กรวดน้ำคว่ำขัน
สํานวนสุภาษิต
หมายถึง การตัดขาดไม่ขอเกี่ยวข้องด้วย เลิกไม่คบหาสมาคมกันต่อไป
หมายถึง ตัดขาดไม่เกี่ยวข้องด้วย ชาตินี้อย่าได้จอยกัน
ประเภทสำนวน
"กรวดน้ำคว่ำขัน" จัดว่าเป็น สุภาษิต เพราะว่า เป็นคำสอนที่ชัดเจนเกี่ยวกับการตัดสินใจเด็ดขาด มีความหมายที่เข้าใจได้ตรงไปตรงมา เป็นข้อคิดโดยตรงให้ยุติเรื่องราวต่างๆ อย่างเด็ดขาด ไม่ให้มีการย้อนกลับมาเกี่ยวข้องอีก
ที่มาและแนวคิดเบื้องหลัง
สำนวนนี้มีที่มาจากการประกอบพิธีสำคัญในทางพระพุทธศาสนา เมื่อกรวดน้ำเสร็จแล้วจะคว่ำขันเป็นสัญลักษณ์ว่าเสร็จสิ้นพิธีกรรม ไม่สามารถย้อนกลับมาทำใหม่ได้ สื่อถึงการตัดสินใจเด็ดขาด หรือการตัดขาดความสัมพันธ์โดยไม่มีการกลับมาคืนดีกัน
ตัวอย่างการใช้สำนวน "กรวดน้ำคว่ำขัน" ในประโยค
- หลังจากที่เขาโกหกฉันหลายครั้ง ครั้งนี้ฉันขอกรวดน้ำคว่ำขันกับเขาไปเลย ไม่คิดจะคบเป็นเพื่อนอีกต่อไป
- พอแฟนนอกใจ เธอก็กรวดน้ำคว่ำขันตัดขาดความสัมพันธ์ทันที ไม่ยอมรับฟังคำอธิบายใดๆ
สรุปและทบทวนเรื่อง สำนวน สุภาษิต และคำพังเพย
สุภาษิต และคำพังเพย จัดเป็น "สำนวน" ด้วยกันทั้งคู่ เพราะมีความหมายในเชิงเปรียบเทียบ และเป็นถ้อยคำที่ใช้สืบเนื่องกันมานาน
สุภาษิต เป็นถ้อยคำที่มักใช้คำสั้น ๆ กะทัดรัดแต่มีความหมายลึกซึ้ง มีสัมผัสคล้องจอง ส่วนใหญ่สุภาษิตที่ใช้ในสังคมไทยมักมีที่มาจากคำสอนทางพุทธศาสนา
คำพังเพย เป็นถ้อยคำที่ให้ข้อคิด โดยกล่าวถึงพฤติกรรมหรือธรรมชาติรอบตัว ส่วนมากมักเป็นถ้อยคำที่เป็นข้อสรุปการกระทำหรือพฤติกรรมทั่วไป อาจมีที่มาจากนิทาน ตำนาน วรรณคดี
ประเภทสำนวน
"กรวดน้ำคว่ำขัน" จัดว่าเป็น สุภาษิต เพราะว่า เป็นคำสอนโดยตรงที่มีความชัดเจน สื่อถึงการตัดขาดจากสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างเด็ดขาด มีลักษณะเป็นข้อคิดที่สมบูรณ์ในตัวเอง ไม่ต้องตีความเพิ่มเติมมาก
ที่มาและแนวคิดเบื้องหลัง
สำนวนนี้มีที่มาจากพิธีกรรมทางศาสนาพุทธเรื่องการกรวดน้ำ ซึ่งเป็นการอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้แก่ผู้ล่วงลับ โดยเมื่อกรวดน้ำแล้วจะคว่ำขันน้ำลง หมายถึงการสิ้นสุดพิธีกรรมและไม่สามารถย้อนกลับได้ สำนวนนี้จึงใช้สอนเรื่องการตัดสินใจอย่างเด็ดขาด ไม่คิดเปลี่ยนใจหรือย้อนกลับไปมาอีก
ตัวอย่างการใช้สำนวน "กรวดน้ำคว่ำขัน" ในประโยค
- หลังจากที่เขาตัดสินใจลาออกจากงานประจำมาทำธุรกิจส่วนตัว ก็เหมือนกรวดน้ำคว่ำขันแล้ว ไม่คิดจะกลับไปเป็นลูกจ้างอีก
- ฉันขอกรวดน้ำคว่ำขันกับความสัมพันธ์ครั้งนี้ ไม่ขอกลับไปทำร้ายตัวเองซ้ำซาก
สรุปและทบทวนเรื่อง สำนวน สุภาษิต และคำพังเพย
สุภาษิต และคำพังเพย จัดเป็น "สำนวน" ด้วยกันทั้งคู่ เพราะมีความหมายในเชิงเปรียบเทียบ และเป็นถ้อยคำที่ใช้สืบเนื่องกันมานาน
สุภาษิต เป็นถ้อยคำที่มักใช้คำสั้น ๆ กะทัดรัดแต่มีความหมายลึกซึ้ง มีสัมผัสคล้องจอง ส่วนใหญ่สุภาษิตที่ใช้ในสังคมไทยมักมีที่มาจากคำสอนทางพุทธศาสนา
คำพังเพย เป็นถ้อยคำที่ให้ข้อคิด โดยกล่าวถึงพฤติกรรมหรือธรรมชาติรอบตัว ส่วนมากมักเป็นถ้อยคำที่เป็นข้อสรุปการกระทำหรือพฤติกรรมทั่วไป อาจมีที่มาจากนิทาน ตำนาน วรรณคดี
หมายเหตุ
คำสุภาษิต หรือ สำนวนสุภาษิต คือ คำในภาษาไทยที่ใช้ในการสื่อสารเชิงเปรียบเทียบอุปมาอุปมัย มักมีความหมายในการตักเตือนสั่งสอนในทางบวก มีความหมายที่ดี เช่น รักยาวให้บั่นรักสั้นให้ต่อ น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ
สำนวนไทย หมายถึง ถ้อยคำ กลุ่มคำ หรือประโยคที่ไม่ได้แปลความหมายตรง ๆ แต่มีความหมายเชิงเปรียบเทียบแฝงอยู่ เช่น สอนจระเข้ให้ว่ายนํ้า รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง
คำพังเพย หมายถึง ถ้อยคำหรือข้อความที่กล่าวเป็นกลาง ๆ เพื่อให้ตีความเข้ากับเรื่อง มีความหมายแฝงอยู่ อาจเป็นคำที่ใช้สื่อในทางเปรียบเปรย หรือในทำนองเสียดสี เช่น กระต่ายตื่นตูม เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย