หนักเอาเบาสู้
สํานวนสุภาษิต
หมายถึง ขยันขันแข็งไม่เกี่ยงงาน
ประเภทสำนวน
"หนักเอาเบาสู้" จัดว่าเป็น สุภาษิต เพราะว่า เป็นข้อความที่มีลักษณะเป็นคำสอนโดยตรง สอนให้มีความอดทนต่อความยากลำบาก และไม่ย่อท้อต่อการทำงาน มีความหมายชัดเจนและเข้าใจได้ทันที ไม่ต้องตีความเพิ่มเติม
ที่มาและแนวคิดเบื้องหลัง
สำนวนนี้สอนถึงคุณธรรมในการทำงานว่า ไม่ว่างานจะหนักหรือเบา ก็ต้องทำให้สำเร็จ ต้องมีความอดทน ไม่เลือกงาน พร้อมที่จะทำงานทุกอย่างไม่ว่าจะยากหรือง่าย เป็นคุณธรรมที่ดีในการทำงานและการดำเนินชีวิต
ตัวอย่างการใช้สำนวน "หนักเอาเบาสู้" ในประโยค
- คุณแม่สอนลูกๆ เสมอว่าให้เป็นคนหนักเอาเบาสู้ ไม่เลือกงาน ถึงจะประสบความสำเร็จในชีวิต
- ผู้จัดการชื่นชมพนักงานใหม่ว่าเป็นคนหนักเอาเบาสู้ ทำงานทุกอย่างที่ได้รับมอบหมายโดยไม่บ่นเลยสักครั้ง
- คนที่หนักเอาเบาสู้มักจะได้รับโอกาสก้าวหน้าในหน้าที่การงานมากกว่าคนที่เลือกงาน
สรุปและทบทวนเรื่อง สำนวน สุภาษิต และคำพังเพย
สุภาษิต และคำพังเพย จัดเป็น "สำนวน" ด้วยกันทั้งคู่ เพราะมีความหมายในเชิงเปรียบเทียบ และเป็นถ้อยคำที่ใช้สืบเนื่องกันมานาน
สุภาษิต เป็นถ้อยคำที่มักใช้คำสั้น ๆ กะทัดรัดแต่มีความหมายลึกซึ้ง มีสัมผัสคล้องจอง ส่วนใหญ่สุภาษิตที่ใช้ในสังคมไทยมักมีที่มาจากคำสอนทางพุทธศาสนา
คำพังเพย เป็นถ้อยคำที่ให้ข้อคิด โดยกล่าวถึงพฤติกรรมหรือธรรมชาติรอบตัว ส่วนมากมักเป็นถ้อยคำที่เป็นข้อสรุปการกระทำหรือพฤติกรรมทั่วไป อาจมีที่มาจากนิทาน ตำนาน วรรณคดี
หมายเหตุ
คำสุภาษิต หรือ สำนวนสุภาษิต คือ คำในภาษาไทยที่ใช้ในการสื่อสารเชิงเปรียบเทียบอุปมาอุปมัย มักมีความหมายในการตักเตือนสั่งสอนในทางบวก มีความหมายที่ดี เช่น รักยาวให้บั่นรักสั้นให้ต่อ น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ
สำนวนไทย หมายถึง ถ้อยคำ กลุ่มคำ หรือประโยคที่ไม่ได้แปลความหมายตรง ๆ แต่มีความหมายเชิงเปรียบเทียบแฝงอยู่ เช่น สอนจระเข้ให้ว่ายนํ้า รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง
คำพังเพย หมายถึง ถ้อยคำหรือข้อความที่กล่าวเป็นกลาง ๆ เพื่อให้ตีความเข้ากับเรื่อง มีความหมายแฝงอยู่ อาจเป็นคำที่ใช้สื่อในทางเปรียบเปรย หรือในทำนองเสียดสี เช่น กระต่ายตื่นตูม เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย