บุญมาวาสนาส่ง
สํานวนสุภาษิต
หมายถึง เมื่อมีบุญ อํานาจวาสนาก็มาเอง, บุญมาวาสนาช่วย ก็ว่า.
ประเภทสำนวน
"บุญมาวาสนาส่ง" จัดว่าเป็น สุภาษิต เพราะว่า เป็นคำกล่าวที่มีความหมายชัดเจนเป็นข้อคิดหรือคำสอนเกี่ยวกับการที่คนเรามีความสุขความเจริญเพราะบุญและวาสนาที่สั่งสมมา ไม่ได้เป็นการเปรียบเทียบแฝงนัย และไม่ใช่คำหรือวลีเฉพาะที่ไม่สามารถแปลตรงตัวได้
ที่มาและแนวคิดเบื้องหลัง
สุภาษิตนี้สะท้อนความเชื่อในเรื่องบุญกรรมของคนไทย ที่มองว่าความสำเร็จและความโชคดีในชีวิตเกิดจากบุญที่สั่งสมไว้แต่ปางก่อน จนมาถึงปัจจุบันกลายเป็นวาสนาหรือโชคดีที่ติดตัวมา เมื่อมีบุญบารมีและวาสนาดี ก็จะนำพาให้ประสบความสำเร็จหรือมีความสุขความเจริญในชีวิต
ตัวอย่างการใช้สำนวน "บุญมาวาสนาส่ง" ในประโยค
- เขาไม่ได้เรียนสูงนัก แต่กลับสอบบรรจุเข้าราชการได้ตั้งแต่ครั้งแรก ต้องเรียกว่าบุญมาวาสนาส่งจริงๆ
- ทั้งที่ไม่ได้หวังอะไรมาก แต่เมื่อสมัครชิงรางวัลกลับได้รางวัลใหญ่ นี่แหละที่เรียกว่าบุญมาวาสนาส่ง
สรุปและทบทวนเรื่อง สำนวน สุภาษิต และคำพังเพย
สุภาษิต และคำพังเพย จัดเป็น "สำนวน" ด้วยกันทั้งคู่ เพราะมีความหมายในเชิงเปรียบเทียบ และเป็นถ้อยคำที่ใช้สืบเนื่องกันมานาน
สุภาษิต เป็นถ้อยคำที่มักใช้คำสั้น ๆ กะทัดรัดแต่มีความหมายลึกซึ้ง มีสัมผัสคล้องจอง ส่วนใหญ่สุภาษิตที่ใช้ในสังคมไทยมักมีที่มาจากคำสอนทางพุทธศาสนา
คำพังเพย เป็นถ้อยคำที่ให้ข้อคิด โดยกล่าวถึงพฤติกรรมหรือธรรมชาติรอบตัว ส่วนมากมักเป็นถ้อยคำที่เป็นข้อสรุปการกระทำหรือพฤติกรรมทั่วไป อาจมีที่มาจากนิทาน ตำนาน วรรณคดี
หมายเหตุ
คำสุภาษิต หรือ สำนวนสุภาษิต คือ คำในภาษาไทยที่ใช้ในการสื่อสารเชิงเปรียบเทียบอุปมาอุปมัย มักมีความหมายในการตักเตือนสั่งสอนในทางบวก มีความหมายที่ดี เช่น รักยาวให้บั่นรักสั้นให้ต่อ น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ
สำนวนไทย หมายถึง ถ้อยคำ กลุ่มคำ หรือประโยคที่ไม่ได้แปลความหมายตรง ๆ แต่มีความหมายเชิงเปรียบเทียบแฝงอยู่ เช่น สอนจระเข้ให้ว่ายนํ้า รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง
คำพังเพย หมายถึง ถ้อยคำหรือข้อความที่กล่าวเป็นกลาง ๆ เพื่อให้ตีความเข้ากับเรื่อง มีความหมายแฝงอยู่ อาจเป็นคำที่ใช้สื่อในทางเปรียบเปรย หรือในทำนองเสียดสี เช่น กระต่ายตื่นตูม เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย