กลัวให้ถูกท่า กล้าให้ถูกที่ ดีให้ถูกทาง
สํานวนสุภาษิต
หมายถึง ทำอะไรก็ต้องให้ถูกกาลเทศะ
ประเภทสำนวน
"กลัวให้ถูกท่า กล้าให้ถูกที่ ดีให้ถูกทาง" จัดว่าเป็น สุภาษิต เพราะว่า เป็นคำสอนโดยตรงที่ให้ข้อคิดชัดเจนเกี่ยวกับการวางตัวในสถานการณ์ต่างๆ อย่างเหมาะสม มีลักษณะเป็นประโยคคำสอนที่สมบูรณ์ในตัวเอง เข้าใจได้ทันทีโดยไม่ต้องตีความเพิ่มเติม
ที่มาและแนวคิดเบื้องหลัง
สุภาษิตนี้สอนให้รู้จักวางตัวให้เหมาะสมกับสถานการณ์ คือ ให้รู้จักกลัวในสิ่งที่ควรกลัว กล้าในเวลาที่ควรกล้า และทำความดีให้ถูกต้องตามทำนองคลองธรรม เป็นการสอนเรื่องการรู้จักกาลเทศะและความเหมาะสมในการแสดงออก
ตัวอย่างการใช้สำนวน "กลัวให้ถูกท่า กล้าให้ถูกที่ ดีให้ถูกทาง" ในประโยค
- ถึงแม้เราจะต้องมีความกล้าในชีวิต แต่ก็ต้องยึดถือหลักกลัวให้ถูกท่า กล้าให้ถูกที่ ดีให้ถูกทาง จึงจะประสบความสำเร็จได้
- พ่อสอนลูกชายเสมอว่า กลัวให้ถูกท่า กล้าให้ถูกที่ ดีให้ถูกทาง อย่าไปกล้าในสิ่งที่เป็นอันตราย และอย่ากลัวที่จะต่อสู้เพื่อความถูกต้อง
สรุปและทบทวนเรื่อง สำนวน สุภาษิต และคำพังเพย
สุภาษิต และคำพังเพย จัดเป็น "สำนวน" ด้วยกันทั้งคู่ เพราะมีความหมายในเชิงเปรียบเทียบ และเป็นถ้อยคำที่ใช้สืบเนื่องกันมานาน
สุภาษิต เป็นถ้อยคำที่มักใช้คำสั้น ๆ กะทัดรัดแต่มีความหมายลึกซึ้ง มีสัมผัสคล้องจอง ส่วนใหญ่สุภาษิตที่ใช้ในสังคมไทยมักมีที่มาจากคำสอนทางพุทธศาสนา
คำพังเพย เป็นถ้อยคำที่ให้ข้อคิด โดยกล่าวถึงพฤติกรรมหรือธรรมชาติรอบตัว ส่วนมากมักเป็นถ้อยคำที่เป็นข้อสรุปการกระทำหรือพฤติกรรมทั่วไป อาจมีที่มาจากนิทาน ตำนาน วรรณคดี
หมายเหตุ
คำสุภาษิต หรือ สำนวนสุภาษิต คือ คำในภาษาไทยที่ใช้ในการสื่อสารเชิงเปรียบเทียบอุปมาอุปมัย มักมีความหมายในการตักเตือนสั่งสอนในทางบวก มีความหมายที่ดี เช่น รักยาวให้บั่นรักสั้นให้ต่อ น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ
สำนวนไทย หมายถึง ถ้อยคำ กลุ่มคำ หรือประโยคที่ไม่ได้แปลความหมายตรง ๆ แต่มีความหมายเชิงเปรียบเทียบแฝงอยู่ เช่น สอนจระเข้ให้ว่ายนํ้า รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง
คำพังเพย หมายถึง ถ้อยคำหรือข้อความที่กล่าวเป็นกลาง ๆ เพื่อให้ตีความเข้ากับเรื่อง มีความหมายแฝงอยู่ อาจเป็นคำที่ใช้สื่อในทางเปรียบเปรย หรือในทำนองเสียดสี เช่น กระต่ายตื่นตูม เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย