ค้นหา คำราชาศัพท์

ราชาศัพท์ รวมทุกหมวดคำราชาศัพท์

ราชาศัพท์ คำราชาศัพท์ คืออะไร

คำราชาศัพท์ ถ้าแปลตามรูปศัพท์ หมายถึง คำศัพท์สำหรับพระมหากษัตริย์ คำราชาศัพท์ใช้กับพระมหากษัตริย์ เจ้านายหรือพระบรมวงศานุวงศ์ พระสงฆ์และคนสุภาพ ราชาศัพท์เป็นวัฒนธรรมทางภาษาที่ชาวไทยใช้สื่อสารกับบุคคลดังกล่าวด้วยความเชื่อและการยกย่องมาแต่โบราณกาล และยังใช้อยู่ในปัจจุบัน

 คำราชาศัพท์

ประเภทของคำราชาศัพท์

จำแนกเป็น 5 ประเภท คือ

  1. พระมหากษัตริย์
  2. พระบรมวงศานุวงศ์
  3. พระสงฆ์
  4. ข้าราชการชั้นสูงหรือขุนนาง
  5. สุภาพชนทั่วไป

หมวดหมู่คำราชาศัพท์

คำราชาศัพท์นั้นสามารถแบ่งออกได้เป็นทั้งหมด  10 หมวด ได้แก่

แนะนำแหล่งข้อมูลเกี่ยวกับคำราชาศัพท์

คำราชาศัพท์ 100 คำ ตามหมวดหมู่

คำราชาศัพท์ หมวดร่างกาย ได้แก่

# คำราชาศัพท์ ความหมาย
1 กล่องพระสกุล มดลูก
2 กล้ามพระมังสา กล้ามเนื้อ
3 กำพระหัตถ์ กำมือ กำหมัด กำปั้น
4 ขมวดพระศก , ขมวดพระเกศา ขมวดผมที่เป็นก้นหอย
5 ขอบพระเนตร ขอบตา
6 ข้อนิ้วพระหัตถ์ , พระองคุลีบัพ ข้อนิ้วมือ
7 ข้อพระกร , ข้อพระหัตถ์ ข้อมือ
8 ข้อพระบาท ข้อเท้า
9 ช่องพระนาสิก ช่องจมูก
10 ช่องพระโสต , ช่องพระกรรณ ช่องหู

คำราชาศัพท์ หมวดสัตว์และเบ็ดเตล็ด ได้แก่

# คำราชาศัพท์ ความหมาย
11 กระบือ ควาย
12 กล้วยสั้น กล้วยกุ
13 กล้วยเปลือกบาง, กล้วยกะ กล้วยไข่
14 ขนมดอกเหล็ก, ขนมทราย ขนมขี้หนู
15 ขนมสอดไส้ ขนมใส่ไส้
16 ข้าวเสวย ข้าว หรือเรียกว่า พระกระยา
17 จิตรจูล, จิตรจุล เต่า
18 ชัลลุกะ, ชัลลุกา ปลิง
19 ช้าง 2 ช้าง, ช้าง 2 เชือก ช้าง 2 ตัว
20 ช้างนรการ ช้างสีดอ (ช้างพลายมีงาสั้น)

คำราชาศัพท์ หมวดเครื่องประดับ ได้แก่

# คำราชาศัพท์ ความหมาย
21 กำไลข้อพระบาท, ทองพระบาท กำไลข้อเท้า
22 ตุ้มพระกรรณ ต่างหู
23 ทองพระกร, พระกำไล, พระวลัย กำไล
24 พระกรรเจียก จอนหู
25 พระกำไลหยก กำไลหยก
26 พระกุณฑล ต่างหู
27 พระจุฑามณี ปิ่นประดับเพชร
28 พระธำมรงค์ แหวน
29 พระปั้นเหน่ง หัวเข็มขัด
30 พระมหามงกุฎ หมายถึงพระมหาพิชัยมงกุฎในเครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์

คำราชาศัพท์ หมวดเครื่องภาชนะใช้สอย ได้แก่

# คำราชาศัพท์ ความหมาย
31 จานเครื่องต้น จาน
32 ฉลองพระหัตถ์ช้อน ช้อน
33 ฉลองพระหัตถ์ตะเกียบ ตะเกียบ
34 ฉลองพระหัตถ์ส้อม ส้อม
35 ชามชำระพระหัตถ์ ชามล้างมือ
36 ชามเครื่องต้น, ถ้วยชามเครื่องต้น ถ้วยชาม
37 ถาดพระสุธารส ถาดเครื่องน้ำร้อน น้ำเย็น
38 ถ้วยพระสุธารส ถ้วยน้ำ
39 ที่พระสุธารส ชุดเครื่องน้ำร้อน น้ำเย็น
40 บ้วนพระโอษฐ์ กระโถน

คำราชาศัพท์ หมวดเครื่องใช้ทั่วไป ได้แก่

# คำราชาศัพท์ ความหมาย
41 กระเป๋าทรง กระเป๋าถือ
42 คันฉ่อง กระจกมีคันถือ แว่นโลหะขัดเงามีด้าม ใช้เป็นกระจกส่องหน้า
43 ฉลองพระหัตถ์, ฉลองได, นารายณ์หัตถ์ ไม้เกาหลัง
44 ฉลองพระเนตร แว่นตา
45 ตลับพระมณฑปเล็ก ตลับยอดมณฑป
46 ตั่ง ที่นั่งไม่มีพนัก
47 ที่สรงพระพักตร์, ถาดสรงพระพักตร์, อ่างล้างหน้า
48 ธารพระกร ไม้เท้า, ไม้วา, ไม้วัด
49 น้ำจัณฑ์ เหล้า
50 พระกรรภิรมย์ ฉัตรสีขาว ลงยันต์ด้วยเส้นทอง 5 ชั้น สำรับหนึ่งมี 3 คัน

คำราชาศัพท์ หมวดกริยา ได้แก่

# คำราชาศัพท์ ความหมาย
51 ชำระพระหัตถ์ ล้างมือ
52 ตรัส พูดด้วย
53 ถวายบังคม ไหว้
54 ทรงถาม, ตรัสถาม ถาม
55 ทรงทักทาย, ตรัสทักทาย ทักทาย ทรงทักทายอย่างไม่เป็นทางการกับบุคคลทั่วไป
56 ทรงปราศรัย ปราศรัย
57 ทรงพระกาสะ ไอ
58 ทรงพระปรมาภิไธย ลงลายมือชื่อ
59 ทรงพระปินาสะ จาม
60 ทรงพระราชนิพนธ์ แต่งหนังสือ

คำราชาศัพท์ หมวดพระสงฆ์ ได้แก่

# คำราชาศัพท์ ความหมาย
61 กุฏิ เรือนที่พักในวัด
62 คิลานเภสัช ยารักษาโรค
63 จังหัน อาหาร
64 จำวัด นอน
65 ฉัน รับประทาน
66 ถาน,เวจกุฎี ห้องสุขา
67 นิมนต์ เชิญ
68 ประเคน ถวาย
69 ปลงผม โกนผม
70 ปัจจัย เงิน

คำราชาศัพท์ หมวดสรรพนาม ได้แก่

# คำราชาศัพท์ ความหมาย
71 กระผม, ดิฉัน แทนชื่อผู้พูด (บุรุษที่ 1)
72 ข้าพระพุทธเจ้า แทนชื่อผู้พูด (บุรุษที่ 1)
73 ท่าน แทนผู้ที่พูดถึง
74 ฝ่าพระบาท แทนชื่อที่พูดด้วย
75 พระคุณท่าน แทนชื่อที่พูดด้วย
76 พระคุณเจ้า แทนชื่อที่พูดด้วย
77 พระองค์ แทนผู้ที่พูดถึง (บุรุษที่ 3)
78 พระเดชพระคุณ แทนชื่อที่พูดด้วย
79 ใต้ฝ่าละอองธุรีพระบาท แทนชื่อที่พูดด้วย (บุรุษที่ 2)
80 ใต้ฝ่าละอองพระบาท แทนชื่อที่พูดด้วย (บุรุษที่ 2)

คำราชาศัพท์ หมวดอาหาร ได้แก่

# คำราชาศัพท์ ความหมาย
81 กล้วยเปลือกบางหรือกล้วยกระ กล้วยไข่
82 ขนมดอกเหล็กหรือขนมทราย ขนมขี้หนู
83 ขนมทองฟู ขนมตาล
84 ขนมบัวสาว ขนมเทียน
85 ขนมสอดไส้ ขนมใส่ไส้
86 ขนมเส้น ขนมจีน
87 ถั่วเพาะ ถั่วงอก
88 นารีจำศีล กล้วยบวชชี
89 ปลามัจฉะ ปลาร้า
90 ปลายาว ปลาไหล

คำราชาศัพท์ หมวดเครือญาติ ได้แก่

# คำราชาศัพท์ ความหมาย
91 พระขนิษฐา น้องสาว
92 พระชนกหรือพระราชบิดา พ่อ
93 พระชนนีหรือพระราชมารดา แม่
94 พระชามาดา ลูกเขย
95 พระปัยกา ปู่ทวดหรือตาทวด
96 พระปัยยิกา ย่าทวดหรือยายทวด
97 พระปิตุจฉา ป้าหรืออาหญิง
98 พระปิตุลา ลุงหรืออาชาย
99 พระภาคิไนย หลานที่เป็นลูกของพี่สาวหรือน้องสาว
100 พระภาติยะ หลานที่ลูกของพี่ชาย หรือน้องชาย

 

>> ยังมีหมวดอื่นๆ อีก กดไปดูทั้งหมดได้ตรงนี้เลยจ้า หมวดหมู่คำราชาศัพท์ ทั้งประเภทและเรียงตามตัวอักษร <<

 

  

ความหมายของคำราชาศัพท์

คำราชาศัพท์ คือ คำสุภาพที่ใช้ให้เหมาะสมกับฐานะของบุคคลต่าง ๆ คำราชาศัพท์เป็นการกำหนดคำและภาษาที่สะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมอันดีงามของไทย แม้คำราชาศัพท์จะมีโอกาสใช้ในชีวิตน้อยครั้ง แต่เป็นสิ่งที่แสดงถึงความละเอียดอ่อนของภาษาไทยที่มีคำหลายรูปหลายเสียงในความหมายเดียวกัน และเป็นลักษณะพิเศษของภาษาไทย โดยเฉพาะ ซึ่งใช้กับบุคคลกลุ่มต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

 

คำราชาศัพท์ หมายความว่า ศัพท์หลวง ศัพท์ราชการ และหมายรวมถึงคำสุภาพซึ่งนำมาใช้ให้ถูกต้องตามชั้นหรือฐานะของบุคคล

บุคคลผู้ที่ต้องใช้คำราชาศัพท์ด้วย / ประเภทของคำราชาศัพท์

บุคคลที่ผู้พูดต้องใช้คำราชาศัพท์ด้วย สามารถจำแนกเป็น 5 ประเภท ได้แก่

  1. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ
  2. พระบรมวงศานุวงศ์
  3. พระภิกษุสงฆ์ สามเณร
  4. ขุนนาง ข้าราชการ
  5. สุภาพชน


บุคคลในกลุ่มที่ 1 และ 2 จะใช้ราชาศัพท์ชุดเดียวกัน

เช่นเดียวกับบุคคลในกลุ่มที่ 4 และ 5 ก็ใช้คำราชาศัพท์ในชุดเดียวกันและเป็นคำราชาศัพท์ที่เราใช้อยู่เป็นประจำ

ในสังคมมนุษย์เราถือว่าการให้เกียรติแก่บุคคลที่เป็นหัวหน้าชุมชน หรือผู้ที่ชุมชนเคารพนับถือนั้น เป็นวัฒนธรรมอย่างหนึ่งของมนุษยชาติ ทุกชาติ ทุกภาษา ต่างยกย่องให้เกียรติแก่ผู้เป็นประมุขของชุมชนด้วยกันทั้งสิ้น

ดังนั้นแทบทุกชาติ ทุกภาษาจึงต่างก็มี คำสุภาพ สำหรับ ใช้กับประมุขหรือผู้ที่เขาเคารพนับถือ จะมากน้อยย่อมสุดแต่ขนบประเพณีของชาติ และจิตใจของประชาชนในชาติว่ามีความเคารพในผู้เป็นประมุขเพียงใด

เมืองไทยเราก็มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขของชาติ และพระประมุขของเรา แต่ละพระองค์ทรงพระปรีชาสามารถ จึงทำให้ประชาชนส่วนใหญ่มีความ เคารพสักการะอย่างสูงสุดและมีความจงรักภักดีอย่างแนบแน่นตลอดมานับตั้งแต่โบราณกาลจนถึงปัจจุบัน

คำราชาศัพท์เริ่มมีมาตั้งแต่สมัยใด?

ประวัติของคำราชาศัพท์

ในแหล่งอ้างอิงบางฉบับได้ให้ข้อสันนิษฐานไว้ว่า คนไทยเริ่มใช้คำราชาศัพท์ในรัชสมัยพระธรรมราชาลิไท พระร่วงองค์ที่ 5 แห่งสุโขทัย เพราะศิลาจารึกต่างในแผ่นดินนั้น รวมทั้งบทพระราชนิพนธ์ของท่าน คือ ไตรภูมิพระร่วง ปรากฏว่ามีคำราชาศัพท์อยู่หลายคำ เช่น ราชอาสน์ พระสหาย สมเด็จ ราชกุมาร เสด็จ บังคม เสวยราชย์ ราชาภิเศก เป็นต้น

บางท่านกล่าวว่า คำราชาศัพท์นั้นเริ่มใช้ในสมัยกรุงศรีอยุธยา เพราะพระปฐมบรมกษัตริย์ที่ทรงสร้างกรุงศรีอยุธยา ทรงนิยมเขมร ถึงกับเอาลัทธิและภาษาเขมรมาใช้ เช่น เอาคำว่า "สมเด็จ" ซึ่งเขมรใช้เป็นคำนำพระนามพระเจ้าแผ่นดินมาเป็นคำนำพระนามของพระองค์ และใช้ภาษาเขมรเป็นราชาศัพท์

และจากหลักฐานที่พบข้อความในศิลาจารึกวัดศรีชุม กล่าวถึงเรื่องตั้งราชวงศ์และเมืองสุโขทัยตอนหนึ่งมีความว่า "พ่อขุนผาเมืองจึงอภิเสกพ่อขุนบางกลางหาวใหเมืองสุโขไท" คำว่า "อภิเษก" นี้เป็นภาษาสันสกฤต ไทยเรารับมาใช้สำหรับพิธีการแต่งตั้งตำแหน่งชั้นสูง จึงอยู่ในประเภทราชาศัพท์ และพิธีนี้มีมาตั้งแต่ราชวงศ์สุโขทัย จึงน่าสงสัยว่าในสมัยนั้นอาณาจักรสุโขทัยนี้ ก็คงจะมีการใช้คำราชาศัพท์บางคำกันแล้ว

คำราชาศัพท์

 

ที่มาของคำราชาศัพท์

คำราชาศัพท์ นั้น มีที่มาอยู่ 2 อย่าง คือ

  1. รับมาจากภาษาอื่น
    ภาษาเขมร เช่น โปรด เขนย เสวย เสด็จ เป็นต้น
    ภาษาบาลี-สันสกฤต เช่น อาพาธ เนตร หัตถ์ โอรส  เป็นต้น
  2. การสร้างคำขึ้นใหม่ โดยการประสมคำ เช่น ลูกหลวงซับพระพักตร์ ตั้งเครื่อง เป็นต้น

 

 

ภาษาที่ใช้คำราชาศัพท์

คำราชาศัพท์มิได้มีที่มาจากภาษาไทยภาษาเดียว ด้วยว่าการใช้คำราชาศัพท์เป็นการใช้ด้วยตั้งใจ จะทำให้เกิดความรู้สึกยกย่อง เทิดทูน จึงได้เจาะจงรับคำในภาษาต่างๆ ที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับไทยมาใช้เป็นพิเศษ โดยเฉพาะภาษาที่นับถือกันว่าเป็นภาษาสูงและศักดิ์สิทธิ์ คำราชาศัพท์ส่วนใหญ่จึงมีที่มาจากภาษาต่างประเทศมากมาย

อย่างไรก็ตามก็ยังมีคำราชาศัพท์จำนวนไม่น้อยที่ใช้คำภาษาไทยแท้ ซึ่งเป็นคำสามัญยกระดับขึ้นเป็นคำราชาศัพท์ ดังนั้นจึงอาจกล่าวได้ว่าคำราชาศัพท์นั้นมีที่มาจากทั้งภาษาต่างประเทศและ ภาษาไทยของเราเอง ดังจะได้พิจารณาต่อไปนี้จากภาษาต่างประเทศ

ตั้งแต่สมัยโบราณมา คนไทยได้ติดต่อกับคนต่างชาติต่างภาษามากมาย ในบรรดาภาษาทั้งหลายเหล่านั้น มีบางภาษาที่เรายกย่องกันว่าเป็นภาษาสูงและศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งก็ได้แก่ ภาษาเขมร บาลี และสันกฤต ภาษาอื่น ๆ ก็นำมาใช้เป็นคำราชาศัพท์บ้าง แต่ก็ไม่มากและสังเกตได้ชัดเจนเท่า 3 ภาษาที่กล่าวแล้ว

 

 

การเรียนรู้เรื่องคำราชาศัพท์

ตามที่หลายคนคิดว่าคำราชาศัพท์เป็นเรื่องของในรั้วในวัง เป็นเรื่องของผู้ใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาทนั้น ทำให้คิดต่อไปอีกว่า คำราชาศัพท์เป็นเรื่องยากซึ่งเมื่อก่อนอาจเป็นจริง แต่ปัจจุบันคำราชาศัพท์เป็นเรื่องในชีวิตประจำวันไปเสียแล้ว แม้มิได้ใช้มากเท่ากับภาษาสามัญที่ใช้อยู่ในการดำรงชีวิตประจำวันแต่ทุกคน โดยเฉพาะผู้มีการศึกษาก็ต้องมีโอกาสที่จะสัมผัสกับคำราชาศัพท์ทุกวัน ไม่โดยตรงก็โดยทางอ้อม โดยเฉพาะทางสื่อมวลชน

การเรียนรู้วิธีใช้คำราชาศัพท์นั้น กล่าวโดยสรุป ต้องเรียนรู้ใน 2 ประการ คือ เรียนรู้คำ ประการหนึ่งกับ เรียนรู้วิธี อีกประการหนึ่ง

เรียนรู้คำ คือ ต้องเรียนรู้คำราชาศัพท์
เรียนรู้วิธี คือ ต้องเรียนรู้วิธีหรือเรียนรู้ธรรมเนียมการใช้คำราชาศัพท์

คำราชาศัพท์สำหรับพระมหากษัตริย์ และพระบรมวงศานุวงศ์ลำดับพระราชอิสริยศักดิ์พระบรมราชวงศ์
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว , สมเด็จพระบรมราชินีนาถ
สมเด็จพระบรมราชินี , สมเด็จพระบรมราชชนนี , สมเด็จพระยุพราช , สมเด็จพระสยามบรมราชกุมารี
สมเด็จเจ้าฟ้า
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้า
พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า
พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า
หม่อมเจ้า

 

สำหรับคำว่า พระราชโองการ และพระราโชวาท หากใช้กับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะมีคำว่า "บรม" นำหน้าคำว่า "ราช" เสมอ