เด็ดบัวเหลือใย
สํานวนสุภาษิต
หมายถึง ตัดกันยังไม่ขาด ลึกๆ ยังรู้สึกดีต่อกัน ตัดบัวยังเหลือใย ก็ว่า
ประเภทสำนวน
"เด็ดบัวเหลือใย" จัดว่าเป็น สุภาษิต เพราะว่า เป็นคำสอนโดยตรงที่แนะนำวิธีการปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างเหมาะสม โดยไม่ต้องตีความหรือเปรียบเทียบ มีความหมายที่สมบูรณ์ในตัวเอง และให้ข้อคิดเตือนใจที่ชัดเจน
ที่มาและแนวคิดเบื้องหลัง
สุภาษิตนี้มีที่มาจากการเด็ดดอกบัว ซึ่งหากเด็ดอย่างระมัดระวังโดยเหลือใย (ก้านบัว) ไว้ ต้นบัวจะสามารถเจริญเติบโตและออกดอกใหม่ได้อีก เปรียบเสมือนการลงโทษหรือตำหนิผู้อื่นที่ควรทำอย่างพอดี ไม่รุนแรงเกินไปจนทำลายอนาคตหรือทำให้เขาหมดกำลังใจ
ตัวอย่างการใช้สำนวน "เด็ดบัวเหลือใย" ในประโยค
- ผู้บริหารที่ดีควรเด็ดบัวไว้ใย เมื่อต้องตำหนิพนักงาน เพื่อให้เขายังมีกำลังใจปรับปรุงตัว
- ครูต้องรู้จักเด็ดบัวไว้ใย เวลาลงโทษนักเรียนที่ทำผิด ไม่ใช่ตำหนิจนเด็กหมดกำลังใจที่จะเรียนรู้
สรุปและทบทวนเรื่อง สำนวน สุภาษิต และคำพังเพย
สุภาษิต และคำพังเพย จัดเป็น "สำนวน" ด้วยกันทั้งคู่ เพราะมีความหมายในเชิงเปรียบเทียบ และเป็นถ้อยคำที่ใช้สืบเนื่องกันมานาน
สุภาษิต เป็นถ้อยคำที่มักใช้คำสั้น ๆ กะทัดรัดแต่มีความหมายลึกซึ้ง มีสัมผัสคล้องจอง ส่วนใหญ่สุภาษิตที่ใช้ในสังคมไทยมักมีที่มาจากคำสอนทางพุทธศาสนา
คำพังเพย เป็นถ้อยคำที่ให้ข้อคิด โดยกล่าวถึงพฤติกรรมหรือธรรมชาติรอบตัว ส่วนมากมักเป็นถ้อยคำที่เป็นข้อสรุปการกระทำหรือพฤติกรรมทั่วไป อาจมีที่มาจากนิทาน ตำนาน วรรณคดี
หมายเหตุ
คำสุภาษิต หรือ สำนวนสุภาษิต คือ คำในภาษาไทยที่ใช้ในการสื่อสารเชิงเปรียบเทียบอุปมาอุปมัย มักมีความหมายในการตักเตือนสั่งสอนในทางบวก มีความหมายที่ดี เช่น รักยาวให้บั่นรักสั้นให้ต่อ น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ
สำนวนไทย หมายถึง ถ้อยคำ กลุ่มคำ หรือประโยคที่ไม่ได้แปลความหมายตรง ๆ แต่มีความหมายเชิงเปรียบเทียบแฝงอยู่ เช่น สอนจระเข้ให้ว่ายนํ้า รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง
คำพังเพย หมายถึง ถ้อยคำหรือข้อความที่กล่าวเป็นกลาง ๆ เพื่อให้ตีความเข้ากับเรื่อง มีความหมายแฝงอยู่ อาจเป็นคำที่ใช้สื่อในทางเปรียบเปรย หรือในทำนองเสียดสี เช่น กระต่ายตื่นตูม เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย