คําราชาศัพท์ ครบถ้วนทุกหมวดหมู่ ร่างกาย พระสงฆ์ กริยา สรรพนาม เครือญาติ

โดย Teacher Guru    

คำราชาศัพท์ คืออะไร

คำราชาศัพท์ถ้าแปลตามรูปศัพท์ หมายถึง ศัพท์สำหรับพระมหากษัตริย์ คำราชาศัพท์ใช้กับพระมหากษัตริย์ เจ้านายหรือพระบรมวงศานุวงศ์ พระสงฆ์และคนสุภาพ ราชาศัพท์เป็นวัฒนธรรมทางภาษาที่ชาวไทยใช้สื่อสารกับบุคคลดังกล่าวด้วยความเชื่อและการยกย่องมาแต่โบราณกาล และยังใช้อยู่ในปัจจุบัน

 

หมวดหมู่คำราชาศัพท์

คำราชาศัพท์นั้นสามารถแบ่งออกได้เป็นทั้งหมด  10 หมวด ได้แก่

คำราชาศัพท์ หมวดร่างกาย

คำศัพท์ คำราชาศัพท์ คำศัพท์ คำราชาศัพท์
มดลูก กล่องพระสกุล แขน (ตั้งแต่ไหล่ถึงศอก) พระพาหา , พระพาหุ
กล้ามเนื้อ กล้ามพระมังสา เนื้อ พระมังสา
กำมือ กำหมัด กำปั้น กำพระหัตถ์ นิ้วกลาง พระมัชฌิมา
ขมวดผมที่เป็นก้นหอย ขมวดพระศก , ขมวดพระเกศา มันในสมอง พระมัตถลุงค์
ขอบตา ขอบพระเนตร หนวด พระมัสสุ
ข้อนิ้วมือ ข้อนิ้วพระหัตถ์ , พระองคุลีบัพ กำมือ กำหมัด กำปั้น พระมุฐิ
ข้อมือ ข้อพระกร , ข้อพระหัตถ์ ตับ พระยกนะ (ยะ-กะ-นะ)
ข้อเท้า ข้อพระบาท ฝี, หัวฝี พระยอด
ช่องจมูก ช่องพระนาสิก ไหปลาร้า พระรากขวัญ
ช่องหู ช่องพระโสต , ช่องพระกรรณ น้ำในไขข้อ พระลสิกา
ต่อมน้ำตา ท่อน้ำตา ต่อมพระเนตร ไต (โบราณว่าม้าม) พระวักกะ
ต้นลิ้น ลิ้นไก่ โคนลิ้น ต้นพระชิวหา , มูลพระชิวหา กระเพาะปัสสาวะ พระวัตถิ
ขากรรไกร ขากรรไตร หรือขาตะไกร ต้นพระหนุ ลม พระวาโย
นิ้วเท้า นิ้วพระบาท คอ พระศอ
ผิวหน้า ผิวพระพักตร์, พระราศี รก สิ่งที่ติดมากับสายสะดือเด็กในครรภ์ พระสกุล , พระครรภมล
ฝ่าเท้า ฝ่าพระบาท กะโหลกศีรษะ กะโหลกพระเศียร พระสิรัฐิ , พระสีสกฏาหะ
ฝ่ามือ ฝ่าพระหัตถ์ หัวใจ พระหทัย , พระกมล
กระดูกสะเอว พระกฏิฐิ คาง พระหนุ
นิ้วก้อย พระกนิษฐา กระดูกคาง พระหนุฐิ
แก้วตา พระกนีนิกา , พระเนตรดารา กระดูกมือ พระหัตถัฐิ
ปลายแขน (ตั้งแต่ข้อศอกถึงข้อมือ) พระกร มือ พระหัตถ์
หู ใบหู พระกรรณ ส่วนต่างๆ ของร่างกาย พระองคาพยพ
ฟันกราม พระกราม นิ้วมือ พระองคุลี , นิ้วพระหัตถ์
สะเอว เอว พระกฤษฎี , บั้นพระองค์, พระกฏิ นิ้วนาง พระอนามิกา
น้ำนม พระกษิรธารา สิว พระอสา
รักแร้ พระกัจฉะ เถ้ากระดูก พระอังคาร, พระสรีรางคาร
ขนรักแร้ พระกัจฉโลมะ นิ้วหัวแม่มือ พระอังคุฐ
ลูกกระเดือก พระกัณฐมณี จะงอยบ่า พระอังสกุฏ
ข้อศอก พระกัประ , พระกโบระ กระดูกไหล่ พระอังสัฐิ
กระพุ้งแก้ม พระกำโบล , กระพุ้งพระปราง บ่า ไหล่ พระอังสา
พังผืด พระกิโลมกะ กระดูก พระอัฐิ
ไส้พุง พระกุญชะ ลูกอัณฑะ พระอัณฑะ
คิ้ว พระขนง , พระภมู ไส้น้อย, ไส้ทบ พระอันตคุณ
มีครรภ์ มีท้อง พระครรโภทร , พระคัพโภทร ไส้ใหญ่ พระอันตะ
กระดูกคอ พระคีวัฐิ ลมหายใจออก พระอัสสาสะ
องค์ที่ลับชาย พระคุยหฐาน, พระคุยหประเทศ น้ำตา พระอัสสุธารา , พระอัสสุชล, น้ำพระเนตร
มวยผม ท้ายทอย พระจุฑามาศ ขนหว่างคิ้ว พระอุณาโลม
ไรจุก ไรผม พระจุไร ท้อง พระอุทร
ผิวหนัง ผิวกาย พระฉวี อก พระอุระ , พระทรวง
เงา พระฉายา กระดูกหน้าอก พระอุรัฐิ
แข้ง พระชงฆ์ เลือดประจำเดือนหญิง พระอุหลบ, พระบุษปะ
กระดูกแข้ง พระชังฆัฐิ กระดูกขา พระอูรัฐิ
คอต่อ พระชัตตุ ต้นขา โคนขา ขาอ่อน พระอูรุ
เข่า พระชานุ เส้นผม พระเกศา , พระเกศ, พระศก
ลิ้น พระชิวหา น้ำลาย พระเขฬะ
ชีพจร พระชีพจร ดวงตา พระเนตร , พระนัยนะ, พระจักษุ
นิ้วชี้ พระดัชนี ตาขาว พระเนตรขาว , ดวงพระเนตรขาว
เพดานปาก พระตาลุ , เพดานพระโอษฐ์ ตาดำ พระเนตรดำ , ดวงพระเนตรดำ
เต้านม พระถัน , พระเต้า, พระปโยธร ขา ตัก พระเพลา
ฟัน พระทนต์ ไคล พระเมโท
เหงือก พระทันตมังสะ , พระทันตมังสา เปียผม ช้องผม พระเวณิ
เขี้ยว พระทาฐะ , พระทาฒะ หัว ศีรษะ พระเศียร
เครา หนวดที่คาง พระทาฐิกะ , พระทาฒิกะ เสลด พระเสมหะ
ก้น ที่นั่งทับ พระที่นั่ง เหงื่อ พระเสโท
เส้นประสาท พระธมนี ตาตุ่ม พระโคปผกะ
เล็บ พระนขา , พระกรชะ จุก หรือมวยผม พระโมลี , พระเมาลี
หน้าผาก พระนลาฏ องค์ที่ลับหญิง พระโยนี
เส้น เอ็น พระนหารู ขนตา พระโลมจักษุ , ขนพระเนตร
สะดือ ท้อง พระนาภี ขนจมูก พระโลมนาสิก , ขนพระนาสิก
จมูก พระนาสิก , พระนาสา ขน พระโลมา
อุจจาระ พระบังคนหนัก ตะโพก พระโสณี
ปัสสาวะ พระบังคนเบา ปาก ริมฝีปาก พระโอษฐ์
เท้า พระบาท ขี้เล็บ มูลพระนขา
น้ำหนอง น้ำเหลือง พระบุพโพ น้ำมูก มูลพระนาสิก
สีข้าง พระปรัศว์ ม่านตา ม่านพระเนตร
แก้ม พระปราง หัวนม ยอดพระถัน , พระจูจุกะ
หลัง พระปฤษฏางค์ , พระขนอง ลำคอ ลำพระศอ
ส้นเท้า พระปัณหิ, พระปราษณี, ส้นพระบาท สันจมูก สันพระนาสิก , สันพระนาสา
ปอด พระปัปผาสะ สายรก สายพระสกุล
ลมหายใจเข้า พระปัสสาสะ หนังตา เปลือกตา หรือหลังตา หนังพระเนตร , หลังพระเนตร
กระดูกเท้า พระปาทัฐิ หลอดลม หลอดพระวาโย
กระดูกสันหลัง พระปิฐิกัณฐกัฐิ น่อง หลังพระชงฆ์
ดี น้ำดี พระปิตตะ หลังเท้า หลังพระบาท
ม้าม (โบราณว่าไต) พระปิหกะ หลังมือ หลังพระหัตถ์
ไฝ ขี้แมลงวัน พระปีฬกะ อุณหภูมิของร่างกาย อุณหภูมิพระวรกาย
ซี่โครง พระผาสุกะ เส้นผมของพระมหากษัตริย์ เส้นพระเจ้า
กระดูกซี่โครง พระผาสุกัฐิ เส้นเลือด หลอดเลือด เส้นพระโลหิต, หลอดพระโลหิต
ดวงหน้า พระพักตร์ ไรฟัน ไรพระทนต์
กระดูกแขน พระพาหัฐิ ไรผม ไรพระเกศ , ไรพระเกศา, ไรพระศก

คำราชาศัพท์ หมวดเครือญาติ

คำศัพท์ คำราชาศัพท์ คำศัพท์ คำราชาศัพท์
น้องสาว พระขนิษฐา ลูกสาว พระราชธิดา, พระเจ้าลูกเธอ
พ่อ พระชนกหรือพระราชบิดา หลานชายหรือหลานสาว พระราชนัดดา
แม่ พระชนนีหรือพระราชมารดา เหลน พระราชปนัดดา
ลูกเขย พระชามาดา ลูกชาย พระราชโอรสหรือพระเจ้าลูกยาเธอ
ปู่ทวดหรือตาทวด พระปัยกา สามี พระสวามีหรือพระภัสดา
ย่าทวดหรือยายทวด พระปัยยิกา พ่อสามี พระสสุระ
ป้าหรืออาหญิง พระปิตุจฉา แม่สามี พระสัสสุ
ลุงหรืออาชาย พระปิตุลา ลูกสะใภ้ พระสุณิสา
หลานที่เป็นลูกของพี่สาวหรือน้องสาว พระภาคิไนย น้องชาย พระอนุชา
หลานที่ลูกของพี่ชาย หรือน้องชาย พระภาติยะ ปู่หรือตา พระอัยกา
ป้าหรือน้าหญิง พระมาตุจฉา ย่าหรือยาย พระอัยยิกา
ลุงหรือน้าชาย พระมาตุลา พี่สาว พระเชษฐภคินี
ภรรยา พระมเหสีหรือพระชายา พี่ชาย พระเชษฐา
     

คําราชาศัพท์ หมวดกริยา

คำศัพท์ คำราชาศัพท์ คำศัพท์ คำราชาศัพท์
ล้างมือ ชำระพระหัตถ์ คำถาม พระปุจฉา
พูดด้วย ตรัส คำพูด พระราชดำรัส
ไหว้ ถวายบังคม คำพูด พระราชดำรัส, พระราชกระแส, กระแสพระราชดำรัส
ถาม ทรงถาม, ตรัสถาม คำสั่ง พระราชดำรัสสั่ง
ทักทาย ทรงทักทายอย่างไม่เป็นทางการกับบุคคลทั่วไป ทรงทักทาย, ตรัสทักทาย ความคิด พระราชดำริ
ปราศรัย ทรงปราศรัย ให้ พระราชทาน
ไอ ทรงพระกาสะ คำสั่ง พระราชบัญชา
ลงลายมือชื่อ ทรงพระปรมาภิไธย คำสั่ง พระราชบัณฑูร
จาม ทรงพระปินาสะ ทักทายปราศรัย พระราชปฏิสันถาร
แต่งหนังสือ ทรงพระราชนิพนธ์ ทักทาย พระราชปฏิสันถาร
หัวเราะ ทรงพระสรวล คำทักทาย, การทักทาย เช่น กับแขกเมืองหรือพระราชอาคันตุกะ พระราชปฏิสันถาร
เรียน เขียน อ่าน ทรงพระอักษร คำถาม พระราชปุจฉา
สุขสบาย ทรงพระเกษมสำราญ ถาม พระราชปุจฉา
ยืน ทรงยืน คำวินิจฉัย, การวินิจฉัย พระราชวินิจฉัย
จับมือ ทรงสัมผัสมือ เขียนจดหมาย พระราชหัตถเลขา
แต่งตัว ทรงเครื่อง คำสั่ง พระราชเสาวนีย์, พระเสาวนีย์
ดู ทอดพระเนตร คำสั่ง พระราชโองการ
นอน บรรทม คำสั่ง พระราชโองการ
นั่ง ประทับ คำสอน พระราโชวาท
คำพูด พระดำรัส คำสั่งสอน พระราโชวาท
คำสั่ง พระดำรัสสั่ง คำวินิจฉัย, การวินิจฉัย พระวินิจฉัย
ความคิด พระดำริ คำสอน พระโอวาท
คำวินิจฉัย, การวินิจฉัย พระบรมราชวินิจฉัย อยากได้ มีพระราชประสงค์
ตัดสิน พระบรมราชวินิจฉัย คำสั่ง รับสั่ง
การเกื้อกูล, การอุปถัมภ์ พระบรมราชินูปถัมภ์ พูด รับสั่ง, ตรัส
การเกื้อกูล, การอุปถัมภ์ พระบรมราชูปถัมภ์, พระบรมราโชปถัมภ์ ล้างหน้า สรงพระพักตร์
คำสั่ง พระบรมราชโองการ ไปเที่ยว เสด็จประพาส
คำสอน พระบรมราโชวาท เดินทางไปที่ไกล ๆ เสด็จพระราชดำเนิน
คำสั่ง พระบวรราชโองการ เดินทางไปที่ใกล้ ๆ เสด็จลง...
คำสั่ง พระบัญชา คำสอน โอวาท
คำสั่ง พระบัณฑูร    

 

>> ยังมีหมวดอื่นๆ อีก กดไปดูทั้งหมดได้ตรงนี้เลยจ้า หมวดหมู่คำราชาศัพท์ ทั้งประเภทและเรียงตามตัวอักษร <<

 

 

 

ความหมายของคำราชาศัพท์

คำราชาศัพท์ คือ คำสุภาพที่ใช้ให้เหมาะสมกับฐานะของบุคคลต่าง ๆ คำราชาศัพท์เป็นการกำหนดคำและภาษาที่สะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมอันดีงามของไทย แม้คำราชาศัพท์จะมีโอกาสใช้ในชีวิตน้อยครั้ง แต่เป็นสิ่งที่แสดงถึงความละเอียดอ่อนของภาษาไทยที่มีคำหลายรูปหลายเสียงในความหมายเดียวกัน และเป็นลักษณะพิเศษของภาษาไทย โดยเฉพาะ ซึ่งใช้กับบุคคลกลุ่มต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

 

คำราชาศัพท์ หมายความว่า ศัพท์หลวง ศัพท์ราชการ และหมายรวมถึงคำสุภาพซึ่งนำมาใช้ให้ถูกต้องตามชั้นหรือฐานะของบุคคล

บุคคลผู้ที่ต้องใช้คำราชาศัพท์ด้วย / ประเภทของคำราชาศัพท์

บุคคลที่ผู้พูดต้องใช้คำราชาศัพท์ด้วย สามารถจำแนกเป็น 5 ประเภท ได้แก่

  1. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ
  2. พระบรมวงศานุวงศ์
  3. พระภิกษุสงฆ์ สามเณร
  4. ขุนนาง ข้าราชการ
  5. สุภาพชน


บุคคลในกลุ่มที่ 1 และ 2 จะใช้ราชาศัพท์ชุดเดียวกัน เช่นเดียวกับบุคคลในกลุ่มที่ 4 และ 5 ก็ใช้คำราชาศัพท์ในชุดเดียวกันและเป็นคำราชาศัพท์ที่เราใช้อยู่เป็นประจำใน สังคมมนุษย์เราถือว่าการให้เกียรติแก่บุคคลที่เป็นหัวหน้าชุมชน หรือผู้ที่ชุมชนเคารพนับถือนั้น เป็นวัฒนธรรมอย่างหนึ่งของมนุษยชาติ ทุกชาติ ทุกภาษา ต่างยกย่องให้เกียรติแก่ผู้เ ป็นประมุขของชุมชนด้วยกันทั้งสิ้น ดังนั้นแทบทุกชาติ ทุกภาษาจึงต่างก็มี คำสุภาพ สำหรับ ใช้กับประมุขหรือผู้ที่เขาเคารพนับถือ จะมากน้อยย่อมสุดแต่ขนบประเพณีของชาติ และจิตใจของประชาชนในชาติว่ามีความเคารพในผู้เป็นประมุขเพียงใด เมืองไทยเราก็มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขของชาติ และพระประมุขของเรา แต่ละพระองค์ทรงพระปรีชาสามารถ จึงทำให้ประชาชนส่วนใหญ่มีความ เคารพสักการะอย่างสูงสุดและมีความจงรกภักดีอย่างแนบแน่นตลอดมานับตั้งแต่ โบราณกาลจนถึงปัจจุบันคำราชาศัพท์เริ่มมีมาตั้งแต่สมัยใด

 

  

 

 

ประวัติของคำราชาศัพท์

ในแหล่งอ้างอิงบางฉบับได้ให้ข้อสันนิษฐานไว้ว่า คนไทยเริ่มใช้คำราชาศัพท์ในรัชสมัยพระธรรมราชาลิไท พระร่วงองค์ที่ 5 แห่งสุโขทัย เพราะศิลาจารึกต่างในแผ่นดินนั้น รวมทั้งบทพระราชนิพนธ์ของท่าน คือ ไตรภูมิพระร่วง ปรากฏว่ามีคำราชาศัพท์อยู่หลายคำ เช่น ราชอาสน์ พระสหาย สมเด็จ ราชกุมาร เสด็จ บังคม เสวยราชย์ ราชาภิเศก เป็นต้น

บางท่านกล่าวว่า คำราชาศัพท์นั้นเริ่มใช้ในสมัยกรุงศรีอยุธยา เพราะพระปฐมบรมกษัตริย์ที่ทรงสร้างกรุงศรีอยุธยา ทรงนิยมเขมร ถึงกับเอาลัทธิและภาษาเขมรมาใช้ เช่น เอาคำว่า "สมเด็จ" ซึ่งเขมรใช้เป็นคำนำพระนามพระเจ้าแผ่นดินมาเป็นคำนำพระนามของพระองค์ และใช้ภาษาเขมรเป็นราชาศัพท์

และจากหลักฐานที่พบข้อความในศิลาจารึกวัดศรีชุม กล่าวถึงเรื่องตั้งราชวงศ์และเมืองสุโขทัยตอนหนึ่งมีความว่า "พ่อขุนผาเมืองจึงอภิเสกพ่อขุนบางกลางหาวใหเมืองสุโขไท" คำว่า "อภิเษก" นี้เป็นภาษาสันสกฤต ไทยเรารับมาใช้สำหรับพิธีการแต่งตั้งตำแหน่งชั้นสูง จึงอยู่ในประเภทราชาศัพท์ และพิธีนี้มีมาตั้งแต่ราชวงศ์สุโขทัย จึงน่าสงสัยว่าในสมัยนั้นอาณาจักรสุโขทัยนี้ ก็คงจะมีการใช้คำราชาศัพท์บางคำกันแล้ว

คำราชาศัพท์

 

ที่มาของคำราชาศัพท์

คำราชาศัพท์ นั้น มีที่มาอยู่ 2 อย่าง คือ

  1. รับมาจากภาษาอื่น
    ภาษาเขมร เช่น โปรด เขนย เสวย เสด็จ เป็นต้น
    ภาษาบาลี-สันสกฤต เช่น อาพาธ เนตร หัตถ์ โอรส  เป็นต้น
  2. การสร้างคำขึ้นใหม่ โดยการประสมคำ เช่น ลูกหลวงซับพระพักตร์ ตั้งเครื่อง เป็นต้น

 

 

ภาษาที่ใช้คำราชาศัพท์

คำราชาศัพท์มิได้มีที่มาจากภาษาไทยภาษาเดียว ด้วยว่าการใช้คำราชาศัพท์เป็นการใช้ด้วยตั้งใจ จะทำให้เกิดความรู้สึกยกย่อง เทิดทูน จึงได้เจาะจงรับคำในภาษาต่างๆ ที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับไทยมาใช้เป็นพิเศษ โดยเฉพาะภาษาที่นับถือกันว่าเป็นภาษาสูงและศักดิ์สิทธิ์ คำราชาศัพท์ส่วนใหญ่จึงมีที่มาจากภาษาต่างประเทศมากมาย อย่างไรก็ตามก็ยังมีคำราชาศัพท์จำนวนไม่น้อยที่ใช้คำภาษาไทยแท้ ซึ่งเป็นคำสามัญยกระดับขึ้นเป็นคำราชาศัพท์ ดังนั้นจึงอาจกล่าวได้ว่าคำราชาศัพท์นั้นมีที่มาจากทั้งภาษาต่างประเทศและ ภาษาไทยของเราเอง ดังจะได้พิจารณาต่อไปนี้จากภาษาต่างประเทศ

ตั้งแต่สมัยโบราณมา คนไทยได้ติดต่อกับคนต่างชาติต่างภาษามากมาย ในบรรดาภาษาทั้งหลายเหล่านั้น มีบางภาษาที่เรายกย่องกันว่าเป็นภาษาสูงและศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งก็ได้แก่ ภาษาเขมร บาลี และสันกฤต ภาษาอื่นๆก็นำมาใช้เป็นคำราชาศัพท์บ้าง แต่ก็ไม่มากและสังเกตได้ชัดเจนเท่า 3 ภาษาที่กล่าวแล้ว

 

 

การเรียนรู้เรื่องคำราชาศัพท์

ตามที่หลายคนคิดว่าคำราชาศัพท์เป็นเรื่องของในรั้วในวัง เป็นเรื่องของผู้ใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาทนั้น ทำให้คิดต่อไปอีกว่า คำราชาศัพท์เป็นเรื่องยากซึ่งเมื่อก่อนอาจเป็นจริง แต่ปัจจุบันคำราชาศัพท์เป็นเรื่องในชีวิตประจำวันไปเสียแล้ว แม้มิได้ใช้มากเท่ากับภาษาสามัญที่ใช้อยู่ในการดำรงชีวิตประจำวันแต่ทุกคน โดยเฉพาะผู้มีการศึกษาก็ต้องมีโอกาสที่จะสัมผัสกับคำราชาศัพท์ทุกวัน ไม่โดยตรงก็โดยทางอ้อม โดยเฉพาะทางสื่อมวลชน

การเรียนรู้วิธีใช้คำราชาศัพท์นั้น กล่าวโดยสรุป ต้องเรียนรู้ใน 2 ประการ คือ เรียนรู้คำ ประการหนึ่งกับ เรียนรู้วิธี อีกประการหนึ่ง

เรียนรู้คำ คือ ต้องเรียนรู้คำราชาศัพท์
เรียนรู้วิธี คือ ต้องเรียนรู้วิธีหรือเรียนรู้ธรรมเนียมการใช้คำราชาศัพท์

คำราชาศัพท์สำหรับพระมหากษัตริย์ และพระบรมวงศานุวงศ์ลำดับพระราชอิสริยศักดิ์พระบรมราชวงศ์
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว , สมเด็จพระบรมราชินีนาถ
สมเด็จพระบรมราชินี , สมเด็จพระบรมราชชนนี , สมเด็จพระยุพราช , สมเด็จพระสยามบรมราชกุมารี
สมเด็จเจ้าฟ้า
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้า
พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า
พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า
หม่อมเจ้า

 

สำหรับคำว่า พระราชโองการ และพระราโชวาท หากใช้กับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะมีคำว่า "บรม" นำหน้าคำว่า "ราช" เสมอ

 

 

 

 

เมนูแนะนำที่น่าสนใจ

เมนูแนะนำที่น่าสนใจ

รวมทุกอย่างที่เกี่ยวข้องมาให้ค้นหาข้อมูลได้แบบสะดวกสุด

ค้นหาบ่อย

ค้นหาบ่อย

คำศัพท์ที่เป็นที่นิยมในการค้นหาจากเพื่อนๆ

บทความน่ารู้

บทความน่ารู้

แหล่งความรู้ อัปเดตใหม่ทุกวัน

แบบฝึกหัด

แบบฝึกหัด

ฝึกหัดความรู้เกี่ยวกับ คำราชาศัพท์ทั้งหมด

พูดคุย

พูดคุย

ร่วมให้กำลังใจหรือติชม