คงเส้นคงวา
สํานวนสุภาษิต
หมายถึง เสมอต้นเสมอปลาย
ประเภทสำนวน
"คงเส้นคงวา" จัดว่าเป็น สุภาษิต เพราะว่า เป็นคำสอนที่แนะนำให้คนเรามีความหนักแน่น มั่นคงในหลักการ มีความหมายชัดเจนในตัวเอง สอนเรื่องคุณธรรมความมั่นคงโดยตรง ไม่ต้องตีความเพิ่มเติม
ที่มาและแนวคิดเบื้องหลัง
สำนวนนี้มาจากการทอผ้า ที่ชาวบ้านสมัยก่อนต้องทอให้เส้นด้ายทั้งแนวตั้ง (ด้ายเส้น) และแนวนอน (ด้ายวา) มีความตรงเรียบสม่ำเสมอ ไม่หย่อนหรือตึงเกินไป จึงจะได้ผืนผ้าที่สวยงาม แข็งแรง ซึ่งเปรียบเทียบกับการที่คนเราควรยึดมั่นในหลักการ ไม่เปลี่ยนแปลงไปมา มีความสม่ำเสมอในการกระทำ
ตัวอย่างการใช้สำนวน "คงเส้นคงวา" ในประโยค
- ผู้พิพากษาท่านนี้มีชื่อเสียงว่าตัดสินคดีคงเส้นคงวา ไม่เอนเอียงไปตามอิทธิพลใดๆ
- บริษัทเราจะต้องรักษามาตรฐานการผลิตให้คงเส้นคงวา ลูกค้าจึงจะเชื่อถือและไว้วางใจในสินค้าของเรา
- เขาเป็นคนที่ยึดมั่นในหลักการ คงเส้นคงวา ไม่ว่าสถานการณ์จะเปลี่ยนไปอย่างไร
สรุปและทบทวนเรื่อง สำนวน สุภาษิต และคำพังเพย
สุภาษิต และคำพังเพย จัดเป็น "สำนวน" ด้วยกันทั้งคู่ เพราะมีความหมายในเชิงเปรียบเทียบ และเป็นถ้อยคำที่ใช้สืบเนื่องกันมานาน
สุภาษิต เป็นถ้อยคำที่มักใช้คำสั้น ๆ กะทัดรัดแต่มีความหมายลึกซึ้ง มีสัมผัสคล้องจอง ส่วนใหญ่สุภาษิตที่ใช้ในสังคมไทยมักมีที่มาจากคำสอนทางพุทธศาสนา
คำพังเพย เป็นถ้อยคำที่ให้ข้อคิด โดยกล่าวถึงพฤติกรรมหรือธรรมชาติรอบตัว ส่วนมากมักเป็นถ้อยคำที่เป็นข้อสรุปการกระทำหรือพฤติกรรมทั่วไป อาจมีที่มาจากนิทาน ตำนาน วรรณคดี
หมายเหตุ
คำสุภาษิต หรือ สำนวนสุภาษิต คือ คำในภาษาไทยที่ใช้ในการสื่อสารเชิงเปรียบเทียบอุปมาอุปมัย มักมีความหมายในการตักเตือนสั่งสอนในทางบวก มีความหมายที่ดี เช่น รักยาวให้บั่นรักสั้นให้ต่อ น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ
สำนวนไทย หมายถึง ถ้อยคำ กลุ่มคำ หรือประโยคที่ไม่ได้แปลความหมายตรง ๆ แต่มีความหมายเชิงเปรียบเทียบแฝงอยู่ เช่น สอนจระเข้ให้ว่ายนํ้า รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง
คำพังเพย หมายถึง ถ้อยคำหรือข้อความที่กล่าวเป็นกลาง ๆ เพื่อให้ตีความเข้ากับเรื่อง มีความหมายแฝงอยู่ อาจเป็นคำที่ใช้สื่อในทางเปรียบเปรย หรือในทำนองเสียดสี เช่น กระต่ายตื่นตูม เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย