวเหนียวแช่น้ำค้างคืน ตำผสมกับกล้วยสุกบด แล้วห่อด้วยใบตอง คำว่า แดก ในภาษาอีสานจะหมายถึงการตำ, อัดให้แน่น, ยัดเข้าในภาชนะ เช่น ปลาแดก, ข้าวต้มแดก เป็นต้นเข่า-ต้ม-แดก
16ข้าวปุ้นขนมจีนข้าว - ปุ้น
17ขี้กะตู่,เขียดกะตู่,ขี้คันคาก,ขี่คั่นคากคางคกขี้ - กะ - ตู่ , เขียด - กะ - ตู่ , ขี่ - คั่น - คาก
18ขี้เกี้ยมจิ้งจกขี้ - เกี้ยม
19ขี่แข่วขี้ฟันขี่ - แข่ว
20ขี้ค้าน,ขี้คร้านขี้เกียจขี้ - ค้าน
21ขี้ดื้อขี้มึนซุกซนขี้ - ดื้อ - ขี้ - มึน
22ขี้เดียดขยะแขยง,รังเกียจ ,ไม่ชอบขี้ - เดียด
23ขี้ตั๋วขี้โกหก โกหก พุดปด พุดเท็จ พูดโกหกหลอกลวง เรียก ตั๋วะ อย่างว่า อย่ามาตั๋วะให้หล้มตกหล่มดินทราย ตั๋วะให้กำดินทรายหว่านลงในน้ำ เฮ็ดให้เฮียมหลงหล้มตกตมทังหล่ม ตั๋วะให้คาดลาดล้มกลางบ้านมื่นชะเล (ผญา).ขี้ - ตั๋ว
24ขี้โผ่น,ขี้โผ่พุง,ท้องขี้ - โผ่น
25ขี้ล่าย,ขี้ฮ้ายขีเหร่,ดูไม่ดี ไม่น่าดู มีความหมายเดียวกับคำว่า ผู้ฮ้ายขี้ - ล่าย
26คนไคคนพอใช้ได้ คนที่ดูด คนน่ารัก คนหน้าตาดีคน-ไค
27ควย (ควาย)ควายควย
28ค่อย,ข่อย,ข้อยตัวเราเองค่อย
29ค่อยฮักเจ้า, ข่อยฮักเจ้าฉันรักเธอข่อย - ฮัก - เจ้า
30คักสุดยอด , ดีที่สุด ,ได้ดั่งใจ <br/> ถนัด แน่ ชัด การเห็นโดยไม่มีเคลือบแคลงสงสัย เรียก เห็นคัก <br/> ถูกต้อง แน่นอน จริง เช่น เฮ็ดคักๆ เด้อ คึดคักๆ เว้าคักๆ.คัก
31คักขนาดดีมากๆ,เยี่ยมมากๆ,ดีสุดๆ,สุดยอดคัก - ขะ - หนาด
32คักน้อดูดี แบบเว่อๆ, เหมือนชมว่าดีแบบประชดประชันนิดๆคัก - น้อ
33คักอีหลีสะใจจริงคัก - อี - หลี
34คันแข่วหมั่นไส้,หงุดหงิดเนื่องจากทำอะไรไม่ได้อย่างที่คิดคัน - แข่ว
35คันจ้องร่ม สิ่งที่ใช้ป้องกันแดดหรือฝนคัน - จ้อง
36คำคิงสัมผัส,แตะตามเนื้อดูว่าตัวร้อนหรือไม่คำ - คิง
37ค้ำคูณดี, เป็นมงคล, ศิริมงคล, เจริญก้าวหน้าค่ำ-คู้น
38คำแพงผู้ซึ่งเป็นที่รัก หรือ แก้วตาดวงใจของพ่อแม่คำ - แพง
39คิดฮอด, คึดฮอดคิดถึงคิด - ฮอด , คึด - ฮอด
40คึดคิดคึด
41เคียวแรด,ร่าน,ดอกทอง ,คนคึกคะนองเรียก คนเคียว อย่างว่า เถ้าคันเคียวสามซาวว่าหนุ่ม (กาพย์ปู่) หญิงดอกทอง เรียก คนหีเคียว อย่างว่า โต่บ่ช่างว่าไม้บ่เหนียว โตหีเคียวว่ากรรมก่อนกี้ (ภาษิต).เคียว
42ไคแนพอจะดีหน่อย, ค่อยยังชั่ว แคนไคแน ก็เรียกไค-แน
43งามโพดงามเหลือ งามแท้งามว่าสวยจริงสวยจัง สุดจะพรรณางาม-โพด-งาม-เหลือ - งาม-แท้-งาม-ว่า
44จอบเบิ่งแอบดูจอบ - เบิ่ง
45จัก (ไม่รู้)ไม่รู้จักจัก
46จักเทื่อสักครั้งจัก - เทื่อ
47จักว่าหยังเป็นหยังไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไรจัก - ว่า - หยัง - เป็น - หยัง
48จักแหล่วไม่รู้สิจัก - แหล่ว
49จื้นแฉะจื้น
50ซังเกลียดซัง
51ดากก้น , ตูด , ส่วนท้าย ปลายลำไส้ใหญ่ที่ทวารหนัก เรียก <b>ดาก</b> อย่างว่า ซ่าเพิ่นซ่าดี ซ่าโตซ่าหีติดดาก (ภาษิต) ดินเหนียวสีแดงเรื่อๆ หรือสีเหลืองอ่อน เรียก <b>ดินดาก</b>.ดาก
52ดางตาข่ายที่สานด้วยปอ ป่าน เรียก <b>ดาง</b> เช่น ดางแห ดางหวิง ดางมอง หรือสิ่งที่มีลักษณะเหมือนตาข่ายเรียก <b>ดาง</b> เช่น รวงผึ้งเรียก <b>ดางเผิ้ง</b> อย่างว่า ให้ค่อยทำเพียรสร้างเสมอแตนสร้างช่อ ให้ค่อยติดต่อไว้เสมอเผิ้งต่อดาง (อิน).ดาง
53ตลาดตลาด (เหมือนกับภาษากลาง)ตะ - หลาด
54ตาฮัก ตาแพงน่ารัก น่าเอ็นดูตา - ฮัก ตา - แพง
55ตำบักหุ่งส้มตำตำ-บัก-ฮุง
56ตำอิด,ตำก่อแต่ก่อน , ตอนแรก , เริ่มต้น , แต่ไหนแต่ไร,นานมาแล้วตำ - อิด , ตำ - ก่อ
57ตื่น1.)ตกใจ 2.)ฟื้นจากหลับ เรียก ตื่น อย่างว่า ให้ตื่นแต่เดิก ให้เศิกแต่หนุ่ม ให้ตื่นเดิกคือกา ให้หากินคือไก่ ตื่นแต่เช้ากินข้าวกับปลา ตื่นสวยกินขวยขี้ไก่โป่ (ภาษิต).ตื่น
58ถิ่มทิ้งถิ่ม
59ถืกถูกถืก
60ท้าวคำแทนใช้นำหน้าเรียกคนท้าว
61บ่เป็นหยังไม่เป็นรัยบ่อ - เป็น - หยัง
62บ่หัวซาไม่ถือสา, ไม่ใส่ใจบ่ - หัว - ซา
63บักคําเรียกชายที่เสมอกันหรือต่ำกว่าบัก
64บักเขียบน้อยหน่า (ผลไม้)บัก-เขียบ
65บักนัดสับปะรดบัก - นัด
66บักสีดาฝรั่ง (ผลไม้)บัก-สี-ดา
67บุญผลาบุพเพสันนิวาส,พรหมลิขิตบุน - ผะ - หลา
68เบิ๊ด , เบิด ,เหมิดหมดเบิ๊ด
69ผักอีเลิดชะพลู, ใบชะพลู เป็นพืชในวงศ์ Piperaceae มักสับสนกับพลู แต่ใบรสไม่จัดเท่าพลูและมีขนาดเล็กกว่า ชะพลูเป็นพันธุ์ไม้ที่ชอบพื้นที่ลุ่ม มีความชื่น ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการปักชำ โดยการเลือกกิ่งที่มีใบอ่อนและใบแก่ เด็ดใบแก่ออกและนำไปปักชำได้ ผักแค, ผักปูลิง, ผักนางเลิด ก็เรียกผั๋ก-อี-เลิด
70ผู้ฮ้ายขี้เหร่, ไม่สวย, ไม่หล่อ, หน้าตาไม่ดีผู้-ฮ่าย
71ไผใครไผ
72พอกะเทินไม่มากไม่น้อย ครึ่งๆกลางๆพอ - กะ - เทิน
73เพิ่นคนอื่น, เขา (คนที่กำลังถูกพูดถึง)เพิน
74มักรัก,ชอบมัก
75มักหลายชอบมากมัก - หลาย
76มื้ออื่นพรุ่งนี้มื้อ - อื่น
77เมิดคำสิเว้าไม่มีอะไรจะพูด/พูดไม่ออกเมิด-คำ-สิ-เว้า
78เมือบ้านกลับบ้านเมือ-บ้าน
79แมงกินูนแมลงนูน แมลงนูนเขียวเป็นด้วงที่มีสีสันสวยงามเป็นที่สนใจแก่ผู้พบเห็น อาหารตัวเต็มวัยได้แก่ใบไม้พืชในวงศ์ ตะแบก ( Lythraceae ) แต่หากนำมาเพาะเลี้ยงสามารถให้กล้วยเป็นอาหาร เขตแพร่กระจาย ตั้งแต่อินเดีย พม่า ลาว กัมพูชา และทั่วทุกภาคของประเทศไทย โดยจะมีระยะการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ 4 ระยะ คือ ระยะไข่ ระยะตัวอ่อนหรือหนอน ระยะดักแด้ ระยะตัวเต็มวัย ตัวหนอนมีขาสามคู่ ไม่มีขาเทียม ตัวเต็มวัยมีสีเขียววาว มีสวนขอบของส่วนหัว ลำตัวและปีกเป็นสีทองแดงด้านใต้ท้องและส่วนขามีสีทองแดง มีระยางค์สัมผัสที่ส่วนหัว 2 คู่ มีกราม 2 คู่ และหนวด 1 คู่ แบบใบไม้ lamellate แมลงนูนเขียวยังเป็นแมลงที่ได้รับความสนใจของผู้เลี้ยงแมลงในกลุ่มด้วงจากต่างประเทศ และมีการนำแมลงนูนเขียวมาบริโภคเป็นอาหาร แมงจินูน, แมงอีนูน ก็เรียกแมง-กิ-นูน
80แมงจินูนแมลงนูน แมลงนูนเขียวเป็นด้วงที่มีสีสันสวยงามเป็นที่สนใจแก่ผู้พบเห็น อาหารตัวเต็มวัยได้แก่ใบไม้พืชในวงศ์ ตะแบก ( Lythraceae ) แต่หากนำมาเพาะเลี้ยงสามารถให้กล้วยเป็นอาหาร เขตแพร่กระจาย ตั้งแต่อินเดีย พม่า ลาว กัมพูชา และทั่วทุกภาคของประเทศไทย โดยจะมีระยะการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ 4 ระยะ คือ ระยะไข่ ระยะตัวอ่อนหรือหนอน ระยะดักแด้ ระยะตัวเต็มวัย ตัวหนอนมีขาสามคู่ ไม่มีขาเทียม ตัวเต็มวัยมีสีเขียววาว มีสวนขอบของส่วนหัว ลำตัวและปีกเป็นสีทองแดงด้านใต้ท้องและส่วนขามีสีทองแดง มีระยางค์สัมผัสที่ส่วนหัว 2 คู่ มีกราม 2 คู่ และหนวด 1 คู่ แบบใบไม้ lamellate แมลงนูนเขียวยังเป็นแมลงที่ได้รับความสนใจของผู้เลี้ยงแมลงในกลุ่มด้วงจากต่างประเทศ และมีการนำแมลงนูนเขียวมาบริโภคเป็นอาหาร แมงกินูน, แมงอีนูน ก็เรียกแมง-จิ-นูน
81แมงอีนูนแมลงนูน แมลงนูนเขียวเป็นด้วงที่มีสีสันสวยงามเป็นที่สนใจแก่ผู้พบเห็น อาหารตัวเต็มวัยได้แก่ใบไม้พืชในวงศ์ ตะแบก ( Lythraceae ) แต่หากนำมาเพาะเลี้ยงสามารถให้กล้วยเป็นอาหาร เขตแพร่กระจาย ตั้งแต่อินเดีย พม่า ลาว กัมพูชา และทั่วทุกภาคของประเทศไทย โดยจะมีระยะการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ 4 ระยะ คือ ระยะไข่ ระยะตัวอ่อนหรือหนอน ระยะดักแด้ ระยะตัวเต็มวัย ตัวหนอนมีขาสามคู่ ไม่มีขาเทียม ตัวเต็มวัยมีสีเขียววาว มีสวนขอบของส่วนหัว ลำตัวและปีกเป็นสีทองแดงด้านใต้ท้องและส่วนขามีสีทองแดง มีระยางค์สัมผัสที่ส่วนหัว 2 คู่ มีกราม 2 คู่ และหนวด 1 คู่ แบบใบไม้ lamellate แมลงนูนเขียวยังเป็นแมลงที่ได้รับความสนใจของผู้เลี้ยงแมลงในกลุ่มด้วงจากต่างประเทศ และมีการนำแมลงนูนเขียวมาบริโภคเป็นอาหาร แมงกินูน, แมงจินูน ก็เรียกแมง-อี-นูน
82ย่างเดินย่าง
83ย่างสากเดินผ่าน เดินไปใกล้ๆ ในระยะสายตาย่าง - สาก
84ย่านกลัวย่าน
85สวอยหมดเรี่ยวแรง สิ้นกำลังสะ-หวอย
86สะออนเป็นภาษาพูด (ควมเว้า) ของชาวอีสาน มีความหมายว่า ชอบใจ, พอใจ, ติดใจ, ปลื้ม, น่าชมเชยสะ-ออน
87สายแนนคู่ครองที่เคยอยู่กินกันมาหลายภพหลายชาติ, บุพเพสันนิวาส, เนื้อคู่ กกแนน ก็เรียกสาย-แนน
88สำมะแจ๋ลักษณะการพูดมากและไม่เป็นความจริงสำ-มะ-แจ๋, สำ-มะ-แจ๋ะ
89สิบสิฮ่าง ซาวสิฮ่างอะไรจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรก็ตามสิบ - สิ - ฮ่าง ซาว - สิ - ฮ่าง
90สูนโกรธสูน
91เสื้อหมากกะแล่งเสื้อคอกระเช้าเสื่อ - หมาก - กะ - แหล่ง
92หนหวยรำคาญ, ไม่สบายใจ, หงุดหงิด, กังวลใจหน-หวย
93หนานผักแปลงผัก, แปลงปลูกผักหนาน-ผั๋ก
94หมานโชคดี,รวย ได้มาก หมาน
95หลูโตน(กริยา) สงสาร รู้สึกเห็นใจในความเดือดร้อนหรือความทุกข์ของผู้อื่น, รู้สึกห่วงใยด้วยความเมตตากรุณา, เช่น เห็นเด็ก ๆ อดอยากก็รู้สึกสงสาร เห็นเขาประสบอัคคีภัยแล้วสงสาร.หลู - โตน
96อีหลีจริงๆอี - หลี
97โอ้นโต้นลักษณะของสิ่งที่ห้อยลงมา, โตงเตงโอ้น-โต้น
98ฮ่างพัง ชำรุด เสียหายฮ่าง
99ฮิเรื่องมาก , ตำหนิ , ช่างเลือกมาก, ไม่ถูกใจ, ไม่พอใจ, ไม่ชอบฮิ
100แฮกเสี่ยวผูกมิตร การผูกมิตร เรียก แฮกเสี่ยว คำว่า เสี่ยว ได้แก่ มิตร สหาย เพื่อน หรือ เกลอ การผูกเสี่ยวจะทำเป็นพิธีเสียเหล้าไหไก่ตัวเพื่อเลี้ยงดูกัน หรือคนสองคนเมื่อสมัครรักใคร่กันแล้วผูกข้อต่อแขนด้วยด้ายเพียงสองเส้นก็ได้ ผู้หญิงจะเป็นเสี่ยวกับผู้ชาย หรือผู้ชายจะเป็นเสี่ยวกับผู้หญิงก็ได้ ขออย่างเดียวขอให้รักสมัครสมานประสานสามัคคีกันไปจนตลอดชีวิต การผูกเสี่ยวเป็นประเพณีที่ชาวอีสานนับถือมาแต่ดึกดำบรรพ์ ผ๔้เป็นเจ้าของประเพณีนี้ก็คือบรรพบุรุษอีสาน ถือว่าท่านฉลาดและหลักแหลมนัก ถ้าโลกทั้งโลกเป็นมิตรสหายกัน เรื่องฆ่าตีบีฑ์โบยลักเล็กขโมยน้อย หรือเรื่องวิวาทบาดหมางแย่งอำนาจวาสนากันคงไม่เกิดขึ้นแน่ ถ้าคนในโลกนี้เกี่ยวข้องกันในการเป็นมิตรสหายกัน.แฮก - เสี่ยว

พูดคุย

ร่วมให้กำลังใจหรือติชม


หมวดหมู่ตามตัวอักษร

แยกคำศัพท์ เรียงตามตัวอักษรให้หาง่ายๆ