ในชีวิตประจำวันเราพูดคุยกันเป็นเรื่องธรรมดาแต่หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าคำที่ใช้แทนตัวผู้พูดและตัวคู่สนทนานั้นเรียกว่าอะไรด้วยซ้ำ เอ.. หรือนั่นคือคำสรรพนาม วันนี้เราจะมาพูดถึงคำเหล่านี้นั้นก็คือ คำสรรพนาม

ความหมายของคำสรรพนาม

คำสรรพนาม  หมายถึง  คำที่ใช้แทนคำนามชนิดต่าง ๆ เพื่อไม่ต้องกล่าวคำนามซ้ำอีกครั้ง
ชนิดของคำสรรพนาม
หลักภาษาไทยได้แบ่งคำสรรพนามออกเป็น ๖ ชนิด  ดังนี้
๑. บุรุษสรรพนาม  คือ  สรรพนามที่ใช้แทนคำนามในการพูดจากัน  แบ่งเป็น  ๓  ชนิด  ดังนี้
๑.๑  สรรพนามบุรุษที่ ๑  ใช้แทนผู้พูด            เช่น     ผม  ฉัน  ข้าพเจ้า
๑.๒  สรรพนามบุรุษที่ ๒  ใช้แทนผู้ฟัง            เช่น     ท่าน  เธอ  คุณ
๑.๓  สรรพนามบุรุษที่ ๓  ใช้แทนผู้กล่าวถึง      เช่น     เขา  มัน  ท่าน

๒. นิยมสรรพนาม คือ  สรรพนามที่ใช้แทนคำนามเพื่อบอกกำหนดให้ชัดเจนว่าอยู่ใกล้หรือไกล ได้แก่คำว่า  นี่  นั่น  โน่น  นี้  เช่น

  • นี่คือบ้านของฉัน
  • นั่นเป็นโรงเรียน
  • โน่นเป็นตลาด
  • นี้ของเธอ

๓.  อนิยมสรรพนาม  คือ  สรรพนามที่ใช้แทนคำนามบอกความไม่แน่นอน  ไม่เฉพาะเจาะจง ได้แก่คำว่า  ใคร  อะไร  ที่ไหน  สิ่งใด  เช่น

  • ใคร ๆ ก็เคยทำผิดทั้งนั้น
  • อะไรก็ไม่สำคัญเท่าการสอบเข้ามหาวิทยาลัย
  • ผู้ใดฝ่าฝืนกฎจะถูกลงโทษอย่างหนัก

๔. ปฤจฉาสรรพนาม  คือ  สรรพนามที่ใช้แทนคำนาม และใช้เป็นคำถาม  ได้แก่คำว่า  ใคร  อะไร  ที่ไหน  สิ่งใด  ผู้ใด  เช่น

  • อะไรอยู่ในขวด
  • ใครเป็นผู้แต่งเรื่องนายทองอิน
  • เมื่อไรเธอจะกลับมา

๕.  วิภาคสรรพนาม  คือ สรรพนามที่ใช้แทนคำนามเพื่อแยกนามนั้นออกเป็นส่วน ๆ ได้แก่คำว่า  ต่าง  บ้าง  กัน  บรรดา  เช่น

  • นักเรียนต่างคนต่างเดินทางกลับบ้าน
  • นักเรียนมีหลายคน
  • นักเรียนแต่ละคนเดินทางกลับบ้าน
    โดย ต่าง  แทน  นักเรียน
  • พี่กับน้องไปโรงเรียนด้วยกัน
    คำว่า  กัน  ในที่ได้นี้แสดงจำนวนหลายคนที่ร่วมกระทำ

๖.  ประพันธสรรพนาม  คือ  สรรพนามที่ใช้แทนคำนามที่อยู่ข้างหน้า  โดยทำหน้าที่เชื่อมประโยคให้เป็นประโยคเดียวกัน  ได้แก่คำว่า  ที่  ซึ่ง  อัน  ผู้  เช่น

  • รถยนต์ที่ผลิตจากประเทศญี่ปุ่นประหยัดน้ำมันมาก
    (ที่  เป็นคำสรรพนามที่แทนคำนาม รถยนต์)
  • เขาเป็นคนดีอันเกิดจากการอบรมของพ่อแม่
    (อัน  เป็นคำสรรพนามที่แทนคำนาม  คนดี)

 

ข้อสังเกตควรจำ

๑. คำว่า  หล่อน  เธอ  ท่าน  สามารถเป็นได้ทั้งสรรพนามบุรุษที่ ๒ และ ๓ โดยพิจารณาจากเนื้อความของประโยค
๒. คำที่เป็นนิยมสรรพนาม  ทำหน้าที่เป็นประธานของประโยคหรือเขียนหลังคำกริยา
แต่ถ้าเขียนอยู่หลังคำนามหรือคำสรรพนามอื่น ไม่ใช่นิยมสรรพนาม
แต่เป็นนิยมวิเศษณ์ เช่น
คนนี้ต้องการความช่วยเหลือ  = นี้ เขียนหลังคำนาม คน  จะทำหน้าที่เป็นคำขยายไม่ใช่ ประธานของประโยค จึงเป็นนิยมวิเศษณ์

หน้าที่ของคำสรรพนาม

๑. คำสรรพนามทำหน้าที่เป็นประธาน    เช่น  เขาชอบวิ่งออกกำลังกายตอนเช้า
๒. คำสรรพนามทำหน้าที่เป็นกรรม       เช่น   เขาเห็นเธอนั่งอยู่คนเดียว
๓. ทำหน้าที่เป็นส่วนเติมเต็ม (คำสรรพนามจะอยู่หลังคำกริยาเหล่านี้ เป็น เหมือน คล้าย เท่า คือ ) เช่น  ดาราคนนั้นหน้าเหมือนคุณมาก
๔. ทำหน้าที่ใช้เป็นคำเรียกขาน    เช่น  ท่านคะมีแขกมาขอพบค่ะ

 

เห็นแล้วใช่ไหมครับว่าคำสรรพนามนั้นก็มีหลักการใช้ของมัน เราจึงควรใช้ให้ถูกต้องตามหลักของภาษา

587 views