อย่าฝากเนื้อไว้กับเสือ
สํานวนสุภาษิต
หมายถึง อย่าฝากสิ่งใดสิ่งหนึ่งไว้กับผู้ที่ชอบสิ่งนั้นเพราะตนจะต้องสูญเสียสิ่งนั้นไป
ประเภทสำนวน
"อย่าฝากเนื้อไว้กับเสือ" จัดว่าเป็น สุภาษิต เพราะว่า เป็นคำสอนโดยตรงที่มีความชัดเจนในตัวเองและให้ข้อคิดหรือคำเตือนที่เข้าใจได้ทันที มีคำห้ามชัดเจน (อย่า) ซึ่งเป็นลักษณะของคำสอน
ที่มาและแนวคิดเบื้องหลัง
สุภาษิตนี้สอนเรื่องความไว้วางใจ โดยใช้ภาพพจน์ของการฝากเนื้อ (ซึ่งเป็นอาหารของเสือ) ไว้กับเสือ ซึ่งอันตรายอย่างยิ่ง เพราะเสือย่อมกินเนื้อนั้นอย่างแน่นอน เปรียบเสมือนการฝากสิ่งสำคัญหรือไว้วางใจคนที่มีแนวโน้มจะทำให้เราเดือดร้อนหรือเสียประโยชน์
ตัวอย่างการใช้สำนวน "อย่าฝากเนื้อไว้กับเสือ" ในประโยค
- กรรมการเลือกตั้งไม่ควรแต่งตั้งญาติของผู้สมัครมาเป็นผู้ดำเนินงานตรวจคะแนน เพราะนั่นเท่ากับอย่าฝากเนื้อไว้กับเสือ
- การให้คนติดการพนันเป็นผู้เก็บรักษาเงินกองกลาง เหมือนกับอย่าฝากเนื้อไว้กับเสือ เสี่ยงต่อการเอาเงินไปใช้ผิดวัตถุประสงค์
สรุปและทบทวนเรื่อง สำนวน สุภาษิต และคำพังเพย
สุภาษิต และคำพังเพย จัดเป็น "สำนวน" ด้วยกันทั้งคู่ เพราะมีความหมายในเชิงเปรียบเทียบ และเป็นถ้อยคำที่ใช้สืบเนื่องกันมานาน
สุภาษิต เป็นถ้อยคำที่มักใช้คำสั้น ๆ กะทัดรัดแต่มีความหมายลึกซึ้ง มีสัมผัสคล้องจอง ส่วนใหญ่สุภาษิตที่ใช้ในสังคมไทยมักมีที่มาจากคำสอนทางพุทธศาสนา
คำพังเพย เป็นถ้อยคำที่ให้ข้อคิด โดยกล่าวถึงพฤติกรรมหรือธรรมชาติรอบตัว ส่วนมากมักเป็นถ้อยคำที่เป็นข้อสรุปการกระทำหรือพฤติกรรมทั่วไป อาจมีที่มาจากนิทาน ตำนาน วรรณคดี
หมายเหตุ
คำสุภาษิต หรือ สำนวนสุภาษิต คือ คำในภาษาไทยที่ใช้ในการสื่อสารเชิงเปรียบเทียบอุปมาอุปมัย มักมีความหมายในการตักเตือนสั่งสอนในทางบวก มีความหมายที่ดี เช่น รักยาวให้บั่นรักสั้นให้ต่อ น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ
สำนวนไทย หมายถึง ถ้อยคำ กลุ่มคำ หรือประโยคที่ไม่ได้แปลความหมายตรง ๆ แต่มีความหมายเชิงเปรียบเทียบแฝงอยู่ เช่น สอนจระเข้ให้ว่ายนํ้า รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง
คำพังเพย หมายถึง ถ้อยคำหรือข้อความที่กล่าวเป็นกลาง ๆ เพื่อให้ตีความเข้ากับเรื่อง มีความหมายแฝงอยู่ อาจเป็นคำที่ใช้สื่อในทางเปรียบเปรย หรือในทำนองเสียดสี เช่น กระต่ายตื่นตูม เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย