มองไปทางไหนก็เห็นแต่คนพูดถึงกระแสความดังของละครบุพเพสันนิวาส นาทีนี้คงต้องยกให้ละครเรื่องนี้จริงๆที่ทำให้สถานที่ท่องเที่ยวและคำเก่าในสมัยโบราณโดยเฉพาะคำเรียกคนอื่นอย่างคำว่า’’ออเจ้า’’เป็นกระแสขึ้นมาอย่างน่าประหลาดใจ ถ้าจะไม่พูดถึงความหมายของคำนี้ก็เห็นจะไม่ได้แล้ววันนี้เราจึงจะมาอธิบายถึงคำว่าออเจ้าว่ามีความหมายว่าอย่างไร

“ออเจ้า” เป็นสรรพนามใช้เรียกบุคคลที่อ่อนอาวุโสกว่า ผู้ประพันธ์เลือกใช้คำนี้ ด้วยพบในจดหมายเหตุของลาลูแบร์ ว่า “Otchaou”เป็นคำโบราณสมัยอยุธยา ประมาณ คุณ เธอ นาย

ในหนังสือว่าด้วยเรื่องพรรณนาอาณาจักรสยาม (Description du royaume de Siam) ของ ซิมง เดอ ลาลูแบร์ ทูตฝรั่งเศสสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช อธิบายว่า “Otchaou à une personne basse qu’on ne connait pas” แปลว่า ออเจ้า ใช้กับคน (ผู้หญิง) ต่ำกว่าที่ไม่รู้จัก แสดงว่าใช้กับคนที่ไม่สนิท แต่ความหมายน่าจะมีอะไรมากกว่านั้น เพราะในหลักฐานฝ่ายไทยบ่งว่าใช้กับคนที่สนิทกันด้วย และหลักฐานยุดหลังบ่งว่าใช้ในเชิงสุภาพ

เราต้องแบ่งออกเป็น 2 คำก่อน คือคำว่า “ออ” กับคำว่า “เจ้า”

คำว่าเจ้าเรารู้อยู่แล้วว่าหมายถึงบุคคลที่ 2 คือคนที่เราพูดด้วย (You นั่นเอง) ปัญหาอยู่ที่คำว่า “ออ”  เรารู้แค่ว่า ออ ใช้นำหน้าชื่อก็ได้ เช่น ออขวัญ แต่นิยมใช้ว่า “ออเจ้า” คือหมายถึงผู้ที่เราพูดด้วย จากเท่านี้พอจะเดาได้ว่า “ออ” ควรจะใช้ในเชิงสุภาพและเป็นทางการพอสมควร ออเจ้าควรจะเท่ากับคำว่า “คุณ” ในภาษาปัจจุบัน

ในพจนานุกรมรุ่นแรกของสยามชื่อศริพจน์ภาษาไทย์กับสัพะพะจะนะพาสาไท กลับสะกดว่า “อ่อ” และ “อ่อ เจ้า” อธิบายว่า เป็น vocative คือ คำเรียกผู้ที่จะพูดด้วย พร้อมกับให้ตัวอย่างภาษาอังกฤษว่า O sir ! (ใน wiktionary.org บอกชัดเลยว่า ออใช้กับผู้ชาย) ก็หมายความว่า ออ เท่ากับ อ่อ หรือ โอท่าน เหมือนกับที่พระเยซูใช้เรียกปุโรหิตนั่นเองแต่ผู้ชายจะใช้เรียกผู้หญิงก็น่ารักดี (ขอขอบคุณข้อมูลจากผู้ใช้facebook ชื่อ Kornkit Disthan)

 

เมื่อทราบถึงความหมายของคำว่า”ออเจ้า”แล้วก็คงนำไปใช้ได้อย่างถูกต้องตามความหมายอย่างไม่ขับข้องใจกันแล้วนะครับและคงต้องระมัดระวังกันด้วยหากจะใช้คำว่าออเจ้ากับคนที่มีอายุมากกว่าเราอาจจะมองว่าไม่ให้เกียรติคู่สนทนาแต่หากจะสนทนากันทั่วไปก็คงจะไม่เป็นไรเพราะปัจจุบันก็ยกเลิกใช้คำนี้ไปนานแล้ว