โดดร่ม
สํานวนไทย
หมายถึง หลบเลี่ยงงานหรือการเรียน
ประเภทสำนวน
"โดดร่ม" จัดว่าเป็น สำนวนไทย เพราะว่า เป็นคำหรือวลีเฉพาะที่มีความหมายพิเศษ ไม่สามารถแปลตรงตัวได้ ต้องตีความความหมายเฉพาะที่ใช้กันในภาษาไทย เพราะคำว่า 'โดดร่ม' ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการกระโดดร่มตามความหมายปกติ แต่หมายถึงการถอนตัวออกจากการงานหรือพันธะผูกพัน
ที่มาและแนวคิดเบื้องหลัง
สำนวน 'โดดร่ม' มีที่มาจากการเปรียบเทียบกับทหารที่โดดร่มชูชีพลงจากเครื่องบิน เพื่อหนีออกจากสถานการณ์หรือสภาพแวดล้อมเดิม สื่อถึงการละทิ้งหน้าที่หรือความรับผิดชอบอย่างกะทันหัน หรือการถอนตัวออกจากกิจการ งาน หรือความผูกพันโดยไม่รับผิดชอบต่อผลที่จะตามมา
ตัวอย่างการใช้สำนวน "โดดร่ม" ในประโยค
- นายแดงทำงานในบริษัทมาไม่ถึงสามเดือนก็โดดร่มไปแล้ว ทำให้ทีมงานลำบากมาก
- นักลงทุนหลายรายเริ่มโดดร่มออกจากตลาดหุ้นหลังจากมีข่าวเศรษฐกิจแย่
- ฉันว่าอย่าไปวานให้เขาช่วยงานเลย เขาชอบโดดร่มกลางคัน ทำให้งานเสียหาย
สรุปและทบทวนเรื่อง สำนวน สุภาษิต และคำพังเพย
สุภาษิต และคำพังเพย จัดเป็น "สำนวน" ด้วยกันทั้งคู่ เพราะมีความหมายในเชิงเปรียบเทียบ และเป็นถ้อยคำที่ใช้สืบเนื่องกันมานาน
สุภาษิต เป็นถ้อยคำที่มักใช้คำสั้น ๆ กะทัดรัดแต่มีความหมายลึกซึ้ง มีสัมผัสคล้องจอง ส่วนใหญ่สุภาษิตที่ใช้ในสังคมไทยมักมีที่มาจากคำสอนทางพุทธศาสนา
คำพังเพย เป็นถ้อยคำที่ให้ข้อคิด โดยกล่าวถึงพฤติกรรมหรือธรรมชาติรอบตัว ส่วนมากมักเป็นถ้อยคำที่เป็นข้อสรุปการกระทำหรือพฤติกรรมทั่วไป อาจมีที่มาจากนิทาน ตำนาน วรรณคดี
หมายเหตุ
สำนวนไทย หมายถึง ถ้อยคำ กลุ่มคำ หรือประโยคที่ไม่ได้แปลความหมายตรง ๆ แต่มีความหมายเชิงเปรียบเทียบแฝงอยู่ เช่น สอนจระเข้ให้ว่ายนํ้า รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง
คำสุภาษิต หรือ สำนวนสุภาษิต คือ คำในภาษาไทยที่ใช้ในการสื่อสารเชิงเปรียบเทียบอุปมาอุปมัย มักมีความหมายในการตักเตือนสั่งสอนในทางบวก มีความหมายที่ดี เช่น รักยาวให้บั่นรักสั้นให้ต่อ น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ
คำพังเพย หมายถึง ถ้อยคำหรือข้อความที่กล่าวเป็นกลาง ๆ เพื่อให้ตีความเข้ากับเรื่อง มีความหมายแฝงอยู่ อาจเป็นคำที่ใช้สื่อในทางเปรียบเปรย หรือในทำนองเสียดสี เช่น กระต่ายตื่นตูม เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย