บ้านเมืองมีขื่อมีแป
สํานวนสุภาษิต
หมายถึง บ้านเมืองหรือประเทศย่อมมีกฎหมายคุ้มครอง
ประเภทสำนวน
"บ้านเมืองมีขื่อมีแป" จัดว่าเป็น สุภาษิต เพราะว่า เป็นคำสอนโดยตรงที่มีความชัดเจนในตัวเอง เกี่ยวกับระเบียบและกฎหมายของบ้านเมือง สอนให้เคารพกฎระเบียบสังคม สื่อความหมายตรงไปตรงมาโดยไม่ต้องตีความซับซ้อน
ที่มาและแนวคิดเบื้องหลัง
ขื่อและแปเป็นโครงสร้างสำคัญของบ้านเรือนไทยโบราณ ขื่อคือไม้ที่พาดขวางระหว่างเสาเรือน ส่วนแปคือไม้ที่พาดอยู่บนขื่อเพื่อรองรับหลังคา โดยเปรียบเทียบว่าบ้านเมืองมีกฎระเบียบ กฎหมาย ขนบธรรมเนียมประเพณีที่คอยรองรับและจัดระเบียบสังคม เหมือนบ้านที่มีโครงสร้างขื่อแปคอยรองรับหลังคาและโครงสร้างทั้งหมด หากไม่มีสิ่งเหล่านี้ สังคมก็จะไร้ระเบียบ
ตัวอย่างการใช้สำนวน "บ้านเมืองมีขื่อมีแป" ในประโยค
- พลเมืองดีต้องยึดมั่นว่าบ้านเมืองมีขื่อมีแป ถ้าทุกคนต่างทำตามใจตัวเอง สังคมก็วุ่นวาย
- คุณจะไปจอดรถในที่ห้ามจอดไม่ได้นะ บ้านเมืองมีขื่อมีแป มีกฎระเบียบที่ทุกคนต้องเคารพ
- เมื่อบ้านเมืองมีขื่อมีแป ประชาชนทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย
สรุปและทบทวนเรื่อง สำนวน สุภาษิต และคำพังเพย
สุภาษิต และคำพังเพย จัดเป็น "สำนวน" ด้วยกันทั้งคู่ เพราะมีความหมายในเชิงเปรียบเทียบ และเป็นถ้อยคำที่ใช้สืบเนื่องกันมานาน
สุภาษิต เป็นถ้อยคำที่มักใช้คำสั้น ๆ กะทัดรัดแต่มีความหมายลึกซึ้ง มีสัมผัสคล้องจอง ส่วนใหญ่สุภาษิตที่ใช้ในสังคมไทยมักมีที่มาจากคำสอนทางพุทธศาสนา
คำพังเพย เป็นถ้อยคำที่ให้ข้อคิด โดยกล่าวถึงพฤติกรรมหรือธรรมชาติรอบตัว ส่วนมากมักเป็นถ้อยคำที่เป็นข้อสรุปการกระทำหรือพฤติกรรมทั่วไป อาจมีที่มาจากนิทาน ตำนาน วรรณคดี
หมายเหตุ
คำสุภาษิต หรือ สำนวนสุภาษิต คือ คำในภาษาไทยที่ใช้ในการสื่อสารเชิงเปรียบเทียบอุปมาอุปมัย มักมีความหมายในการตักเตือนสั่งสอนในทางบวก มีความหมายที่ดี เช่น รักยาวให้บั่นรักสั้นให้ต่อ น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ
สำนวนไทย หมายถึง ถ้อยคำ กลุ่มคำ หรือประโยคที่ไม่ได้แปลความหมายตรง ๆ แต่มีความหมายเชิงเปรียบเทียบแฝงอยู่ เช่น สอนจระเข้ให้ว่ายนํ้า รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง
คำพังเพย หมายถึง ถ้อยคำหรือข้อความที่กล่าวเป็นกลาง ๆ เพื่อให้ตีความเข้ากับเรื่อง มีความหมายแฝงอยู่ อาจเป็นคำที่ใช้สื่อในทางเปรียบเปรย หรือในทำนองเสียดสี เช่น กระต่ายตื่นตูม เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย